จะว่าไปแล้ว ผู้ผลิต และผู้ใช้รถบ้านเรา ถือว่าโชคดีนะครับ เพราะรัฐบาลไม่ว่าชุดไหนต่างก็พยายามเอาอกเอาใจพวกเรามาโดยตลอด
ล่าสุด รัฐบาลชุดใหม่ก็เตรียมเสิร์ฟโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ให้พวกเราอีกแล้ว
ตอนนี้รายละเอียดโครงการยังไม่ชัดเจน แต่คร่าวๆ ก็คือ รัฐจะให้เงินสนับสนุนการนำรถเครื่องสันดาปเก่าไปเทิร์นรถไฟฟ้า หรือไฮบริดรุ่นใหม่ป้ายแดง โดยเงินสนับสนุนนี้จะจ่ายไปที่ผู้ผลิต และให้ผู้ผลิตนำมาเป็นส่วนลดให้ผู้ซื้ออีกที เหมือนกับมาตรการ EV 3.0 และ 3.5 นั่นแหละ ซึ่งก็ทำให้ผู้คนอดนินทาไม่ได้ว่า รัฐจะอุ้มลูกรักไปถึงไหน
แน่นอนว่า มาตรการที่ต้องใช้เงินภาษีของคนทั้งประเทศหลายพันล้านบาท ย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
ในมุมของผู้สนับสนุน ก็มองว่า มาตรการนี้เป็นการแก้ปัญหาหลายเรื่องพร้อมกัน เพราะบ้านเรายังมีรถสันดาปรุ่นเก่าจำนวนมากวิ่งอยู่บนท้องถนน หากสามารถนำรถเหล่านี้ออกจากระบบ แล้วแทนที่ด้วยรถไฟฟ้า หรือไฮบริด ก็จะช่วยลดมลพิษได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาล การเพิ่มสัดส่วนรถไฟฟ้าที่ไม่พึ่งน้ำมัน และรถไฮบริดที่ใช้เชื้อเพลิงน้อยลงจะช่วยลดภาระดังกล่าวในระยะยาว หากจำนวนรถประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศจะมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น
ในด้านอุตสาหกรรม หากไทยไม่เร่งสร้างตลาดรถไฟฟ้าภายในประเทศ ผู้ผลิตอาจย้ายการลงทุนไปยังประเทศที่มีความพร้อมมากกว่า ดังนั้น มาตรการนี้อาจช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถพลังงานใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่า มาตรการนี้มีข้อจำกัดไม่น้อย เพราะรถไฟฟ้า และรถไฮบริดยังมีราคาสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป แม้จะได้รับส่วนลดจากโครงการ แต่ประชาชนจำนวนมากก็ยังเอื้อมไม่ถึง ทำให้ผู้ได้รับประโยชน์จริงอาจเป็นคนรายได้ปานกลางขึ้นไป มากกว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้รถเก่าเพราะไม่มีศักยภาพซื้อรถใหม่
ประเด็นสำคัญ คือ หากปริมาณรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานจะไม่พร้อมรองรับ จุดชาร์จยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัด หรือตามคอนโดฯ และอพาร์ทเมนท์ทั่วไป
อีกข้อกังวล คือ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ แม้รถไฟฟ้าจะไม่มีไอเสียออกจากท่อ แต่การจัดการซากแบทเตอรี รวมถึงแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ก็เป็นโจทย์ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีคำถามเรื่องภาระทางการคลัง โดยเฉพาะในยามโลกกำลังปั่นป่วนจากภัยสงคราม การที่รัฐจะใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนการซื้อรถใหม่ ย่อมไม่เหมาะสม
หรือแม้ในยามปกติ งบประมาณจำนวนนี้ หากนำไปพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ไฟฟ้า หรือระบบราง จะช่วยประชาชนได้กว้างกว่า และลดมลพิษได้มากกว่าอย่างแน่นอน
เอาเป็นว่า หากจะเดินหน้าโครงการนี้จริง การออกแบบนโยบายต้องละเอียดกว่าการแจกส่วนลดซื้อรถใหม่ เช่น ควรกำหนดให้รถเก่าที่เข้าร่วมเป็นรถปล่อยมลพิษสูงจริง มีระบบนำรถออกจากระบบอย่างโปร่งใส แบ่งระดับการสนับสนุนตามรายได้ผู้ซื้อ เพื่อไม่ให้คนฐานะดีได้ประโยชน์มากเกินไป และควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสถานีชาร์จไฟควบคู่กัน โดยเฉพาะต่างจังหวัด และอาคารที่อยู่อาศัยแนวสูง
ที่สำคัญ คือ โครงการใหญ่ต้องค่อยๆ คิดให้รอบคอบ ไม่กระโตกกระตาก และเมื่อคิดเสร็จแล้ว ต้องประกาศใช้โดยเร็ว ไม่ใช่คิดไปปล่อยข่าวไป จนทำให้ตลาดหยุดชะงักอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

