ตลาดรถมือสองกลุ่ม CROSSOVER และ SUV ในปี 2568 ที่ผ่านมา กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญจากการรุกหนักของรถ EV และ HYBRID สัญชาติจีน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายต่อของรถญี่ปุ่น โดยเฉพาะรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน และ HYBRID
รถสัญชาติญี่ปุ่น มีแนวโน้มสดใสกว่า โดยเฉพาะยี่ห้อ และรุ่นยอดนิยม เช่น TOYOTA COROLLA CROSS (โตโยตา โคโรลลา ครอสส์) และ HONDA HR-V (ฮอนดา เอชอาร์-วี) ยังคงรักษาราคาได้ดีที่สุด เพราะสภาพคล่องสูง ปล่อยต่อง่าย
ส่วนรถสัญชาติจีน มีแนวโน้มประสบปัญหาเรื่อง “ราคาขายต่อที่ไม่แน่นอน” เนื่องจากค่ายรถต้นสังกัด ปรับลดราคารถมือหนึ่งลงกะทันหัน ทำให้รถมือสองที่เคยซื้อมาแพงกว่า ราคาขายต่อดิ่งลงตามภาวะ “สงครามราคา”
สงครามราคาทำพิษ ! การลดราคารถใหม่ของบแรนด์จีน ส่งผลให้เทนท์รถมือสองระมัดระวังในการรับซื้อรถ SUV บแรนด์จีนมากขึ้น และผู้ประกอบการหลายราย ต่างกดราคารับซื้อต่ำเป็นพิเศษ โดยกูรูเทนท์รถ เคยประเมินว่า ราคารับซื้อเข้าเทนท์จะเหลือแค่ 20-30 % ของราคาตอนป้ายแดง
แต่ในอนาคต เชื่อว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน เพราะคนเล่นรถจะเริ่มมองหารถ EV จีนมือสองมากขึ้น เนื่องจากได้รถสเปคแรง ในปีที่ใหม่กว่า ในราคาที่ถูกกว่ารถสันดาปป้ายแดง หรือรถสันดาปมือสอง !
ส่วนบริการหลังการขาย ผู้บริโภคยังคงเชื่อมั่นในบแรนด์รถญี่ปุ่น ที่ได้เปรียบเรื่องศูนย์บริการที่ครอบคลุมมากกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาขายต่อไม่ร่วงหนักเท่าบแรนด์น้องใหม่
ตลาดรถมือสองปี 2569 เผชิญภาวะราคาสั่นสะเทือนหนักจากสงครามราคา
ราคาขายต่อดิ่งเหว : รถ EV มือสองราคาเสื่อมลง 30-50 % อย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาขายต่อรถสันดาป (ICE) ปรับลดลงตามเพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อ
ยอดขายเติบโตสวนทาง : แม้ราคาลดลง แต่ยอดซื้อ-ขายกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม EV มือสองราคาประหยัด ที่ทำ สถิติยอดขายใหม่
ปริมาณรถล้นทะลัก : เทนท์รถเผชิญแรงกดดันหนักจากซัพพลายรถสะสมในระบบจำ นวนมากทำ ให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสตอคออก
บทความแนะนำ

