ตามโครงสร้างภาษีใหม่ ราคาของ BENTLEY มีทั้งปรับขึ้น และปรับลง บางรุ่นมีราคาขายลดลงกว่า 15 % ส่วนการลงทุน ปีนี้จะใช้งบ 100 ล้านบาท เพื่อขยายการบริการ และปรับโฉมโชว์รูม
BENTLEY (เบนท์ลีย์) รถยนต์ระดับอุลทราลักชัวรีส์จากแดนผู้ดี ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS GROUP) ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ BENTLEY อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมยกระดับการดูแลลูกค้า และนำเสนอรถรุ่นใหม่ “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป BENTLEY BANGKOK
ฟอร์มูลา : โครงสร้างภาษีใหม่ ส่งผลกระทบอย่างไรกับ BENTLEY ?
อภิญญา : โครงสร้างภาษีใหม่ สำหรับ BENTLEY มีทั้งปรับขึ้น และปรับลง ซึ่งถ้าเป็นรุ่นที่ปรับราคาขายลดลง จะลดลงกว่า 15 % อย่างรุ่น CONTINENTAL GT (คอนทิเนนทัล จีที) จากราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท ลดลงเหลือ 18.4 ล้านบาท และรุ่น FLYING SPUR (ฟลายอิง สเปอร์) จากราคาเริ่มต้น 20.2 ล้านบาท ปรับลดลงเหลือ 16.9 ล้านบาท
ส่วน BENTAYGA (เบนเทย์กา) เครื่องยนต์ไฮบริด วี 6 ขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี ปัจจุบันจัดเก็บภาษีในอัตรา 8 % เพิ่มเป็น 15 % ทำให้ปรับราคาเพิ่มขึ้น จากราคาเดิมเริ่มต้น 14.6 ล้านบาท เพิ่มเป็น 15.8 ล้านบาท แต่เราได้เตรียมรถรองรับไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ลูกค้าที่ต้องการรับรถทันที จะได้ในราคาเก่า
นอกจากนี้ ยังมีรถพรีโอนที่รับรองโดย CERTIFIED BY BENTLEY ที่ผ่านการตรวจเชคสภาพตามที่โรงงานกำหนด
ฟอร์มูลา : BENTLEY วางทิศทาง และนโยบายการตลาดไว้อย่างไร ?
อภิญญา : BENTLEY มุ่งเน้นเรื่องบริการหลังการขาย โดย BENTLEY BANGKOK กำลังขยายศูนย์บริการที่ดอนเมือง คาดว่าจะเสร็จประมาณไตรมาส 2 ของปีหน้า เพื่อรองรับงานบริการ ทั้งรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดรับจองในช่วงปลายปี 2569 และเริ่มส่งมอบในปี 2570 โดยจะเพิ่มพื้นที่เป็น 3,000 ตรม. เพิ่มช่องซ่อมจาก 8 เป็น 12 ช่องซ่อม ซึ่งจะทำให้สามารถรับรถเข้าบริการได้สูงสุดถึง 45-50 คัน/เดือน จากปัจจุบันเฉลี่ยที่ 40 คัน/เดือน
นอกจากนี้ การบริการที่เป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้า BENTLEY ให้ความสำคัญกับ CSI ในทุกๆ ด้าน เช่น การเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดใหม่ครบทุกรุ่น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในทุกเซกเมนท์ และยังคงให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงาน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ BENTLEY ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามาโดยตลอด พร้อมแผนพัฒนาการบริการเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเปิดตัวในอนาคต ตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถ และคุณ (AAS LOOKING AFTER YOU AND YOUR CAR)” และให้ชื่อ AAS เป็น “THE NAME YOU CAN TRUST”
พร้อมกันนี้ BENTLEY ยังเน้นการสร้างความอุ่นใจ หรือ PEACE OF MINE ให้แก่ลูกค้า ว่าจะได้ความคุ้มค่า และไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากต้องมีการอัพเดทซอฟท์แวร์ตามมาตรฐานโรงงาน รวมทั้งทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมวิธีบำรุงรักษารถตามมาตรฐาน BENTLEY MOTORS ประเทศอังกฤษ ลูกค้าจะไม่ต้องเสี่ยง หรือกังวลกับเรื่องการบริการหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งคุ้มค่ากับส่วนต่างของราคา และมูลค่าขายต่อในอนาคต ที่แตกต่างจากรถที่ซื้อจากผู้นำเข้าอิสระ
ฟอร์มูลา : ปีที่ผ่านมา BENTLEY ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ?
อภิญญา : ปีที่แล้วตลาดรถยนต์อุลทราลักชัวรีตกลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยยอดจดทะเบียนลดลงประมาณ 20 % ส่วน BENTLEY ลูกค้าน่าจะชะลอการตัดสินใจเพราะเรื่องเศรษฐกิจ และโครงสร้างภาษี ทำให้ปีที่แล้ว มียอดขายไม่สูงมาก แต่ยอดจองสะสมเพื่อรับอัตราภาษีใหม่ มีจำนวนพอสมควร ทำให้คาดว่าปีนี้จะมียอดขายรวม 20 คัน โดยเฉพาะรถ 2 รุ่นหลักที่ได้ประโยชน์จากภาษี ทั้ง CONTINENTAL GT และ FLYING SPUR ขณะเดียวกัน BENTLEY ยังมีสตอครถ BENTAYGA ราคาเดิมด้วย
ฟอร์มูลา : รถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะแนะนำในปีนี้จะเป็นรุ่นใด ?
อภิญญา : BENTLEY จะแนะนำรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ THE WORLD’S FIRST LUXURY URBAN SUV เป็นรถที่เป็นคอมแพคท์มากกว่า BENTAYGA เน้นเรื่องเทคโนโลยี ความหรูหรา และงานฝีมือ ที่เป็นดีเอนเอของ BENTLEY เช่น สามารถวิ่งได้ถึง 160 กม. ด้วยระยะเวลาการชาร์จ 7 นาที คาดว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าที่อายุน้อยลง อีกทั้ง BENTLEY จะเป็นรุ่นแรกที่ใช้โลโกใหม่ ทันสมัย โมเดิร์นกว่าเดิม
รวมถึงยังมี BENTLEY CONTINENTAL GT S ดีไซจ์นสปอร์ท ปรับแต่งเครื่องยนต์แรงขึ้น จับกลุ่มลูกค้าอายุน้อย ราคาคุ้มค่า เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ฟอร์มูลา : วางแนวทางการบริการเสริมที่จะสร้างขึ้นเพื่อความมั่นใจแก่ลูกค้าไว้อย่างไร ?
อภิญญา : นอกจากขยายศูนย์บริการที่ดอนเมือง ยังมีการบริการเสริม เซอร์วิศ คลีนิค ให้แก่ลูกค้าในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต โดยนำทีมช่างไปดูแลรถลูกค้าในพื้นที่
ฟอร์มูลา : กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร ?
อภิญญา : กลุ่มลูกค้าของ BENTLEY เดิมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จ กับกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ นักธุรกิจชั้นแนวหน้า แต่ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่อายุน้อยกว่าเดิม หรืออาจจะเป็นกลุ่มของเจเนอเรชัน 2 และ 3 เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะมี BENTAYGA HYBRID (เบนเทย์กา ไฮบริด) ราคาเริ่มต้น 13.2 ล้านบาท เครื่องยนต์ไฮบริด เข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปี 2023 เป็นรถที่ใช้งานได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ทำให้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 88 % ลูกค้าเก่า 12 %
รวมถึงในเรื่องของอายุของลูกค้าก็มีส่วนเช่นกัน โดยปัจจุบันลูกค้ามีอายุน้อยลง จากเดิม 40-49 ปี ลดลงมาต่ำถึงอายุ 30 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่อัพเกรดมาใช้รถอุลทราลักชัวรี นอกจากนี้ ยังได้ขยายไปยังกลุ่มผู้หญิงมากขึ้น เพราะเป็นรถที่ขับได้ทุกวัน เพอร์ฟอร์มานศ์ดี เป็นซูเพอร์คาร์ที่สามารถออกแบบ และตกแต่งเองได้

