ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า รถถัง Abrams ขึ้นชื่อว่าเป็นรถถังที่ได้รับความนิยมสูง ในปัจจุบันเริ่มล้าสมัยแล้ว แต่กองทัพบกสหรัฐฯ ยังต้องการใช้ต่อไปโดยการพัฒนารถถังต้นแบบ M1E3 Abrams
รถถังต้นแบบ M1E3 Abrams ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีล่าสุด พร้อมระบบส่งกำลังแบบไฮบริด รถถังต้นแบบคันนี้ถูกเปิดตัวที่งาน Detroit Auto Show 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งทางกองทัพยอมรับว่าการพัฒนาครั้งนี้ ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และน้ำหนักลดลง เมื่อเทียบกับ M1 Abrams รุ่นเดิม
เครื่องยนต์ระบบเทอร์ไบน์ของ Honeywell ให้กำลัง 1,118 กิโลวัตต์/1,500 แรงม้า ถูกแทนที่โดยเครื่องยนต์ดีเซล Caterpillar C13D ที่ซ่อมแซมง่ายแทบทุกมุมโลก หากเครื่องยนต์เดิมเสียจะต้องส่งกลับไปยังฐานทัพใหญ่เพื่อซ่อมบำรุง ส่วนเครื่องยนต์ Caterpillar ของ M1E3 ให้กำลัง 514 กิโลวัตต์/690 แรงม้า เป็นเครื่องยนต์ที่มีใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม และเครื่องจักรหนักทั่วโลก จึงแทบไม่มีปัญหาการหาอะไหล่เลย
ระบบถ่ายทอดกำลังเดิมของ Allison ถูกถอดออก แล้วแทนที่ด้วยชุดเกียร์ SAPA แบบไฮบริดที่รวมหน่วยมอเตอร์ขับด้วย จึงขับเคลื่อนด้วยพลังจากเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมกัน หรือจะแยกใช้ทีละแบบก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้พลประจำรถถังทั้ง 3 คน เดินทางโดยไม่มีเสียงเครื่องยนต์ในบางขณะ
เมื่อเปลี่ยนขุมพลังทำให้ M1E3 Abrams มีน้ำหนักลดลงประมาณ 20-30 % และระบบไฮบริด ทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงสูงขึ้น 50 % รถถัง Abrams รุ่นคลาสสิคมีน้ำหนักถึง 80 ตัน เมื่อบรรทุกยุทธภัณฑ์เต็มพิกัด แต่ M1E3 Abrams Hybrid มีน้ำหนักสูงสุดไม่เกิน 60 ตัน ตรงตามเป้าหมายที่กองทัพบกสหรัฐฯ ต้องการ
M1E3 Abrams เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี ระบบต่างๆ ทำงานบนสถาปัตยกรรมซอฟท์แวร์ที่ออกแบบเป็นพิเศษ ช่วยให้กองทัพบกมีระบบทันสมัย และดีที่สุดในปัจจุบัน ด้านนอกตัวรถมีไมโครโฟนสำหรับจับเสียงโดรนจากระยะไกล และกล้องแบบ 360 รอบตัวรถ
การควบคุม M1E3 Abrams ใช้พวงมาลัยแบบ yoke พร้อมปุ่มควบคุมมากมาย ทั้งสามารถตั้งค่าใหม่ได้ง่าย พอๆ กับเครื่องเล่น PlayStation ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งเพิ่มบนตัวรถถัง
รถถังต้นแบบ M1E3 อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และเลือกแบทเตอรีแรงดันสูงที่เหมาะสม อาจเป็นแบบลิเธียม-ไอออน หรือลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟท (LFP) ปัจจุบันรถถังต้นแบบสามารถขับเคลื่อน และยิงปืนได้ และกำลังจะเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติใบรับรอง
บทความแนะนำ

