ธุรกิจ
MG ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2
MG เผยความสำเร็จปี 2025 ยอดขายตามเป้าที่ 27,007 คัน ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2 เปิดเกมรุกปี 2026 เน้น “สร้างความเชื่อมั่น” ขับเคลื่อนธุรกิจ มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพยกระดับบริการเข้มข้น สู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คันHighlight
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์ MG (เอมจี) ในประเทศไทย ขยับขึ้นสู่ Top 5 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปิดยอดขายปี 2025 ได้ตามเป้ากว่า 27,007 คัน ตั้งเป้าปี 2026 ยอดขาย 30,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5 % ในไทย ตั้งธงพาแบรนด์ทะยานสู่เป้าหมายใหญ่ Top 3 ตลาดยานยนต์ไทยภายในทศวรรษที่ 2 ควบคู่ไปกับการขยายตลาดส่งออกสู่ยุโรป ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมคุณภาพภายใต้มาตรฐานระดับโลก “Made in Thailand, For the World” ผสานกลยุทธ์ Glocal ดึงเทคโนโลยี และมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคคนไทย ยกระดับเป็นแบรนด์สู่ “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) วางแผนเปิดตัวรถใหม่ และรุ่นปรับโฉมอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์นี้ ขณะเดียวกันเตรียมปล่อยแคมเปญเชิงกลยุทธ์ยกระดับงานบริการทุกมิติมุ่งสร้าง “ความเชื่อมั่น”
ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ด้วยพอร์ทโฟลิโอที่สมดุลทุกเทคโนโลยี
ในปี 2025 MG สามารถทำยอดจำหน่ายรวมกว่า 27,007 คัน เติบโตมากกว่า 57 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และก้าวขึ้นสู่แบรนด์อันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนยอดขายทั้งหมดจากรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 80 % และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และไฮบริด 20 % สะท้อนถึงผู้บริโภคที่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า โดย New MG4 Electric (เอมจี 4 อีเลคทริค) ใหม่ มียอดจำหน่ายกว่า 11,000 คัน (46.4 %) ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนต่อเนื่อง 4 เดือน ตามด้วย New MG S5 EV (เอมจี เอส 5 อีวี) ใหม่ ยอดขายกว่า 4,920 คัน (19.9 %) คว้ารางวัล Thailand EV of The Year 2025 และ MG IM6 (เอมจี ไอเอม 6) กว่า 1,700 คัน (6.6 %) ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดนอกประเทศจีน ขณะที่กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และไฮบริดอย่าง MG5 (เอมจี 5) และ All New MG3 Hybrid+ (เอมจี 3 ไฮบริด พลัส) ใหม่ ยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับผู้บริโภคที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของ MG ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนจากความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์ Glocal จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร และแบรนด์นับจากนี้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับโลก (Global) เข้ากับความเข้าใจตลาดเมืองไทย (Local) เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริง และเติบโตอย่างยั่งยืน
เป้าหมายของ MG คือ การก้าวสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนไทย ซึ่งต้องอาศัยการวางแผน และก้าวนำอยู่เสมอ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่สมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่มีการยกระดับอย่างต่อเนื่องโดยมีแผนงานพัฒนาโชว์รูม และศูนย์บริการสู่การเป็น “User Relationship Operation Center” หรือ “ศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า” ไปจนถึงการดูแลลูกค้าตลอดวงจรการเป็นเจ้าของรถ
MG ถือเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกในการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจรในประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง การยกระดับมาตรฐานการรับประกันแบทเตอรี และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV Lifetime Warranty) ซึ่ง MG เป็นผู้บุกเบิกได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน ทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทย การรับประกันนี้ตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภคเรื่อง “ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ” โดยเปลี่ยนความไม่สบายใจให้เป็นความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง โดย MG จะทำให้การรับประกันนี้กลายเป็นมาตรฐานที่ต้องมีสำหรับรถ EV ของ MG ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวต่อจากนี้ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านศูนย์บริการ และบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV ในระยะยาว พร้อมระบบบริหารจัดการอะไหล่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลลูกค้าอย่างแท้จริง ตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงของ MG กับคำมั่น “อยู่ในไทย เพื่อไทย” (In Thailand, For Thailand)
และจากนี้เป็นต้นไป MG จะให้ความสำคัญกับการเติบโตเชิงคุณภาพ (High-quality Growth) โดยมุ่งเน้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และความพึงพอใจของลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ในใจผู้บริโภค นอกจากการจัดการภายในประเทศที่ครอบคลุมทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ และการบริการแล้ว MG ยังมีเป้าหมายในการขยายความยิ่งใหญ่สู่ตลาดสากล ด้วยการเตรียมส่งออกรถยนต์ MG ที่ผลิตจากประเทศไทย ไปจัดจำหน่ายในประเทศต่างๆ ในยุโรป ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมาตรฐานคุณภาพระดับสากล และพิสูจน์ศักยภาพฐานการผลิตของไทย ตอกย้ำความภาคภูมิใจของ MG กับการนำเสนอ “Made in Thailand, For the World” สู่สายตาประชาคมโลก”
ปักธงภารกิจทะยานสู่ Top 3 กับเป้าหมายการเติบโต และวิสัยทัศน์ระยะยาวของ MG
สำหรับปี 2026 MG ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 30,000 คัน พร้อมมุ่งครองส่วนแบ่งการตลาด 5 % ซึ่ง ณ ปัจจุบัน MG สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาแบรนด์ และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวางระบบการดำเนินงานที่ครอบคลุม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนสู่หมุดหมายสำคัญ ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2
ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ปี 2026 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ด้วยทิศทางที่ชัดเจน และการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง MG จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน โดย MG ได้กำหนดกรอบกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
1. การยกระดับแบรนด์ในระยะยาว
MG มุ่งเน้นการส่งมอบมาตรฐานที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของผู้บริโภคในทุกมิติ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำจุดยืนของแบรนด์ และยนตรกรรมที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจ และจับต้องได้จริงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
2. การพัฒนาพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์แบบครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ภายใต้กลยุทธ์ Dual Track
ภายใต้กลยุทธ์ “Dual Track” MG เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กันอย่างชัดเจน พร้อมเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส เพื่อสร้างความสดใหม่ให้แก่ตลาด พร้อมรักษาความต่อเนื่องของไลน์อัพสินค้า และทำให้ผลิตภัณฑ์ของ MG ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมในทุกเซกเมนท์ รวมถึงการนำ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่าง และยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไทย ในปี 2026 MG มีแผนขยายพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ ด้วยการเปิดตัว MG IM5 ในกลุ่มพรีเมียมอีวี พร้อมด้วย New MG Maxus 9 MCE (เอมจี แมกซัส 9 เอมซีอี) ใหม่ ในกลุ่ม e-MPV และ New MG4 Electric Minorchange (เอมจี 4 อีเลคทริค ไมเนอร์เชนจ์) ใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัพยอดนิยมของแบรนด์
ภายในไตรมาสที่ 2 มีแผนเปิดตัวรถ EV ในกลุ่ม B-Segment สำหรับตลาดหลัก พร้อมพัฒนาปรับปรุงรุ่นปัจจุบันให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน MG จะเดินหน้าเทคโนโลยี Hybrid+ อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นใหม่ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุนลูกค้าในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ ในปี 2027 MG มีแผนเปิดตัวรถใหม่รวม 5 รุ่น โดยย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่จะเปิดตัว “รถที่ใช่ ในเซกเมนท์ที่ใช่ และในเวลาที่เหมาะสม”
3. กลยุทธ์ Glocal นำแนวคิดที่สำเร็จมาประยุกต์ใช้ในไทย
MG พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Glocal อย่างเต็มขั้น ด้วยการผสานมาตรฐาน และความสำเร็จระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงในด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแนวทางการตลาด และการขาย โดยประยุกต์แนวคิด และโมเดลที่ประสบความสำเร็จในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เช่น การนำแนวคิด Live Commerce มาใช้กับแบรนด์รถยนต์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทอล
4. มุ่งสู่การเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
MG มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพในทุกมิติ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงาน ยกระดับมาตรฐานการบริการ และพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในระยะยาวให้แก่ลูกค้า และพันธมิตร ในปีนี้ MG ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ และความผูกพันกับลูกค้า โดยเพิ่มความถี่ของกิจกรรม CRM และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งกิจกรรมขนาดเล็กแนวไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความใกล้ชิด และคอมมูนิทีของผู้ใช้รถยนต์ MG รวมถึงกิจกรรมให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้การใช้งานรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น EV Rally เพื่อรวมกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า MG และขยายการเข้าถึงลูกค้าไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพฯ
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนตลอดการใช้งาน
ขณะเดียวกัน MG ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 130 แห่งทั่วประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำดิจิทอลพแลทฟอร์มมาช่วยดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การนัดหมาย การติดตามสถานะการซ่อม ไปจนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจ และความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจากในด้านผลิตภัณฑ์แล้ว ปีนี้ MG จะยกระดับคุณภาพการบริการอย่างเข้มข้น และจริงจัง โดยจะมีความเคลื่อนไหวสำคัญของ MG ที่มุ่งสร้างอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจด้วยการยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ด้วยแคมเปญเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการบริการที่เข้มข้นขึ้น มุ่งหวังให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการกับ MG ได้รับนอกเหนือจากความสะดวกสบาย แต่คือรอยยิ้ม และความพึงพอใจในทุกจุด ตั้งแต่ก่อนการเป็นเจ้าของรถ ไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว โดยแผนงานนี้ครอบคลุมทั้งด้านการขาย การบริการ และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของการเป็นลูกค้า MG
พร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่าย ทีมขาย และทีมบริการอย่างรอบด้าน และการนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบสนองบริการหลังการขาย ซึ่งเราได้เตรียมระบบ e-Workshop เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้จำหน่ายสำหรับติดตามงานบริการแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนการตรวจสอบ รองรับการเก็บข้อมูลในระยะยาว และให้การบริการที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเริ่มใช้งานกับผู้จำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะขยายสู่ศูนย์บริการทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการทำการนัดหมายเข้าศูนย์บริการ และแจ้งสถานะการบริการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ LINE OA เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยมีแผนเริ่มใช้งานในช่วงกลางปีนี้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End
นอกจากงานบริการแล้ว MG ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราจ่ายอะไหล่ครั้งแรกสูงถึง 99.38 % ช่วยลดเวลารถค้างซ่อม และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ MG ยังจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยยานยนต์ และการเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ในการร่วมกันสร้าง และพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง MG เชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว จะเกิดจากมาตรฐานที่สม่ำเสมอทั่วประเทศ ทั้งสินค้า บริการ และระบบสนับสนุนต่างๆ เพื่อให้ MG เติบโตไปพร้อมกับลูกค้า และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน”








