บทความ
MotoGP 2026 "มาร์โก เบซเซคคี" ผงาดแชมพ์สนามแรก

"PT Grand Prix of Thailand" ทุบสถิติผู้ชมมากที่สุด "มาร์โก เบซเซคคี" ผงาดแชมพ์สนามแรก-"มาร์ค มาร์เกซ" ดวงแตกยางระเบิดHighlight
ศึกมอเตอร์สปอร์ทสองล้อเบอร์หนึ่งของโลก “MotoGP” ดวลความเร็วสนามแรกที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand” กระหึ่มโลก ด้วยเกมสุดเร้าใจ มาร์โก เบซเซคคี (Marco Bezzecchi) ดาวบิดอิตาเลียนจาก Aprilia Racing แก้ตัวสำเร็จนำม้วนเดียวจบผงาดคว้าชัยประเดิมฤดูกาลใหม่เหนือ เปโดร อคอสตา (Pedro Acosta) นักบิดสแปนิชจาก Red Bull KTM Factory Racing ขณะ มาร์ค มาร์เกซ (Marc Marquez) แชมพ์โลกคนปัจจุบันจาก Ducati Lenovo Team ดวงแตกยางระเบิดไม่จบเรศ โดย MotoGP สนามประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นปีที่ทำลายสถิติ (Break Records) ผู้ชมสูงสุดกว่าทุกปี จำนวนกว่า 228,228 คน
การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมพ์โลก MotoGP 2026 สนามแรก รายการ PT Grand Prix of Thailand ดวลความเร็วรอบ “เมนเรศ” วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท จ. บุรีรัมย์ ท่ามกลางจำนวนผู้ชมสูงสุดสถิติใหม่ถึง 228,228 คน ตลอดทั้งสุดสัปดาห์
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ร่วมกับ คาร์เมโล เอซเปเลตา ซีอีโอของ MotoGP Sport Entertainment Group และฮอร์เก วิเอกาสประธานสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ซึ่งร่วมร้องเพลงชาติไทยกับแฟนมอเตอร์สปอร์ทชาวไทย เพื่อเป็นสักขีพยานของการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการ
ไฮไลท์ของการแข่งขันทั้งหมดถูกควบรวมมาไว้ในวันอาทิตย์ หลังจากที่ผ่านเกมในรอบซ้อมจนถึง “สปรินท์เรศ” ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยจะเป็นการชี้วัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในทุกรุ่น
เกมในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP ซึ่งดวลกันทั้งสิ้น 26 รอบสนาม โดยตำแหน่งโพลบนกริดสตาร์ทเป็นของ มาร์โก เบซเซคคี นักบิดอิตาเลียนจาก Aprilia Racing ที่พลาดล้มจากในรอบสปรินท์ ขนาบข้างด้วย มาร์ค มาร์เกซ แชมพ์โลก 7 สมัย ชาวสแปนิชจาก Ducati Lenovo Team และราอูล เฟร์นันเดซ (Raul Fernandez) นักบิดสแปนิชจาก Trackhouse MotoGP Team ในกริดที่ 2-3 ส่วนเปโดร อคอสตา ผู้ชนะสปรินท์เรศจาก Red Bull KTM Factory Racing เริ่มเกมจากกริดที่ 6
รูปเกมในเรศนี้แตกต่างอย่างมากกับในวันเสาร์ เพราะ เบซเซคคี ที่พลาดล้มอย่างน่าเจ็บใจใน “สปรินท์เรศ” สามารถแก้เกมจากความผิดพลาดของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ สตาร์ทจากโพลขยับขึ้นนำได้ตั้งแต่โค้งแรก และบิดนำม้วนเดียวจบ ผงาดคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเวลารวม 39 นาที 36.270 วินาที พร้อมกับสร้างสถิติเป็นนักบิดคนแรกของ Aprilia Racing ที่คว้าชัยชนะได้ 3 เรศติดต่อกัน
อันดับ 2 ในเรศนี้เป็นของ เปโดร อคอสตา ที่เค้นฟอร์มเก่งออกมาในสนามนี้ แม้จะออกตัวจากกริดที่ 6 แต่เมื่อ “การยึดเกาะ” เข้าที่ ดาวบิดสแปนิชก็ค่อยๆ ไล่แซงทั้ง มาร์ค มาร์เกซ และฮอร์เก มาร์ทิน (Jorge Martin) นักบิดสแปนิชจาก Aprilia Racing ขึ้นมา ก่อนจะแซง ราอูล เฟร์นันเดซ ช่วงท้ายเรศ บิดเข้าป้ายด้วยเวลาตามหลังผู้นำถึง 5.543 วินาที ตามด้วย ราอูล เฟร์นันเดซ ในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 9.259 วินาที
ส่วนอันดับ 4 เป็นของ ฮอร์เก มาร์ทิน ตามหลังผู้ชนะ 12.182 วินาที ตามด้วย ไอ โอกูระ (Ai Ogura) นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก Trackhouse MotoGP Team ซึ่งสร้างผลงานอย่างร้อนแรง ไล่แซงจากอันดับ 11 ขึ้นมาจบเรศในอันดับ 5 ตามหลังผู้ชนะ 12.411 วินาที
ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ ที่กำลังลุ้นทอพไฟว์อย่างหนักโชคร้ายยางหลังแตกที่โค้ง 4 ต้องออกจากการแข่งขันในช่วง 6 รอบสุดท้าย เช่นเดียวกับน้องชายอย่าง อเลกซ์ มาร์เกซ (Alex Marquez) จาก Gresini Racing MotoGP ที่พลาดล้มในรอบถัดมา และโจอัน เมียร์ (Joan Mir) นักบิดสแปนิชจาก Honda HRC Castrol ที่รถแข่งขัดข้องจนต้องรีไทร์ไป
ในสนามนี้นักบิดที่ใช้รถแข่ง Ducati ต่างเจองานหนัก ซึ่งผลงานดีที่สุดของพวกเขา คือ ฟาบิโอ ดิ จานนันโตนีโอ (Fabio Di Giannantonio) นักบิดอิตาเลียนจาก Pertamina Enduro VR46 Racing Team ในอันดับ 6 ตามหลังผู้ชนะ 16.845 วินาที ตามด้วย บแรด บินเดอร์ (Brad Binder) นักบิดแอฟริกาใต้จาก Red Bull KTM Factory Racing ในอันดับ 7 ตามหลัง 17.363 วินาที และฟรานโก มอร์บิเดลลี (Franco Morbidelli) ที่แซงในโค้งสุดท้ายเข้าป้ายอันดับ 8 ตามหลัง 18.227 วินาที
ด้าน ฟรานเชสโก บันยาญา (Francesco Bagnaia) นักบิดอิตาเลียนจาก Ducati Lenovo Team ยังเค้นฟอร์มเก่งไม่ออก เริ่มเกมจากกริดที่ 13 ขยับขึ้นมาอันดับ 9 ช่วงต้นเกม แต่ก็ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้ เข้าเส้นชัยด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะถึง 18.340 วินาที ตามด้วย ลูกา มารินี (Luca Marini) เพื่อนร่วมชาติจาก Honda HRC Castrol ในอันดับ 10 ตามหลัง 19.101 วินาที
หลังผ่านสนามแรกของปี เปโดร อคอสตา ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงบนตารางแชมเพียนชิพของ MotoGP มีทั้งสิ้น 32 คะแนน ตามด้วย มาร์โก เบซเซคคี อันดับ 2 มี 25 คะแนน และราอูล เฟร์นันเดซ อันดับ 3 มี 23 คะแนน ด้าน มาร์ค มาร์เกซ แชมพ์โลกคนปัจจุบันเริ่มต้นฤดูกาลไม่เป็นไปตามเป้า ไร้แต้มจาก “เมนเรศ” รั้งอันดับ 8 มี 9 คะแนน
สำหรับผลการแข่งขันในรุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะ Moto2 ซึ่งเกิดธงแดงถึง 2 ครั้งจากอุบัติเหตุในสนาม ก่อนจะดวลกันได้แค่ 7 รอบ ผลปรากฏว่าชัยชนะตกเป็นของ มานูเอล กอนซาเลซ (Manuel Gonzalez) นักบิดสแปนิชจาก Liqui Moly Dynavolt Intact GP คว้าชัยไปครองด้วยเวลา 11 นาที 11.575 วินาที เฉือน อีซาน เกวารา (Izan Guevara) จาก BLU CRU Pramac Yamaha Moto2 อันดับ 2 เพียง 0.099 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ดาเนียล โฮลกาโด (Daniel Holgadi) จาก CFMOTO Aspar Racing Team ตามหลัง 0.454 วินาที
อีกรุ่นที่ดวลกันอย่างสุดมัน และต้องตัดสินแพ้ชนะกันด้วยภาพถ่าย คือ Moto3 ที่ดวลกันทั้งสิ้น 19 รอบสนาม ชัยชนะตกเป็นของ ดาบิด อัลมันซา (David Almansa) ดาวรุ่งชาวสแปนิชจาก Liqui Moly Dynavolt Intact GP ด้วยเวลารวม 32 นาที 14.186 วินาที เฉือนเพื่อนร่วมชาติอย่าง มักซิโม คีเลส (Maximo Quiles) จาก CFMOTO Aspar Racing Team อันดับ 2 เพียง 0.003 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ วาเลนติน เปอโรเน (Valentin Perrone) นักบิดอาร์เจนไตน์จาก Red Bull KTM Tech 3 ตามหลัง 9.480 วินาที
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการยืนยันต่อสัญญากับ MotoGP ออกไปอีก 5 ปี จากสัญญาฉบับเดิม โดยจะยังคงเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “Grand Prix of Thailand” ไปจนถึงฤดูกาล 2031 ส่งสัญญาณว่าประเทศของเรายังคงเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญของแฟนมอเตอร์สปอร์ททั่วโลก


