เหตุการณ์รถไฟฟ้ารุ่นหนึ่ง เกิดไฟไหม้ติดๆ กันสองสามคัน เป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้ตลาดรถไฟฟ้าไม่น้อย เพราะมันเกิดขึ้นกับรถรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม แถมเป็นบแรนด์ที่เน้นภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยมาแต่ไหนแต่ไร
พูดถึงกรณีนี้ ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น คือ การที่ตัวแทนจำหน่ายออกตัวช้าไปหน่อย แถมยังแนะนำให้เจ้าของรถรุ่นเดียวกันหลีกเลี่ยงการชาร์จแบทเตอรีเกิน 70 % เพื่อป้องกันความเสี่ยงระหว่างรอการตรวจสอบจากผู้ผลิต
แม้จะเป็นมาตรการเชิงป้องกัน แต่มันสวนทางกับพฤติกรรมของผู้ใช้อีวี ที่ส่วนใหญ่มักเสียบชาร์จไว้ข้ามคืน แล้วถอดปลั๊กในตอนเช้า หากต้องคอยเฝ้ารอถอดปลั๊กเมื่อแบทเตอรีถึง 70 % ย่อมจะไม่สะดวก และสร้างความกังวล ซึ่งคนซื้อรถราคาเป็นล้านคงไม่สามารถเข้าใจ หรือทำใจได้ง่ายๆ จนสุดท้ายก็มีการรวมตัวเรียกร้องให้ผู้ผลิตรับซื้อรถคืน หรือจ่ายค่าชดเชย
แน่นอนว่า แนวทางดังกล่าวเป็นไปได้ยากพอๆ กับให้ชาร์จแบทเตอรี แค่ 70 % นั่นแหละ เพราะไม่มีกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องทำอย่างนั้น หรือหากจะมีการรับซื้อคืนจริงๆ ก็คงต้องประเมินราคาตามสภาพรถ และอายุใช้งาน
ดังนั้น การหาทางออกร่วมกันน่าจะเป็นประโยชน์กว่าการปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อไปถึงโรงถึงศาล
ในอดีต อุตสาหกรรมรถไฟฟ้าก็เคยเผชิญเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง บางยี่ห้อต้องเรียกรถกลับไปเปลี่ยนแบทเตอรีทั้งแพค บางยี่ห้อต้องแนะนำให้ลูกค้าจำกัดการชาร์จไว้ไม่เกิน 80 % พร้อมเรียกรถกลับไปตรวจสอบโมดูลแบทเตอรี ขณะที่บางรายใช้วิธีอัพเดทซอฟท์แวร์ผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดความเสี่ยง และปรับปรุงการทำงานของแบทเตอรี
จะเห็นได้ว่า ความผิดพลาดจากการผลิต เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และเคยเกิดมาแล้ว ซึ่งแต่ละบริษัทมีแนวทางแก้ไขแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกัน คือ ทุกค่ายต้องพยายามควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไม่ให้สั่นคลอน
ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่จะชี้ชะตาตลาดอีวี คือ ความรวดเร็ว ความโปร่งใส และความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เพราะหากผู้บริโภคเห็นว่า ผู้ผลิตรับผิดชอบ และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสฟื้นความเชื่อมั่นคืนกลับมาได้ไม่ยาก
คำถามสำคัญ คือ เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้ตลาดอีวีบ้านเราสะดุดหรือไม่ ซึ่งพอเวลาผ่านไป และไม่มีเคสอื่นเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่า เรื่องราวไม่ได้บานปลายจนส่งผลกระทบต่อตลาดอีวีโดยรวม แม้ในช่วงแรก ผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอดูผลการแก้ไข แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าคนจะเหมา “ตีเก๊” อีวีไปทั้งตลาดอย่างที่เกรง และเกร็งกัน
ยิ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตจำนวนมากเข้ามาแข่งขัน แต่ละรายใช้เทคโนโลยีแบทเตอรี ซัพพลายเออร์ และระบบจัดการแบทเตอรี ที่แตกต่างกัน ยิ่งทำให้ผู้ซื้อเข้าใจได้ว่าปัญหาเป็นเรื่องเฉพาะที่เกิดกับบางบแรนด์ และบางรุ่นเท่านั้น
ในทางกลับกัน เหตุการณ์นี้จะกลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตทุกรายยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของแบทเตอรี รวมถึงระบบอื่นๆ ให้สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว
ท้ายที่สุด เหตุรถไฟฟ้าไฟไหม้ เป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม แต่ก็ไม่ควรเหมารวมว่า รถไฟฟ้าทุกคันไม่ปลอดภัย เพียงแต่ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีอีวียังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ และพัฒนา จากการใช้งานจริง ฉะนั้น จะไปเทียบกับรถเครื่องยนต์สันดาป รวมทั้งรถไฮบริด ที่ผ่านการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยมายาวนานหลายสิบปีแล้ว คงไม่ได้
อันนี้บอกตามความจริงนะครับ ไม่ได้ตั้งใจชี้นำแต่ประการใด

