ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Red Bull ได้เปิดเผยรูปทรงล่าสุดของ RB17 เวอร์ชันล่าสุดออกมาแล้ว ก่อนการวางจำหน่ายในปีนี้
RB17 ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการออกแบบจากรถแข่งสูตร 1 ของ Red Bull เพื่อให้เป็นรถเร็วเหนือระดับ จากการออกแบบของรถต้นแบบ จะเห็นอย่างชัดเจนว่าเวอร์ชันล่าสุดแตกต่างทั้งความคมคาย, ความกระชับ และเร็วกว่าอย่างแน่นอน
RB17 เวอร์ชันล่าสุด มีดีไซจ์นการออกแบบสะอาดตา ไม่ลดดีกรีความร้อนแรง ด้านหน้าเสริมความเข้มด้วยแถบชุดไฟแอลอีดีที่จัดวางเข้ากับรูปทรงตัวรถได้อย่างลงตัว ไม่กีดขวางการไหลของกระแสลม เพื่อไหลลื่นไปบนผิวตัวรถได้อย่างไร้ที่ติ
พื้นผิวตัวรถวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีช่องจัดกระแสลมอย่างราบรื่น ทั้งส่งให้ระบบระบายความร้อนในด้านหลัง เหนือหลังคามีช่องรับลมป้อนอากาศไปยังเครื่องยนต์ที่วางอยู่กลางตัวรถ ถัดไปด้านหลังมีครีบแนวตั้งสไตล์เดียวกับตัวแข่งรถต้นแบบในรายการแข่ง Le Mans
แม้ RB17 ถูกสร้างสำหรับวิ่งในสนามแข่งเท่านั้น แต่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ไม่ต่างจากรถไฮเพอร์คาร์ผลิตสำหรับวิ่งบนถนนสาธารณะ ทั้งกระจกข้าง และที่ปัดน้ำฝน ซึ่งบ่งชี้ว่าใกล้กับการนำไปสู่การผลิตจริงแล้ว
ในคอกพิทไม่ต่างจากรถแข่ง ไม่มีจอดิจิทอลแบบสัมผัส หรืออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น มีแต่ปุ่มควบคุมแบบจัดวางในส่วนต่างๆ อุปกรณ์ทุกอย่างออกแบบสำหรับนักขับเพื่อทำความเร็วในสนามโดยเฉพาะ ทั้งเบาะนั่ง, ระบบพวงมาลัย จนถึงทัศนวิสัยของคนขับ
หัวใจของ RB17 คือ เครื่องยนต์ วี 10 สูบ หายใจเอง ความจุ 4.5 ลิตร พัฒนาโดย Cosworth สามารถหมุนได้ถึง 15,000 รตน. เฉพาะเครื่องยนต์ให้กำลัง 735 กิโลวัตต์/1,000 แรงม้า ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 147 กิโลวัตต์/200 แรงม้า ให้กำลังสุทธิ 882 กิโลวัตต์/1,200 แรงม้า
พลังจากเครื่องยนต์ถูกส่งไปยังล้อหลังผ่านระบบเกียร์ซีเควนเชียลเดินหน้า 6 จังหวะ พร้อมระบบเฟืองท้ายแอคทีฟ ลิมิเทด สลิพ (active limited-slip differential) ควบคุมด้วยระบบไฮดรอลิค ส่วนเกียร์ถอยหลังจะเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า
Red Bull มีแผนจะผลิต RB17 จำนวน 50 คัน แต่ยังไม่แจ้งราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีราคาระดับ 6 หลัก สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ขณะนี้ RB17 อยู่ในระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้ายแล้ว อีกไม่นานคงได้วางจำหน่าย

