บทความ
ที่นอนใหม่ใกล้ฉัน ! “โรงแรมในปั๊มน้ำมัน” พักเติมพลังทั้งคน และรถ

ขับรถไกลอย่าฝืน ! อีกไม่นาน “โรงแรมในปั๊มน้ำมัน” อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนระหว่างทางอย่างแท้จริง เนื่องจากเร็วๆ นี้มีข่าวว่า ปตท. หรือ OR จับมือ Centara ในเครือ Central เตรียมทำโรงแรมในปั๊มน้ำมันราคาหลักร้อย เพื่อรองรับคนที่ต้องการเดินทางแบบชิลล์ๆHighlight
บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ Central ร่วมมือกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ในสัดส่วนถือหุ้น 49:51 เพื่อลุยธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) เจาะกลุ่มนักเดินทาง โดยใช้งบลงทุนรวมราว 700 ล้านบาท
โครงการระยะแรกมีแผนก่อสร้างทั้งหมด 6 แห่ง คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี และกาญจนบุรี แบ่งเป็นโรงแรมภายในสถานีบริการน้ำมัน 5 แห่ง และนอกสถานีบริการ 1 แห่ง แต่ละแห่งจะมีประมาณ 70-80 ห้อง ราคาเริ่มต้นราว 800-1,000 บาท/คืน และคาดว่าจะเปิดให้บริการแห่งแรกได้ช่วงกลางปี 2570 ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักไว้ที่ 70-80 % เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตแบบ All Lifestyles และเติมเต็มระบบนิเวศของ OR ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของโรงแรมในปั๊มน้ำมัน คือ ทำเล และความครบวงจร มีที่จอดรถกว้างขวาง คล้ายกับจุดพักระหว่างทาง พร้อมมาตรการความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการสูง
แนวคิดหลักของโครงการ คือ การใช้ศักยภาพทำเลสถานีบริการน้ำมันที่หลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญ ใกล้สนามบิน และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงมีพื้นที่เพียงพอสำหรับพัฒนาโครงการเพิ่มเติม โดยผู้เข้าพักสามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกในปั๊มได้ทันที เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านซักผ้า และร้านกาแฟ ซึ่งมีแผนพัฒนาเมนูอาหารเช้าเพื่อรองรับลูกค้าโรงแรม
ส่วนรูปแบบโรงแรมจะเน้นความเรียบง่าย สะดวก และราคาจับต้องได้ คล้ายโมเดลโรงแรมประหยัดในตลาดอย่าง Hop Inn โดย OR มองว่าการมีโรงแรมในพื้นที่สถานีบริการจะช่วยเพิ่มทราฟิค และสร้างรายได้ให้ธุรกิจในเครือ ขณะที่ Central จะเข้ามาเติมความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงแรม นอกจากนี้ แนวคิดของโรงแรมราคาประหยัด ไม่ได้มุ่งแข่งขันกับโรงแรมขนาดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นการต่อยอดศักยภาพพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ให้ผู้ใช้รถสามารถ “พัก-กิน-เติม-ชาร์จ-เดินทางต่อ” ได้ในจุดเดียว
ธุรกิจโรงแรมในปั๊มน้ำมัน สะท้อนทิศทางที่ต้องการลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมันในอนาคต จะไม่ใช่แค่ “ทางผ่าน” แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงการเดินทาง การพักผ่อน และการใช้ชีวิตในทุกมิติอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จะช่วยยกระดับสถานีบริการจากจุดแวะเติมพลังงาน สู่จุดพัก และใช้ชีวิต เพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ และต่อยอดรายได้จากธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และค้าปลีกในเครือ
เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในยุคปัจจุบัน “โรงแรมในปั๊มน้ำมัน” จึงเป็นอีกตัวเลือกที่สำคัญ ดังนี้
การมาใช้บริการของโรงแรมยังสามารถช่วยดึงคนเข้ามาใช้ปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ทั้งสถานีบริการน้ำมัน เช่น ร้านกาแฟ ร้านซักอบผ้า ร้านอาหาร และร้านค้าอื่นๆ ในสถานีจะได้ประโยชน์จากโรงแรมในปั๊มน้ำมัน เรียกง่ายๆ ว่า Budget Hotel ในปั๊มน้ำมันจะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มยอดขายให้ร้านสะดวกซื้อ 7-11, ร้านคาเฟ, ร้านซักผ้า และหากต้องการเติมน้ำมัน หรือชาร์จ EV ก็มีบริการภายในปั๊มด้วย เพราะเมื่อคนพักโรงแรม ก็จะกินข้าวที่ร้านในปั๊ม และดื่มกาแฟ เป็นการดึงรายได้เข้าสู่ธุรกิจ Non-Oil แบบครบวงจร
“โรงแรมในปั๊มน้ำมัน” ถูกบุกเบิก และเติบโตมาจากการเดินทางด้วยรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา ที่มีวัฒนธรรมการขับรถทางไกล และการท่องเที่ยวแบบ Road Trip อีกทั้งต้องอาศัยที่พักระหว่างทางที่เรียบง่าย ในระยะสั้นๆ ทำให้เกิด Motel หรือที่พักสำหรับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ตามแนวทางหลวง เมื่อปั๊มน้ำมันกลายเป็นจุดแวะพักหลัก จึงค่อยๆ พัฒนาให้มีบริการครบวงจรมากขึ้น ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงการเป็นจุดที่สามารถพักผ่อนก่อนออกเดินทางไกลต่อไปได้
เป็นอีกหนึ่งโรงแรมเก่าแก่ในปั๊มน้ำมันของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่บนถนนสายประวัติศาสตร์ Route 66 ในทะเลทราย Mojave เปิดตัวครั้งแรกในปี 1938 เริ่มต้นจากการเป็น "ปั๊มน้ำมัน และอู่ซ่อมรถ" เพื่อรองรับนักเดินทางที่ขับรถข้ามประเทศ จากนั้นมีการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจเป็น "Motor Court" (กระท่อมพักแรม) และร้านอาหาร จนกลายเป็นจุดบริการที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งบน Route 66
พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นด้วยสไตล์ Googie Architecture (ยุคอวกาศ) โดยเฉพาะป้ายไฟนีออนขนาดใหญ่ สูง 50 ฟุต และอาคารรับรองที่มีหลังคาทรงแหลมแหงนขึ้น (Upswept Roof) กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางข้ามรัฐในสหรัฐอเมริกาช่วงปี 1950
ปัจจุบันแม้ที่ตั้งดังกล่าวจะกลายเป็นเมืองร้าง หลังการตัดถนนทางหลวง Interstate 40 แต่ Roy’s Motel ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้ และเปิดให้บริการในส่วนของร้านขายของชำ และปั๊มน้ำมัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสบรรยากาศย้อนยุค สุดคลาสสิค
โรงแรมในปั๊มน้ำมันจากสวีเดน โดยในช่วงทศวรรษ 1960 เมื่อจำนวนนักเดินทางด้วยรถยนต์เพิ่มขึ้น รัฐบาลสแกนดิเนเวียจึงขอให้มีที่พักสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่สถานีบริการน้ำมันริมทางหลวง ให้บริการทั้งปั๊มน้ำมัน ห้องพัก ร้านอาหาร และบริการอื่นๆ อีกทั้งยังเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ขับรถทางไกล ซึ่งต่อมาเปิดเพิ่มเป็นเครือข่ายทั่วยุโรปในช่วงปี 1960-1970
เป็นโรงแรมกึ่งคาเฟจากอิตาลี ในช่วงทศวรรษที่ 50 อาคารอิฐเก่าแห่งนี้เคยเป็นทั้ง "ปั๊มน้ำมัน และที่พักระยะสั้น" สำหรับนักเดินทางที่ต้องการงีบหลับพักผ่อน ซึ่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนโฉมให้เป็นคอมเพลกซ์ที่ประกอบด้วย โรงซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ (Workshop), ร้านอาหาร (Osteria) และร้านขายของ (Concept Store) แต่ยังคงกลิ่นอายของ "Motel" ในอดีตผ่านการตกแต่ง และชื่อร้าน ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้เปิดให้นอนค้างคืนแล้วก็ตาม
สุดยอดภาพยนตร์ระทึกขวัญสุดคลาสสิคจากปี 1960 และถือเป็นหนังที่ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนาน ด้วยความตื่นเต้น ดนตรีประกอบชวนขนลุก ซึ่ง Psycho (1960) เป็นภาพยนตร์สุดหลอนที่สร้างจากนวนิยายของ Robert Bloch เรื่องราวของ (Marion) หญิงที่ขโมยเงินเจ้านายหนีไป เพื่อหวังจะไปหาแฟนหนุ่ม แต่ระหว่างทางเธอได้แวะพักที่โรงแรม Bates Motel โรงแรมเล็กๆ ริมทางในแคลิฟอร์เนีย ที่ดูเงียบสงบ และเต็มไปด้วยความผิดปกติ จากนั้นเรื่องราวสยองขวัญก็เกิดขึ้น (รวมถึงฉากห้องน้ำอันลือลั่นที่ถูกยกขึ้นหิ้งว่าเป็นซีนในตำนานของหนังสยองขวัญ)

บทความแนะนำ

