ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Audi R8 จะกลับมาภายในปี 2570 ด้วยใช้การแชร์แชสซีส์ และเครื่องยนต์กับ Lamborghini Temerario ทั้งมีส่วนในโปรแกรมการแข่งจีทีของทีมแข่งด้วย
Audi R8 รุ่นสุดท้ายวางตลาดเป็นเจเนอเรชันที่ 2 ยุติการผลิตช่วงต้นปี 2567 และจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ด้วยรุ่นปี 2023 เป็นรุ่นสุดท้าย ขณะนั้น Audi ไม่ได้แจ้งแผนสำหรับรุ่นต่อไป แต่บอกเป็นนัยว่ารุ่นต่อไปอาจเป็นรถไฟฟ้า หากเทคโนโลยีรถไฟฟ้ามีระดับความก้าวหน้าเหมาะสมสำหรับซูเพอร์คาร์
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีรถไฟฟ้าล่าช้ากว่าที่คาดไว้ ทำให้ผู้ผลิตรถหลายรายที่เคยสัญญาจะผลิตรถไฟฟ้าทุกรุ่น ต้องปรับแผนกลับมาผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายในต่อไป
Audi เคยประกาศว่าจะใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นสุดท้ายในปี 2569 แต่แผนต้องเปลี่ยนไป เมื่อ Audi R8 ใหม่ กลับมาพัฒนาระบบส่งกำลังจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ Temerario
Audi R8 ทั้งสองเจเนอเรชันที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับ Lamborghini ทั้งคู่ จากเจเนอเรชันแรกเป็นการแชร์เทคโนโลยีกับ Gallardo และเจเนอเรชันที่ 2 จับคู่กับ Huracan ส่วน Audi R8 รุ่นล่าสุด ในเจเนอเรชันที่ 3 มีจุดเริ่มต้น ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ของ Temerario
ขุมพลังของ Temerario ให้กำลังสุทธิถึง 667 กิโลวัตต์/907 แรงม้า จากเครื่องยนต์ แบบ วี 8 สูบ ความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่มีรอบการทำงานถึง 10,000 รตน. พ่วงระบบไฮบริดเหมือนกับ Revuelto โดยทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ axial-flux จำนวน 3 ชุด โดยมอเตอร์ 2 ชุดขับเคลื่อนล้อหน้า และมอเตอร์ชุดที่ 3 ติดตั้งระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ
แชสซีส์ของ Temerario น่าประทับใจด้วยรูปแบบสเปศเฟรมเหมือนกับ Huracan แต่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ สามารถทนแรงบิดเพิ่มขึ้น 25 % และมีชิ้นส่วนเพียงครึ่งเดียวของ Huracan ทั้งมีจุดเชื่อมด้วยความร้อนลดลงถึง 80 %
สมรรถนะ Lamborghini Temerario มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 210 ไมล์/ชม. หรือ 338 กม./ชม. มีโหมดขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน ด้วยพลังจากแบทเตอรีลิเธียมไอออน ขนาด 3.8 กิโลวัตต์ ติดตั้งในอุโมงค์กลางตัวรถ
เพื่อให้ Audi R8 ไม่เป็นคู่แข่งในตลาดเดียวกับ Lamborghini Temerario ทางค่ายจึงเน้นออกแบบให้เป็นซูเพอร์คาร์ที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันเหมือนกับเจเนอเรชันก่อนหน้า โดยจะเปิดตัวในปี 2570