ทดลองขับ(formula)
ลองขับ Omoda C5 EV ปรับโฉมทั้งภายนอก และภายใน ราคาพิเศษที่ 629,000 บาท คุ้มหรือไม่ !?!

Omoda C5 EV รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์มาดสปอร์ท หลังจากทำตลาดในประเทศมาสักพัก ได้เวลาปรับโฉม และอัพเกรดระบบชาร์จไฟฟ้า เรามาดูรอบคันพร้อมกับการทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้กัน

สิ่งแตกต่างที่เห็นได้ชัดประการแรก คือ รูปทรงภายนอกของ Omoda C5 EV (โอโมดา ซี 5 อีวี) ส่วนหน้าของตัวรถมีความโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไฟหน้าทรงเรียวบางเป็นไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟส่องสว่างจริงจะอยู่บริเวณมุมของกันชนหน้าที่มีสันเหลี่ยมคมเข้มกว่าเดิมเช่นกัน เราสังเกตว่า ตำแหน่งของที่ชาร์จไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยจะขยับไปทางด้านหน้าฝั่งซ้ายมือของตัวรถ (รุ่นก่อนปรับโฉมจะอยู่ตรงกลาง) ล้อแมกขนาด 18 นิ้ว ลวดลายเหมือนเดิม รวมถึงเส้นสายด้านข้างตัวถัง รวมถึงชุดไฟท้ายที่มีรูปทรงเหมือนเดิม แต่เหมือนรูปแบบของการส่องสว่างภายในโคมเป็นแบบสายฟ้าสีแดงดูโดดเด่นขึ้นมาก มีจุดสังเกตเพิ่มเติม คือ Omoda C5 EV โฉมล่าสุด ไม่มีราวหลังคามาให้ เราคิดว่าทางผู้ผลิตต้องการให้รูปทรงของตัวรถมีความเรียบเนียน กลมกลืน มากกว่าเดิม เหมาะกับการใช้งานในตัวเมือง
เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสาร เราพบว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง คือ การออกแบบห้องโดยสารใหม่เกือบทั้งหมด ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหรากว่ารุ่นก่อนปรับโฉมอย่างชัดเจน จอแสดงผลถูกแยกเป็น 2 ส่วน (จากเดิมที่เป็นจอภาพทรงยาวบนคอนโซลกลาง) ประกอบด้วยจอภาพระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ความคมชัดสูง ตอบสนองการสัมผัสได้ดี ส่วนจอแผงหน้าปัดด้านหน้าผู้ขับเป็นแบบดิจิทอล นอกจากนี้ รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบใหม่เช่นกัน รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ทกว่าเดิม เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป
Omoda C5 EV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้า เรามีโอกาสได้ลองอัตราเร่งบนถนนจริง พบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรทั่วไป นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไวขึ้นเล็กน้อย ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่ไม่มากเกินไป บ่งบอกการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ทอยู่จริง
ส่วนความจุแบทเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) แม้เราได้ทำการทดลองขับเป็นระยะทางสั้นๆ มีการทดลองใช้อัตราเร่งบางช่วง ตัวเลขระยะทำการของแบทเตอรีที่เหลืออยู่ลดลงมาตามระยะทางที่วิ่งจริง ประเมินได้เบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างทำได้ดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่น่าพอใจด้วย แม้แบทเตอรีจะมีความจุลดลงบ้างก็ตาม
นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว เรามีโอกาสได้ทดลองใช้งานระบบความปลอดภัยของ Omoda C5 EV เช่น ระบบเซนเซอร์ที่ทำงานร่วมกับกล้องมองภาพรอบคันสำหรับช่วงความเร็วต่ำ สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางข้างหน้า แสดงผลแบบรอบทิศทางผ่านจอภาพ เราพบว่าการแสดงผลโดยรวมมีความชัดเจน มุมมองต่างๆ ทำได้ถูกต้องตามความเป็นจริง สิ่งที่น่าสนใจ คือ ระบบมีความแม่นยำสูง สามารถบอกระยะความห่างของสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้เป็นหน่วยเซนติเมตร แสดงผลเป็นตัวเลขพร้อมกับกล้องมองภาพ และมีเสียงเตือนเมื่อเข้าไปใกล้มากๆ นอกจากนี้ ยังมีกล้องมองภาพด้านล่างตัวถังส่วนหน้า ช่วยเพิ่มความหลากหลายของมุมมองจากกล้องมองภาพไม่แพ้เอสยูวีขนานแท้

แม้เป็นการทดลองขับเบื้องต้น เรามีความเห็นว่า Omoda C5 EV มีการปรับปรุงรอบด้าน ตั้งแต่ตัวถังส่วนหน้า และส่วนไฟท้าย ชัดเจนยิ่งกว่ากับการออกแบบห้องโดยสารที่แทบจะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ก็ว่าได้ ให้ความรู้สึกหรูหรา และมีอุปกรณ์ใช้งานครบครันกว่าเดิม มอเตอร์ไฟฟ้ามีอัตราเร่งที่ทันใจ พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันกว่าเดิม แม้แบทเตอรีจะมีความจุลดลง แต่ชดเชยด้วยการชาร์จไฟฟ้าที่แรงขึ้น ภายใต้ราคาพิเศษที่ 629,000 บาท เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบายในเมือง ครบเครื่องเช่นนี้



