“ตลาดรถจักรยายนต์ไทยเติบโตมาก และมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากกระแสรถราคาถูกจากประเทศจีน แต่ยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบก็ไม่ยอมปล่อยให้โดนชิงตลาดไปได้ง่ายๆ”
“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ อุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ ด้านการวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด
ฟอร์มูลา : วิสัยทัศน์ของ YAMAHAในปี 2569 จะมุ่งไปในทิศทางใด?
อุกฤษณ์ : ปีนี้ YAMAHA (ยามาฮา) ตั้งเป้ายอดขายรวมอยู่ที่ 2.9 แสนคัน เติบโตเพิ่มขึ้น 25 % จากปี 2025 พร้อมสานต่อบแรนด์แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ตอกย้ำภาพลักษณ์ PREMIUM BRAND กับ 3 กลยุทธ์หลัก คือ
1. การสร้างตลาดใหม่ สร้างกลุ่ม FASHION MOPED เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์
2. การขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านดีไซจ์นที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
3. การรักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาฐานลูกค้าด้วยกิจกรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของ BRAND LOYALTY
3 กลยุทธ์นี้ YAMAHA จะดำเนินการควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ ที่จะนำเสนอทั้งสินค้าใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการ 3S (SALES, SERVICE และ SPARE PARTS) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ตามปรัชญา KANDO ของ YAMAHA
ฟอร์มูลา : กลุ่มลูกค้าเก่ามีฐานมากน้อยแค่ไหน และจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไร ?
อุกฤษณ์ : มองย้อนหลังไป 10 ปี จนถึงปัจจุบันมีลูกค้าอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าจะมีอายุ 25-35 ปี ซึ่งการขยายลูกค้าจะไปตามทเรนด์ของตลาดว่าเซกเมนท์ไหนโต และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มรถครอบครัวจะโตที่สุดในตลาด อยู่ที่ 52 % ในปี 2025 ลดเหลือ 40 % แต่จะไปโตที่รถ AUTOMATIC แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มของตลาด AUTOMATIC YAMAHA ก็จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ โดยใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธง คือ YAMAHA GRAND FILANO (ยามาฮา กแรนด์ ฟีลาโน) และ YAMAHA FAZZIO (ยามาฮา ฟาซซิโอ) โดยปีนี้ รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วน MOPED ถึงแม้จะลดลง แต่ฐานลูกค้าก็ยังใหญ่อยู่ โดยจะใช้รถ YAMAHA FINN (ยามาฮา ฟินน์) ในการสร้างรักษาฐาน และใช้ PGI สร้างฐานทเรนด์ใหม่ที่ใช้ MOPED ในชีวิตประจำวัน และแฟชันเสริมเข้าไปด้วย
ฟอร์มูลา : ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดมีอะไรบ้าง ?
อุกฤษณ์ : เรื่องของดีมานด์ไม่มีปัญหา เพราะรถจักรยานยนต์ ถือเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ แต่จะมีปัญหาถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ราคาพืชผลไม่ดี กำลังซื้อตก หนี้ครัวเรือนสูง บริษัทไฟแนนศ์ไม่ค่อยปล่อยสินเชื่อ ก็จะทำให้ไม่สามารถทำสินเชื่อรถจักรยานยนต์ได้ แต่สำหรับ YAMAHA 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เนื่องจากลูกค้ามีการปรับตัว ส่วนใหญ่จะสะสมเงิน แล้วค่อยซื้อด้วยเงินดาวน์ที่มากขึ้น
ฟอร์มูลา : YAMAHA มีการส่งเสริมการขายอย่างไร ?
อุกฤษณ์ : YAMAHA จะร่วมกับตัวแทนจำหน่าย และไฟแนนศ์ในแต่ละพื้นที่สนับนุนการส่งเสริมการขายในพื้นที่ โดยจะร่วมกันจัดกิจกรรม ออกแพคเกจที่ตรงกับความต้องการในพื้นที่นั้น เพื่อกระตุ้นยอดขายในแต่ละช่วง
ฟอร์มูลา : พฤติกรรมผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด ?
อุกฤษณ์ : ช่วงนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจทรงๆ ราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง คนเริ่มคิดมากขึ้นหากจะซื้อจักรยานยนต์ต้องเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคา ประหยัดน้ำมัน ไม่ได้สวยอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของ YAMAHA ที่มีผลิตภัณฑ์รองรับ ไม่ว่าจะเป็น YAMAHA GRAND FILANO ที่เป็นรถ AUTOMATIC ประหยัดน้ำมัน และ YAMAHA FAZZIO ที่คุ้มค่าคุ้มราคาเพียง 49,900 บาท ซึ่งหากว่าเศรษฐกิจดี ลูกค้าก็จะหันไปนิยมรถจักรยานยนต์ที่มีฟังค์ชันมากขึ้น
ฟอร์มูลา : การแข่งขันของรถจักรยานยนต์จะมีรูปแบบเป็นอย่างไร ?
อุกฤษณ์ : รถจักรยานยนต์หนึ่งรุ่น จะมีอายุประมาณ 5 ปี จึงมีการปรับโฉมใหม่ การแข่งขันจึงเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งในช่วงการปรับโฉมก็จะมีการปรับดีไซจ์น การเพิ่มสี กราฟิคใหม่ นอกจากนี้ จะมีเรื่องฟังค์ชันต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทคีย์ การเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ ระบบนำทาง แอพพลิเคชัน ที่สามารถดูข้อมูลต่างๆ ได้
สำหรับ YAMAHA เราต้องการสร้างความแตกต่างทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีใหม่ โดยช่วงปลายปี ก็จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม YAMAHA มองว่าเทคโนโลยีไฮบริด ตอบโจทย์ที่สุดในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างกิจกรรมการตลาดที่แตกต่าง
ฟอร์มูลา : รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในประเทศไทย ?
อุกฤษณ์ : ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขณะนี้ยังเล็กอยู่ ปัจจุบันมียอดจดทะเบียนอยู่ประมาณ 1.5 % หรือ2,000 คัน/เดือน ถือว่าเป็นทเรนด์ใหม่ของรถจักรยานยนต์ เพราะจริงๆ แล้ว รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเข้ามาใช้จะต้องตอบโจทย์ลูกค้า 2 เหตุผล คือ 1. สปีด การขับขี่จะอยู่ที่ 90-100 กม./ชม. ส่วนใหญ่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยังทำความเร็วไม่ได้ และ 2. ระยะทาง รถจักรยานยนต์ทั่วไปเติมน้ำมัน 4-5 ลิตร วิ่งได้ 200 กว่ากิโลเมตร แต่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งได้ไม่ถึง 100 กม. ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำกวัน
เหตุผลทั้ง 2 ถือเป็นเรื่องหลักที่ยังไม่ตอบโจทย์ จึงทำให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้เร็วๆ นี้ เรื่องอินฟราสตรัคเจอร์ก็ยังไม่สะดวก และเปรียบเทียบราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงกับไฟฟ้า ยังไม่ต่างกันเท่าไร
สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA มีความพร้อมอยู่แล้ว หากตลาดให้การตอบรับ YAMAHA พร้อมจะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเช่นกัน
ฟอร์มูลา : ปัจจุบันตลาดรถบิกไบค์ เป็นอย่างไร ?
อุกฤษณ์ : แนวโน้มของบิกไบค์เทียบกับ 10 ปีก่อน ลดลง ตอนนี้เหลือแค่ 2 % ของตลาด ถือเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม และคงจะอยู่ในระดับนี้ไม่เติบโตไปมากกว่านี้ เพราะว่าตอนนี้ คนที่ใช้จะเป็นคนที่ชอบจริงๆ มีกิจกรรม หรืองานอดิเรก ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตามกระแส
ฟอร์มูลา : YAMAHA มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการกี่แห่ง มีแผนจะเพิ่มอีกหรือไม่ ?
อุกฤษณ์ : ปัจจุบันมีอยู่ 600 แห่ง ซึ่งคาดว่าเพียงพอแล้ว ขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโฉมใหม่ เพื่อตอบโทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพื่อสร้างคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ฟอร์มูลา : กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ทวางแผนไว้อย่างไร ?
อุกฤษณ์ : มอเตอร์สปอร์ทเป็น DNA ของ YAMAHA ที่ใช้พโรโมทต้นกำเนิดของ YAMAHA ว่าเกิดขึ้นจากมอเตอร์สปอร์ท ถือเป็นอิมเมจของ YAMAHA ที่ส่งผลให้ YAMAHA มีเพอร์ฟอร์มานศ์ที่ดี มีทีม GLOBAL และปั้นนักแข่งระดับโลก มีทีมแข่งที่เกิดขึ้นจาก YAMAHA ACADEMY ที่สามารถคัดเลือกนักแข่งไทยไปสู่การแข่งขันในระดับโลก

