ธุรกิจ
Mazda โชว์สุดยอดเทคโนโลยี
Mazda (มาซดา) สร้างเซอร์พไรส์ใหญ่ โชว์สุดยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตตามแนวทาง Multi-Solution จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ 2 รุ่น นำโดย Mazda Iconic SP (มาซดา ไอคอนิค เอสพี) คอนเซพท์คาร์ของรถสปอร์ทคอมแพคท์ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ และ Mazda6e (มาซดา 6 อี) รถยนต์ไฟฟ้า 100 % BEV รุ่นแรกจาก Mazda
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Mazda ได้มุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้แก่ลูกค้าของเรา เพราะเราเชื่อว่าความสุขในการขับขี่รถยนต์ จะนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต และในปีนี้ Mazda พร้อมที่จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการนำกลยุทธ์การบริหารงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท และแนวคิดที่เชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิต มีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ หรือ “Joy Drives Lives” มาใช้ในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับความสุข และได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์ Mazda ควบคู่กับการมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าของเราทั้งในวันนี้ และในอนาคต
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ Mazda จึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวทาง Multi-Solution เพื่อส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าทั่วโลก รวมถึงลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ เราอยู่ในช่วงเฟสที่ 2 ระหว่างปี 2025-2027 ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้า ด้วยการนำเสนอทั้งรถยนต์ ประเภท XEVs, Hybrid, Plug-in Hybrid และรถ ไฟฟ้า BEV เข้าสู่ตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และสร้างความยั่งยืนให้แก่โลก สังคม และผู้คน เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้คนในเจเนอเรชันถัดไป
สำหรับไฮไลท์ Mazda นำยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาตามแนวทาง Multi-Solution เพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย มาให้ลูกค้าได้รับชม และสัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ประกอบไปด้วย
• Mazda Iconic SP ยานยนต์ต้นแบบสปอร์ทคอมแพคคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยใช้เครื่องยนต์โรตารี อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mazda แบบ 2 โรเตอร์ ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบทเตอรี รองรับการใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ พลังงานไฮโดรเจน และพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะพลังงานที่ได้จากธรรมชาติ อาทิ สาหร่ายขนาดเล็ก หรือเปลือกหอย ซึ่งยังคงถ่ายทอดเอกลักษณ์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ น้ำหนักเบา กระจายน้ำหนัก 50:50 พร้อมการออกแบบตามแนวทาง Kodo Design รวมถึงการขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับรถ ตามปรัช ญา Jinba-Ittai ที่พัฒนาขึ้นโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับยุคของพลังงานไฟฟ้า เพื่อถ่ายทอดปณิธานความสุขในการขับขี่ของ Mazda โดยรถต้นแบบคันนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา เพื่อฟื้นตำนานรถสปอร์ทเครื่องยนต์โรตารีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และนำเสนอพลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบให้กับลูกค้า
สีภายนอก “Viola Red” ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามความปรารถนาของ Mazda ที่จะ "เชิดชูสีแดง" และสอดคล้องกับปรัชญาในการ "ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้แก่ลูกค้าทุกคน" โดยมุ่งเน้นไปที่สีสันที่สดใสแต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของมิติของตัวรถที่เกิดจากแสง และเงาที่ตกกระทบลงบนตัวรถ
ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้นของ Mazda Iconic SP
ความยาวxความกว้างxความสูง (มม.) |
4,180x1,850x1,150 |
ระยะฐานล้อ (มม.) |
2,590 |
อัตราส่วน แรงม้า-น้ำหนัก |
3.9 |
แรงม้าสูงสุด (PS) |
370 |
น้ำหนัก (กก.) |
1,450 |
• Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า 100 % BEV รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นตามแนวทาง Multi-Solution Technology สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะ Mazda ไว้อย่างชัดเจนในทุกองค์ประกอบ ทั้งดีไซจน์ภายนอกที่สง่างามตามแนวคิด Kodo Design-Soul of Motion โดยผสานความงดงามตามสไตล์รถไฟฟ้ายุคใหม่ ให้ภาพลักษณ์แบบสปอร์ทในรูปแบบตัวถังพิเศษแบบ Fastback แต่ยังคงมีความโฉบเฉี่ยวสไตล์รถซีดาน และเอกลักษณ์ของสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของ Mazda ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด กระจายน้ำหนัก 50:50 มาพร้อมแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนขนาด 80 กิโลวัตต์ ให้ระยะการขับขี่ได้ไกลสุดถึง 552 กม. มาพร้อมเทคโนโลยี Fast Charge สามารถชาร์จไฟจาก 30-80 % ได้เร็วสูงสุดภายใน 15 นาที มอบความสนุกสนานในการขับขี่ตามปรัชญา Jinba-Ittai และเน้นหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Mazda เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลก
“Mazda เชื่อว่า ยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่นนี้ จะทำให้ลูกค้าเห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ต่อการเดินหน้าตามแนวทาง Multi-Solution ของ Mazda เพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้รถยนต์ของ Mazda สามารถส่งมอบความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านให้กับลูกค้าและครอบครัว นับตั้งแต่แรกที่เริ่มใช้งานจนถึงในระยะยาว อันเป็นปณิธานที่ Mazda มุ่งมั่นเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคน”
ภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกเหนือจากยนตรกรรมที่นำมาจัดแสดงตามแนวทาง Multi-Solution แล้ว Mazda ยังได้นำรถยนต์นั่งยอดนิยมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ล่าสุด New Mazda2 Essential มาเปิดตัวภายในงานฯ โดยมาพร้อมแนวคิด Nothing Else เลือกแล้วว่าใช่ ก็ไม่ต้องการอะไรอีก ที่ดีไซจ์นบ่งบอกความเป็นตัวตนที่ชัดเจน และฟังค์ชันที่เติมเต็มกับทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ เจาะกลุ่มเจเนอเรชัน Z ที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกสำหรับการใช้งานที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด และตอบโจทย์ความเป็นตัวของตัวเอง มาพร้อมทางเลือก 4 รุ่นใหม่ ได้แก่
• รุ่น Prime มอบความ ”คุ้มสุด” ของรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ตอบโจทย์ทุกความต้องการให้ใช้ชีวิตได้คุ้มตั้งแต่เริ่มต้น มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน พร้อมการตกแต่งเพื่อเพิ่มความสปอร์ทด้วยกระจังหน้าสีดำ วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเพียง 529,000 บาท
• รุ่น Ultra มอบความ “สบายสุด” มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ครบครันด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบาย พร้อมกับฟังค์ชันที่รู้ใจ และตอบโจทย์กับทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งระ บบ Entertainment และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร อาทิ Mazda Connect ที่รองรับ Apple Car Play และ Android AutoTM พร้อมหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมผ่าน Center Commander ตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยแผงคอนโซลหน้าไบโอพลาสติคแบบสี ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย I-Activsense อาทิ ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance พร้อมกล้องมองหลัง และเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง ราคาจำหน่าย 589,000 บาท
• รุ่น Signature มอบความ “พร้อมสุด” โดดเด่นด้วยดีไซจ์นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Sport Design พร้อมฟังค์ชันทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ควบคู่กับสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก มาพร้อม 2 ทางเลือก กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ในรุ่น 1.3 Signature ภายนอกตกแต่งด้วยกระจังหน้าแบบ Sport Design และกระจกมองข้างสีดำ ภายในตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ และผ้า Grand Luxe Suede พร้อมกรอบช่องแอร์สีแดง วางราคาจำหน่าย 659,000 บาท และทางเลือกที่ 2 กับเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ในรุ่น XDL Signature มาพร้อมหลังคาสีดำ ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สี Black Machining และดิสก์เบรคหลัง ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย I-Activsense หลายระบบ วางราคาจำหน่าย 749,000 บาท
ไม่เพียงเท่านี้ Mazda ยังได้นำยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด แบรนด์ไอคอนยอดนิยม New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition หรือรุ่นพิเศษครบรอบ 35 ปี เปิดตัวเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 35 ปี นับตั้งแต่ MX-5 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก มาจัดแสดงให้แฟนๆ ในประเทศไทยได้ชม และครอบครองเป็นเจ้าของ โดยมาพร้อมการตกแต่งพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นทั่วๆ ไป เพื่อถ่ายทอดความพิเศษในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นสีภายนอกพิเศษ Artisan Red Premium สัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พนักพิงศีรษะ และพรม พร้อม Serial Number ที่บริเวณด้านข้างตัวถัง เพื่อบ่งบอกถึงบอกถึงความพิเศษในฐานะรุ่นลิมิเทด รวมถึงเบาะหนังสีพิเศษ Sports Tan หลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Bright ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ทพรีเมียม และความพิเศษได้อย่างมีเอกลักษณ์ วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ในราคา 3,069,000 บาท
ลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรรมจาก Mazda สามารถเข้าชมได้ที่บูธรถยนต์ Mazda ในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2568 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ อิมแพคท์ เมืองทองธานี พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย เมื่อจองซื้อรถยนต์ Mazda อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0 %* ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance* ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถ Mazda และครอบครัวมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ MUS นานสูงสุด 7 ปี* และฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Sharp รุ่น IG-NX2B มูลค่า 3,990 บาท** ภายในงานฯ และที่โชว์รูม Mazda ทั่วประเทศ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
