ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
MG ยอดขายปี 2025 พุ่ง 12.3 % ทะลุ 4.507 ล้านคัน
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์ MG (เอมจี) ในประเทศไทย เผยความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันยอดขายรวมทั่วโลกของ SAIC Motor Corporation ในปี 2025 ทะยานสู่ 4.507 ล้านคัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 12.3 % ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย MG สามารถเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความนิยมในตลาดหลักทั่วโลก ทั้งยุโรปที่ยอดขายพุ่งสูงขึ้น 30 % อินเดียขยายตัว 17.8 % และประเทศไทยที่ปิดยอดปีล่าสุดด้วยอัตราเติบโต 44 % พร้อมเดินหน้าสู่ศักราชใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจในเครือทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ “Glocal” ผสานนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคเพื่อวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในทุกภูมิภาค
SAIC Motor Corporation เผยผลการดำเนินงานในปี 2025
SAIC Motor Corporation บริษัทแม่ของแบรนด์ MG เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2025 โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกกว่า 4.507 ล้านคัน หรือมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.3 % เมื่อเทียบกับปีก่อน หากพิจารณายอดขายเฉพาะในตลาดต่างประเทศ พบว่า มียอดขายรวม 1.071 ล้านคัน ซึ่งเติบโตขึ้น 3.1 % เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการขยายตัว และการได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในเวทีโลก โดย MG ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขยายฐานลูกค้า และขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งยุโรป อินเดีย และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยยอดขายรวมกว่า 300,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30 % ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการยอมรับยานยนต์จากจีนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ในตลาดอินเดีย มียอดขายรวม 70,000 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 17.8 % ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสะสมของรถยนต์ MG ทั่วโลกมีมากกว่า 6 ล้านคัน
ความสำเร็จดังกล่าวสอดรับกับยุทธศาสตร์ “Glocal” ที่ SAIC Motor Corporation ได้ประกาศใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกด้วยการผสานแนวคิด Global+Local เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ครบวงจรและยั่งยืน โดย MG เป็นแบรนด์หลักที่นำวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาใช้กำหนดทิศทางการดำเนินงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว อีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าจับตามองของ SAIC Motor Corporation ในปีที่ผ่านมา คือ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งมียอดขายรวมสูงถึงกว่า 1.643 ล้านคัน หรือโตเพิ่มขึ้น 33.1 % เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ของกลุ่มฯ โดย MG มีส่วนสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยี NEV สู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง New MG4 Electric ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นหัวหอกในการสร้างตลาดทั่วโลก และสามารถทำยอดขายได้ดีในหลายๆ ประเทศ
ผลดำเนินงานในประเทศไทย
ส่วนของประเทศไทย MG มียอดขายภายในประเทศ และส่งออกรวม 35,872 คัน ในปี 2025 ที่ผ่านมา หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 44 % เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ MG ในตลาดรถยนต์เมืองไทย และเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคอาเซียนด้านการผลิต MG ได้ดำเนินการผลิตชดเชยตามเงื่อนไขของนโยบายการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ครบถ้วน 100 % แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านการผลิต และการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ พร้อมตอกย้ำสถานะของ MG ในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย
ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2025 เป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของ SAIC Motor Corporation ในเวทีโลก โดยเฉพาะบทบาทของแบรนด์ MG ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดต่างประเทศ และภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ Glocal ที่ผสานจุดแข็งระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง
ปัจจุบัน รถยนต์ของ MG วางจำหน่ายในตลาดทั่วโลกแล้วกว่า 170 ประเทศทั่วทุกภูมิภาค สะท้อนการยอมรับของผู้บริโภคระดับสากล และความมั่นคงของแบรนด์ในฐานะผู้เล่นระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับประเทศไทย MG ไม่ได้เป็นเพียงตลาดจำหน่าย แต่เป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกลุ่ม ทั้งในการพัฒนาแบรนด์ การลงทุนด้านการผลิต และการส่งเสริมตลาดยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จด้านยอดขายในปีที่ผ่านมา รวมถึงการดำเนินการผลิตชดเชยตามนโยบาย EV 3.0 ของภาครัฐอย่างครบถ้วน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นของ MG ในการเติบโตเคียงคู่กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ในปี 2026 SAIC Motor Corporation และ MG เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า และระบบอัจฉริยะ (Intelligent Mobility) เพื่อตอบรับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และเสริมศักยภาพให้แก่ MG ในฐานะแบรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มฯ ทั้งในตลาดประเทศไทย และตลาดโลกอย่างยั่งยืน
.............................................................................................
Xpeng แนะนำ X9 รุ่นพิเศษ
Xpeng ประเทศไทย ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค Xpeng (เสี่ยวเผิง) ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-Asia คึกคักรับปีใหม่ แนะนำรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ท สีพิเศษ "X9 Executive Special Color Edition" พร้อมนโยบายตรึงราคาแม้โครงสร้างภาษีมีการเปลี่ยนแปลง ในงาน Xpeng Roadshow 2026
อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Xpeng ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2568 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จของ Xpeng ในประเทศไทย ด้วยยอดส่งมอบสะสมกว่า 4,000 คัน ตั้งแต่เริ่มทำตลาดในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อแบรนด์อย่างชัดเจน ปี 2569 เราพร้อมยกระดับประสบการณ์ AI Mobility ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รุ่น G6 และ X9 อย่างมั่นใจ พร้อมแนะนำ "X9 Executive Special Color Edition" เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ ในฐานะที่ X9 ครองยอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 ช่วงครึ่งปีหลัง ในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้า
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ "The Next Bold Move" มุ่งเน้นการเติบโตอย่างรอบด้าน และขยายเครือข่ายการให้บริการสู่ 21 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์เทคโนโลยีสู่การเป็นแบรนด์ที่ผสานนวัตกรรม ดีไซจ์น และไลฟ์สไตล์ เสริมมิติความเป็น Active, Young และ Dynamic ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ และกีฬา เพื่อขยายการรับรู้ในวงกว้าง
นโยบายตรึงราคา มอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อลูกค้าทุกท่าน
จากกรณีที่ภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอัตราภาษี ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม Xpeng ประเทศไทย จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายในช่วงนี้โดยให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า และการรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมบริหารจัดการต้นทุน และวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างรอบคอบ เพื่อให้ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ และบริการของ Xpeng ได้อย่างต่อเนื่อง และมั่นใจ ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์ต้นทุน และนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิดโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้า และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวเป็นสำคัญ
X9 Executive Special Color Edition
โดดเด่นด้วยสี Matte Gray และล้อดีไซจ์นพิเศษแบบ Starlight Floating ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ทอัจฉริยะ ที่มาพร้อมเฉดสีภายใน Moon Shadow Coffee และ Meteorite Black นั่งสบายด้วยเบาะแถว 2 แบบโซฟาพร้อมฟังค์ชัน Zero-Gravity ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง และช่องทางเดินระหว่างเบาะแถว 2 รวมถึงที่ชาร์จแบบไร้สายหนึ่งเดียวในคลาสส์ที่เบาะแถว 3 สามารถพับราบด้วยไฟฟ้าเพียงหนึ่งสัมผัส และเทคโนโลยีเลี้ยว 4 ล้อ รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.4 ม. นับว่าเป็นรถตู้ไฟฟ้าที่คล่องตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งยังผสานการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบทเตอรี 800 โวลท์ ที่สามารถชาร์จไฟจาก 10-80 % ได้ในเวลาเพียง 20 นาที รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แบทเตอรี NCM ขนาด 101.5กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 690 กม. (NEDC)
G6 ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบทเตอรี ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 1.189 ล้านบาท
Xpeng G6 The Next Intelligent SUV ดีไซจ์นภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วย Full-Width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ทด้วยฝาท้ายดีไซจ์นแบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring ล้ออัลลอย Five-Spoke ขนาด 20 นิ้ว ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีแบทเตอรี 800 โวลท์ 5C AI Battery Ultra-Fast Charging แบบ LFP ขนาดสูงสุด 80.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 451 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80 % ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 600 กม. (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็ว และใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคา และขนาดแบทเตอรีใกล้เคียงกัน
สิทธิพิเศษเมื่อจอง Xpeng ทุกรุ่น ภายในงาน และที่โชว์รูม Xpeng ทุกสาขา ถึง 31 มกราคมนี้
• บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท (X9 Executive และ G6 Standard Range)*
• ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี (G6)* และ 2 ปี (X9)*
• Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
• เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
• รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กม.*
• รับประกันแบทเตอรี และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กม.*
• บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชม. นาน 5 ปี*
• พิเศษ คะแนนสะสม Mobilife 6,000 คะแนน (G6)* และ 9,000 คะแนน (X9)*
New G6 Standard Range ราคา 1,189,000 บาท*
New G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท*
New G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท*
X9 Executive ราคา 2,499,000 บาท*
X9 Luxury ราคา 2,749,000 บาท*
Xpeng Road Show 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ชั้น 1 โซน B ศูนย์การค้าเซนทรัล ลาดพร้าว และโชว์รูม Xpeng ทั้ง 15 สาขา ทั่วประเทศ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
.............................................................................................
มอเตอร์เวย์ M81 เก็บเงินแล้ว ดีเดย์ 16 มค. 69
ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ได้เปิดให้ประชาชนได้มีการ ทดลองใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ตลอดสายระยะทาง 96 กม. ครบทั้ง 8 ด่าน ฟรี ตลอด 24 ชม. ขณะนี้งานติดตั้ง และทดสอบระบบต่างๆ เช่น ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ระบบบริหาร และควบคุมการจราจรอัจฉริยะ (ITS) บนสายทาง พร้อมศูนย์ควบคุม และสั่งการ ระบบควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ ระบบโครงข่ายสื่อสารข้อมูล ได้ดำเนินการสร็จแล้ว
ทั้งนี้ กรมทางหลวงจึงได้กำหนดเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางสำหรับมอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป โดยใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกินอัตราที่กำหนด ดังนี้
- รถยนต์ 4 ล้อ ไม่เกิน 120 กม./ชม.
- รถโดยสาร/รถบรรทุก ไม่เกิน 100 กม./ชม.
- รถบรรทุกหนัก/รถลากจูง (มากกว่า 6 ล้อ) ไม่เกิน 80 กม./ชม.
ขับรถเที่ยว ผ่าน “มอเตอร์เวย์ M81” ไปไหนได้บ้าง ?
อัตราค่าผ่านทาง เริ่มต้น 45 บาท
สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง จะแยกตามประเภทของรถที่เข้ามาใช้บริการ และตามระยะทางที่ใช้จริง ผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางทั้ง 8 แห่ง ประกอบด้วย ด่านฯ บางใหญ่, นครชัยศรี, ศีรษะทอง, นครปฐมฝั่งตะวันออก, นครปฐมฝั่งตะวันตก, ท่ามะกา, ท่าม่วง และกาญจนบุรี
รถยนต์ 4 ล้อ กรณีเดินทางจากบางใหญ่ไปยังนครชัยศรี จะต้องชำระค่าผ่านทาง 45 บาท แต่หากวิ่งตลอดเส้นทางจากบางใหญ่ไปถึงกาญจนบุรี จะคิดค่าผ่านทางในอัตราสูงสุดที่ 150 บาท ขณะที่ รถยนต์ 6 ล้อ สูงสุด 240 บาท และมากกว่า 6 ล้อสูงสุด 350 บาท รองรับทั้งระบบเงินสด ระบบอัตโนมัติ (M-Pass/Easy Pass) และแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-Lane Free Flow) หรือระบบ M-Flow
.............................................................................................
ไทยฮอนด้าฯ เสริมทัพสองล้อ เปิดตัว 4 รุ่นใหม่
ไทยฮอนด้าฯ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ Honda (ฮอนดา) ในประเทศไทย เผยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัว 4 โมเดลใหม่ ในงาน "Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead"
ไฮไลท์ คือ New Honda UC3 (ฮอนดา ยูซี 3) ใหม่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มวางจำหน่าย มาในคอนเซพท์ "The Urban First Movers ก้าวแรก…ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม" สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำตลาด และฐานการผลิตสำคัญของ Honda ในระดับโลก และอีก 3 รุ่น ได้แก่ New Honda Scoopy (ฮอนดา สกูพี) ใหม่ เผย 9 เฉดสีใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่ วง LYKN ที่มาเติมความสนุกให้แก่ชาว Iconic Gang ตามด้วย New Honda Lead (ฮอนดา ลีด) ใหม่ ที่อัพเกรดทั้งดีไซจ์นด้านหน้าเฉดสีใหม่ และระบบเบรค ABS เสริมความมั่นใจในการขับขี่ ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave 110 (ฮอนดา เวฟ 110) ใหม่ รถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นยอดนิยมที่คนไทยไว้วางใจ ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความทันสมัยควบคู่ความประหยัด คุ้มค่า และความทนทาน ตามมาตรฐาน Honda
ไดกิ มิฮาระ ผู้บริหารระดับสูง รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร Honda Motor กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Honda มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้เราสามารถส่งมอบ "ความสุข และอิสระในการขับเคลื่อน" จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกกว่า 40 % โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณนี้จะมียอดจำหน่ายสูงถึง 21 ล้านคัน พร้อมวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับการเติบโตของตลาดโลกที่คาดว่าจะถึง 60 ล้านคัน ภายในปี 2030 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างแท้จริง เราพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการเติบโตของความต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์อย่างมั่นคง Honda ได้ตั้งเป้าหมายในระยะยาวว่า
“ทุกๆ 2 คน จะมีผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ Honda 1 คน” ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”
“Honda พร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยในประเทศไทยเราถือเป็นผู้นำยุคแรกเริ่มที่วางรากฐานนวัตกรรมไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2018 ผ่านรุ่น Benly e: (เบนลีย์ อี:) และ CUV e: (ซียูวี อี:) และในวันนี้เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ New Honda UC3 รถไฟฟ้า Plug-in คอมมิวเตอร์รุ่นแรกที่สะท้อนคำมั่นสัญญาใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 (ฮอนดา ดับเบิลยูเอน 7) ที่เปิดตัวในงาน Milano Show เมื่อปีที่ผ่านมา บนตัวผลิตภัณฑ์ได้ประทับชื่อ "Honda" อย่างภาคภูมิใจ ไม่เพียงเท่านี้ Honda มุ่งสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุม และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ขณะเดียวกันเราขอยืนยันที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักต่อไป แม้ในยุคที่ EV เติบโต เพื่อสร้างงาน เสริมรากฐานอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย ด้วยคุณภาพ และความเชื่อมั่นที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนาน"
ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ไทยฮอนด้าฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ Honda ในภูมิภาคเอเชีย และเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในระดับภูมิภาค ในปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยโดยรวมอยู่ที่ 1.73 ล้านคัน ไทยฮอนด้าฯ สามารถสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 1.40 ล้านคัน เติบโต 102 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
สำหรับปี 2026 การแข่งขันทางธุรกิจจะเข้มข้นขึ้น แต่เราก็พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไทยฮอนด้าฯ คาดการณ์ว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.68-1.73 ล้านคัน และเราได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 1.36-1.40 ล้านคัน Honda ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยในทุกมิติ โดยมีแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 11 รุ่น ตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำด้านการขาย เทคโนโลยีบริการหลังการขาย การส่งมอบคุณค่า และประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Honda ในตลาดรถจักรยานยนต์ไทย กับการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Plug-in รุ่นแรกที่จะจำหน่ายโดยตรงถึงผู้ใช้ ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยี และมาตรฐานของ Honda เพื่อมอบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ขับขี่ไร้มลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกอีกด้วย
New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้คอนเซพท์ "The Urban First Movers ก้าวแรกที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม" ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ทำงานร่วมกับแบทเตอรี Lithium-ion LFP มาตรฐานสากล UNR136 วิ่งได้ไกลสูงสุด 122 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. พร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Econ, Standard, Sport และระบบ Reverse Assist Function สำหรับช่วยถอยหลัง โดดเด่นด้วยดีไซจ์นโมเดิร์น ไฟหน้า LED แบบ Integrated Light Bar หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync ฟังค์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วย Honda Smart Key ช่องชาร์จ USB Type-C และพื้นที่เก็บของหลากหลายตำแหน่ง พร้อมโครงสร้าง Stability Frame ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคง และความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง อีกทั้ง ไทยฮอนด้าฯ ได้เปิดตัว Honda EV Charger แห่งแรกของประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิร์ลด์ และมีแผนขยายกว่า 230 สถานี เพื่อรองรับการใช้งานภายในปีนี้ และอีก 800 สถานี ภายในปี 2572
กลุ่มรถเอที New Honda Scoopy ได้กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ภายใต้คอนเซพท์ "The Iconic Gang แกงเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์" ที่ได้วง LYKN มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ ถ่ายทอดความสนุก และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้เนรมิตเฉดสีใหม่ 9 เฉดสี 3 สไตล์ มาให้เลือก วางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Club 12 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีชมพู, สีขาว-น้ำเงิน, สีดำ-แดง และสีเทา-ขาว ในราคาแนะนำ 55,100 บาท ตามด้วยรุ่น Prestige เลือกได้ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีดำ และสีขาว ในราคาแนะนำ 53,700 บาท และรุ่น Urban มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า และสีดำ ในราคาแนะนำ 50,600 บาท
ตามด้วย New Honda Lead125 มาพร้อมคอนเซพท์ "New Dimension of Minimal มีนีมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ" ถ่ายทอดมิติใหม่ของไลฟ์สไตล์คนเมืองผ่านเฉดสีใหม่พร้อมดีไซจ์นด้านหน้าที่เสริมลุคสปอร์ท ทันสมัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบเบรค ABS ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว New Honda Lead125 วางจำหน่าย 2 รุ่น พร้อมเฉดสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท และรุ่น CBS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีขาว-ดำ (White-Black) ราคาแนะนำ 62,000 บาท
ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave110 ปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีรถ และโลโก Emblem สีคอพเพอร์ มาพร้อมไฟเลี้ยวดีไซจ์นใหม่โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนอเนกประสงค์ และช่องชาร์จ USB Type-C เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ Combined Brake System (CBS) พร้อมยกระดับทั้งความปลอดภัย และความสะดวกสบาย มาพร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่แข็งแรง ทนทาน คล่องตัว และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่ายในรุ่นล้อแมก Special Edition 2 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำตาล และสีดำ-น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 48,800 บาท และรุ่นล้อแมก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-น้ำตาล, สีน้ำเงิน และสีแดง ราคาแนะนำที่ 48,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทมือ ดิสค์เบรค มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ และสีดำ-น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 46,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทเท้า ดุมเบรค วางจำหน่ายใน สีดำ ราคาแนะนำที่ 39,000 บาท
.............................................................................................
Triumph เปิดไลน์อัพ 16 รถจักรยานยนต์พรีเมียมเสริมพลัง
ทเรนด์การเลือกขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือบิกไบค์ในไทยกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ และดีไซจ์น สู่การมองหารถจักรยานยนต์ที่สะท้อนตัวตน ความเชื่อ และไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับสีรถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นสีตามวันเกิด สีมงคลประจำปี หรือสีที่บ่งบอกคาแรคเตอร์ส่วนตัว เพราะหลายคนมีความเชื่อว่าสีที่ใช่จะช่วยเสริมทั้งความมั่นใจ ความสบายใจ และพลังบวกในทุกการเดินทาง
Triumph Motorcycles แบรนด์รถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่เป็นอย่างดี ที่นอกจากความสำคัญในเรื่องของสมรรถนะ และดีไซจ์นของตัวรถแล้วนั้น จึงได้ออกแบบ และคัดสรรเฉดสีของรถจักรยานยนต์แต่ละรุ่นอย่างพิถีพิถันมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่โทนสีคลาสสิคหรูหรา สีเข้มทรงพลัง ไปจนถึงสีสันร่วมสมัย ไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยสื่อถึงบุคลิก ไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้ขับขี่แต่ละคนได้อย่างชัดเจน ครั้งนี้จะพาทุกคนเปิดลิสต์รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ของ Triumph (ทไรอัมฟ์) ที่มาพร้อมสีสันโดดเด่น ตอบโจทย์ทเรนด์การเลือกสีให้ตรงทั้งดวง และสไตล์ของผู้ขับขี่ พร้อมส่งพลังความมั่นใจ เสริมดวงการเดินทาง และรับทรัพย์ตลอดปี
เริ่มต้นด้วย Bonneville T100 สี Snowdonia White และ Bonneville T120 สี Stone Grey รถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิค Bonneville สายพันธุ์แท้ ที่มาพร้อมรายละเอียดสุดคลาสสิค เรียบหรู สุขุม ขี่สบาย ใช้งานได้ทุกวัน เหมาะกับคนเกิดวันจันทร์ที่เข้ากับสีมงคลอย่างสีขาว สีเงิน และสีเทา ซึ่งมาช่วยเสริมด้านความสบายใจ ความราบรื่น ปลอดภัยในการเดินทาง
Street Triple 765 RX โดดเด่นด้วยการตกแต่ง และดีไซจ์นแบบสปอร์ทในโทนสี Matt Aluminium สุดเนี้ยบ เสริมด้วยชิ้นส่วนสี Diablo Red ที่ดึงดูดทุกสายตา บนตัวถังจะมีโลโก RX อันเป็นซิกเนเจอร์ หรือจะเป็นรุ่น Speed 400 สี Carnival Red/Storm Grey รถจักรยานยนต์ที่ผสานเสน่ห์ของ Triumph ในอดีตเข้ากับเทคโนโลยีการออกแบบทางวิศวกรรมสมัยใหม่ มอบคาแรคเตอร์ที่จัดเต็มที่ให้การส่งกำลังอย่างเต็มพิกัด และการตอบสนองที่ทันใจ เหมาะกับคนเกิดวันอังคารที่มีความกล้าแกร่ง ตรงไปตรงมา ที่เข้ากับสีมงคลทั้งสีแดง สีดำ และสีเทา ซึ่งจะมาช่วยเสริมพลัง อำนาจ ความมั่นใจ
Tiger Sport 660 สี Roulette Green รถจักรยานยนต์แอนเวนเจอร์ขนาดกลางขุมกำลังเครื่องยนต์ 3 สูบ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Triumph ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะ ความอเนกประสงค์ และเทคโนโลยีขั้นสูง มอบความสนุกไปกับการขับขี่ในทุกถนน หรือ Scrambler 1200 XE สี Matt Khaki Green สไตล์ที่สร้างมาตรฐานให้แก่รถ Scrambler ด้วยท่วงท่าที่สง่างามผ่านรูปลักษณ์ที่สง่า พร้อมรายละเอียดเฉพาะตัวที่มาพร้อมการตกแต่งสุดประณีตรอบคัน บอกเลยว่าตอบโจทย์คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ที่เป็นสายแอดเวนเจอร์ รักอิสระ พร้อมลุยทุกเส้นทาง ที่เข้ากับสีมงคลทั้งเขียว และดำ ช่วยเสริมเรื่องความสำเร็จ การงาน และความอุดมสมบูรณ์
ขณะที่ Bonneville Bobber สี Interstellar Blue/Sapphire Black รถจักรยานยนต์ที่มาในสไตล์คัสตอมแบบ Stripped-Back โหลดต่ำ สัดส่วนที่ดูกำยำ และรายละเอียดสุดประณีต ช่วยสร้างรูปลักษณ์สุดโดดเด่นแบบ Bobber พร้อมความดุดันในการแต่งคัสตอมสายพันธุ์แท้ ต่อด้วย Speed Twin 1200 RS สี Baja Orange/Sapphire Black เป็นรถที่สุดของการผสมผสานสมรรถนะแบบสปอร์ทเต็มพิกัด เข้ากับการบังคับรถที่ทั้งคล่องตัว และมีไดนามิคในสไตล์ และคาแรคเตอร์แบบคลาสสิค เหมาะกับคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) ที่เข้ากับสีมงคลอย่างสีน้ำเงิน สีดำ ช่วยเสริมเสน่ห์ และความน่าเชื่อถือ
Scrambler 400 XC สี Racing Yellow มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุก และมั่นใจในทุกย่านความเร็ว ด้านรูปลักษณ์ สะท้อนอัตลักษณ์ดีไซจ์นของ Scrambler ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน หรือรุ่น Trident 660 สี Cosmic Yellow/Sapphire Black รถจักรยานยนต์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสนับสนุนผู้ขี่ระดับแนวหน้า พร้อมคุณภาพการผลิต และสเปคชิ้นส่วนระดับพรีเมียม เหมาะกับคนเกิดวันพฤหัสบดีที่เป็นนักเดินทาง ชอบความแข็งแกร่ง และภาพลักษณ์ภูมิฐาน ที่เข้ากับสีมงคลอย่างสีเหลือง สีทอง หรือสีน้ำตาล ที่จะมาช่วยเสริมเรื่องปัญญา ความก้าวหน้า รวมถึงผู้ใหญ่สนับสนุน
Speed Twin 900 สี Pure White ที่มาพร้อมกราฟิคสี Maui Blue/Tangerine Orange ผสมผสานดีไซจ์นที่โดดเด่นเหนือกาลเวลา เข้ากับการออกแบบทางวิศวกรรมสมัยใหม่ได้อย่างแยบยล ให้พละกำลังที่ตอบสนองทันใจ พร้อมการบังคับรถสุดคล่องแคล่ว เป็นรถจักรยานยนต์ที่เหมาะสำหรับทั้งการออกทริพวันหยุดสุดสัปดาห์ และการเดินทางในชีวิตประจำวัน รวมถึง Tiger 900 Alpine Edition สี Snowdonia White ที่มาพร้อมกราฟิคสี Sapphire Black/Aegean Blue ให้ภาพลักษณ์อันหรูหรา พร้อมสำหรับการผจญภัยบนท้องถนน เหมาะกับคนเกิดวันศุกร์ที่เป็นสายขับขี่ในเมือง มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย ต้องการขับขี่ที่เต็มไปด้วยความสนุก คล่องตัว เข้ากับสีมงคลทั้งสีฟ้า สีน้ำเงิน และสีขาว ช่วยเสริมด้านเสน่ห์ และเมตตามหานิยม
Rocket 3 Storm สี Sapphire Black/Granite ท่วงท่าสุดกำยำพร้อมสไตล์อันไร้ที่ติ ผสมผสานกับสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ส่งตรงจากสายพานการผลิตรถจักรยานยนต์ สมรรถนะระดับเหนือชั้น มอบการขับขี่อันยอดเยี่ยม หรือจะเป็นรุ่น Daytona 660 สี Satin Granite/Satin Jet Black รถจักรยานยนต์ที่มาพร้อมเส้นสายที่ดูเนี้ยบ การบังคับรถที่ง่าย คล่องตัวแบบสปอร์ท พร้อมความสะดวกสบายในการขับขี่ตลอดทั้งวัน เหมาะกับคนที่เกิดวันเสาร์ที่มีความสุขุม เน้นความหนักแน่น และพลัง เหมาะกับสีมงคลอย่างสีม่วง สีดำ และสีเทา ที่จะมาช่วยเสริมความอดทน ความมั่นคง ป้องกันอุปสรรค
ปิดท้ายด้วย Bonneville Speedmaster สี Carnival Red รถคัสตอมคลาสสิคสไตล์ครูเซอร์สัญชาติอังกฤษรุ่นออริจินอล ผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถัน ด้วยดีไซจ์นที่พร้อมให้ทุกคนชื่นชม มอบความผ่อนคลาย และคล่องตัว ช่วยให้เดินทางได้อย่างราบรื่น และทะยานผ่านทุกโค้งได้อย่างสบาย รวมทั้งรุ่น Speed Triple 1200 RR สี Red Hopper/Storm Grey ที่มาพร้อมสมรรถนะ ขี่สนุกได้อย่างมั่นใจ ดีไซจ์นสุดงดงาม เหมาะกับคนเกิดวันอาทิตย์ที่เป็นสายผู้นำ มีบุคลิกชัดกล้าแสดงออก ชอบพลัง และสมรรถนะที่โดดเด่น เข้ากับสีมงคลทั้งสีแดง และสีดำ ซึ่งช่วยเสริมพลังอำนาจ ความเป็นผู้นำ ความมั่นใจ และความสำเร็จ
เริ่มต้นปี 2026 ไปกับ Triumph ที่พร้อมให้ผู้ขับขี่ได้เลือกสไตล์รถจักรยานยนต์ที่มาพร้อมสีที่ใช่ทั้งสไตล์ ความเชื่อ และความรู้สึก เพื่อเริ่มต้นทุกการเดินทางด้วยพลังบวก และความมั่นใจอย่างแท้จริง ที่มาพร้อมโปรโมชัน อาทิ รับข้อเสนอทางการเงินสูงสุด 250,000 บาท เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1-31 มกราคม 2569 ตลอดจนทดลองขี่รถจักรยานยนต์ Triumph รุ่นที่สนใจได้ ณ โชว์รูม Triumph ทั่วประเทศ































