ตลาดรถยนต์ใช้แล้วพัฒนาขึ้นในเชิงคุณภาพ แต่เรื่องปริมาณเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะเราเป็นธุรกิจปลายน้ำ รถใหม่ คือ ธุรกิจต้นน้ำ ปริมาณรถใหม่ลดลงทุกปี
“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ วิสุทธิ์ เหมพรรณไพเราะ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว
ฟอร์มูลา : ความเป็นมา และบทบาทของสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ?
วิสุทธิ์ : ในอดีตภาพลักษณ์ของรถยนต์ใช้แล้วไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากปัญหาการย้อมแมว การปรับไมล์ และหน่วยงานที่ดูแลทั้งระบบ ทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจ จนได้มีการจัดตั้งสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ปีนี้เป็นปีที่ 13 โดยสมาชิกจะต้องมีใบอนุญาตค้าของเก่า และทะเบียนการค้า ครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้ตลาดรถยนต์ใช้แล้วมีคุณภาพ มาตรฐาน และโปร่งใส โดยปัจจุบันสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม เป็นประเทศที่ 2 ในเอเชีย
ปีที่ผ่านมา เราได้ทำมาตรฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว ร่วมกับ TOYOTA MOTOR (โตโยตา มอเตอร์) โดยกำหนดเป็นมาตรฐาน 6 ดาว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรู้เกรดของสินค้าได้ว่าผ่านมาตรฐานระดับใด เมื่อซื้อไปแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะถูกย้อมแมว รวมถึงธนาคารที่จะให้สินเชื่อก็จะเชื่อมั่นว่า รถคันนี้ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานโดยบริษัทฯ ที่สมาคมฯ ได้เชิญมาจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี รวมถึงไทย ซึ่งบริษัทฯ เหล่านี้จะต้องทำเกรดส่งให้สถาบันการเงิน ซึ่งถ้าไม่ตกเกรด สถาบันการเงินจะให้เกรดในการซื้อคืน เมื่อทุกอย่างชัดเจนด้วยระบบก็จะส่งผลต่อโครงสร้างที่แข็งแรง
สมาคมฯ ได้ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยรถยนต์ใช้แล้วที่อยู่ภายใต้สมาชิกของสมาคมฯ จะมีป้ายราคา และฉลากสินค้าทุกคัน รวมทั้งมีการทำหนังสือสัญญาซื้อขายเป็นแบบเดียวกัน ป้องกันการฟอกเงินสำหรับการซื้อขายรถยนต์ใช้แล้ว
นอกจากนี้ เรายังร่วมกับสมาคมรถยนต์ใช้แล้ว มาเลเซีย สิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2017 โดยทำสัญญาแลกเปลี่ยนโนว์ฮาว เนทเวิร์ค และเชิญนักลงทุนเข้ามาในไทย เช่น คาร์ซัม คาร์โร ทำให้ตลาดโตขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิก 430 โชว์รูมทั่วประเทศ ที่ผ่านมาเราไม่ได้โฆษณา เพียงแต่เราทำงานร่วมกับสมาชิกคู่ค้า ONE TO CAR ของมาเลเซีย ที่ทำช่องทางพิเศษสำหรับซื้อรถภายใต้สมาคมฯ และยังมีเวบไซท์ โซเชียลมีเดีย รวมถึงบริการของธนาคาร เช่น รถโดนใจ ของธนาคารทีทีบี จะเลือกรถที่อยู่ในสมาคมฯ เสนอแก่ลูกค้า
ฟอร์มูลา : สถานการณ์ปัจจุบันของตลาดรถยนต์ใช้แล้วเป็นอย่างไร ?
วิสุทธิ์ : ตลาดรถยนต์ใช้แล้วพัฒนาขึ้นในเชิงคุณภาพ แต่เรื่องปริมาณเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะเราเป็นธุรกิจปลายน้ำ รถใหม่ คือ ธุรกิจต้นน้ำ ปริมาณรถใหม่ลดลงทุกปี ถ้าเทียบตัวเลข 4 ปีก่อน รถใหม่มียอดขาย 8 แสนคัน เป็นรถไฟฟ้าน้อยมาก แค่หลักพันคัน แต่ปี 2025 ยอดขาย 6.2 แสนคัน เป็นรถไฟฟ้าประมาณ 2 แสนคัน รถเครื่องยนต์สันดาปเหลือแค่ 4 แสนคันเท่านั้น หายไป 50 % ทำให้ตลาดหดตัว เพราะไม่มีของขาย
ฟอร์มูลา : วางแนวทางแก้ไขอย่างไร ?
วิสุทธิ์ : มองในระยะสั้น สิ่งแรก คือ ทำอย่างไรให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในตลาด เพราะว่าเป็นตลาดที่โตต่อเนื่อง ถ้าไฟแนนศ์ไม่จัด ประกันไม่รับ ก็จะเป็นสินค้าที่หมุนได้รอบเดียว แตกต่างจากรถสันดาปที่หมุนต่อเนื่อง สมาคมฯ ได้คุยกับธนาคารที่เป็นคนปล่อยสินเชื่อรถไฟฟ้า และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ไม่เช่นนั้นอีกสักพักก็จะเป็นขยะ แล้วเราก็จะขาดของที่จะขาย
จากการพูดคุยพบว่า การหมุนเวียนของรถไฟฟ้า มี 3 ประเด็นที่ฝ่ายสินเชื่อยังไม่มั่นใจ คือ 1. ราคานิ่งพอหรือยัง เพราะที่ผ่านมาราคาผันผวน ธนาคารต้องการให้ภาคอีวี สร้างความชัดเจนเรื่องความนิ่งของราคา ซึ่งอีวีเขาก็ยืนยันว่า นโยบาย EV 3.5 จะทำให้ราคานิ่งขึ้น หลายยี่ห้อเริ่มปรับราคาขึ้นแล้ว ถ้าราคาชัดเจน และนิ่ง ธนาคารก็ยินดีพิจารณาปล่อยสินเชื่อ 2. เรื่องการเชคสภาพของแบทเตอรี รถรุ่นใหม่จะมีโชว์ที่หน้าปัดแล้วว่าแบทเตอรี มีสภาพอย่างไร ใช้งานได้อีกกี่ปี และที่ศูนย์บริการแต่ละยี่ห้อ จะมีเครื่องตรวจสอบ จุดนี้ธนาคารเริ่มเบาใจ สุดท้ายเรื่องวารันตี ปัจจุบันบางยี่ห้อทำแล้ว หลายยี่ห้อถ้าเปลี่ยนมือ หมดประกัน จุดนี้ทางผู้ผลิตอาจจะต้องคุยกัน ซึ่งก็น่าจะเหมือนรถสันดาปที่ไม่ควรตัดวารันตี แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละยี่ห้อ ซึ่งเราก็ได้ฝากให้ อีแวต ไปคุยกับทุกยี่ห้อว่าขอนโยบายที่ชัดเจน ไม่อย่างนั้นธนาคารก็จะไม่จัดให้ เราตั้งใจรีบผลักดันให้เร็วที่สุด คาดว่าภายในครึ่งปีหลังจากนี้น่าจะเห็นภาพชัดเจน ไม่เช่นนั้นรถไฟฟ้าจะเป็นขยะ ถือเป็นภาระที่รัฐสร้างขึ้นมา โดยพวกเราต้องมาแก้ปัญหาเองจากนโยบายรัฐ
ในระยะยาว เราอยากช่วยผลักดันบอร์ดอีวี ซึ่งจริงๆ ไม่ควรเจาะจงแค่อีวี ไม่ควรเป็นบอร์ดอีวี แต่ควรเป็นยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อเอาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดในอุตสาหกรรมเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะมันส่งผลกระทบถึงกันหมด ผมจึงมองว่าควรจะเอาธุรกิจที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าไปร่วม รวมถึงธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว
ฟอร์มูลา : พฤติกรรมการซื้อรถของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ?
วิสุทธิ์ : เปลี่ยนไปมาก เดี๋ยวนี้ไม่มีหน้าร้าน ซื้อขายผ่านออนไลน์ 100 % เพราะแต่ละโชว์รูมจะมีสื่อโซเชียลของตัวเอง มีการทำสินเชื่อผ่านระบบ จัดการเรียบร้อย ส่งมอบรถได้เลย บางทีไม่ได้เห็นรถเลย แต่ซื้อขายกันเรียบร้อย
ผู้ประกอบการต้องพัฒนาตัวเอง สมาคมฯ จัดสัมมนาสมาชิกปีละ 3 ครั้ง เพื่อพัฒนารูปแบบให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก เห็นได้ชัดตอนช่วง COVID-19 ที่ผู้ประกอบได้รับการอบรมเรื่องการขายออนไลน์ ไลฟ์สด โซเชียล ซึ่งทำให้ช่วง COVID-19 ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วเติบโตอย่างมาก เพราะเราขายผ่านออนไลน์ ส่งรถถึงบ้าน ไฟแนนศ์อนุมัติทันที ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วมีข้อดี คือ เป็นเจ้าของเอง การดูแลองค์กรจึงสะดวกรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนง่าย และคล่องตัว
ฟอร์มูลา : สมาคมฯ จะยกระดับมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้วอย่างไร ?
วิสุทธิ์ : ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ อยากให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ใช้แล้วใช้มาตรฐานของสมาคมฯ เรื่องการตรวจสอบมาตรฐาน 1-6 ดาว โดยขณะนี้ได้แจ้งให้ธนาคารทุกธนาคารยอมรับมาตรฐานของสมาคมฯ เพื่อที่จะได้ใช้มาตรฐานเดียวกัน หลังจากนั้น ก็จะเน้นสร้างมาตรฐานของบุคลากร โดยมีการสร้างอคาเดมี ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพราะ TOYOTA ซึ่งมีศูนย์ฝึกอบรมอยู่แล้ว เพื่อพัฒนาผู้ตรวจสอบรถยนต์ใช้แล้ว เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้วให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส ไม่ต่างจากรถใหม่
บทความแนะนำ

