บทความ
Ford หวนคืนสนาม F1

ตอกย้ำการผสานดีเอนเอการแข่งขัน สู่รถที่ขับจริงบนท้องถนนHighlight
สำหรับสาวกการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือฟอร์มูลา วัน (F1) การรอคอยใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อนัดเปิดฤดูกาลปี 2569 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่สนามอัลเบิร์ท พาร์ค สตรีท เซอร์กิท ในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดย Ford (ฟอร์ด) เตรียมประกาศศักดากลับสู่จุดสูงสุดของการแข่งขันรถอย่างยิ่งใหญ่ แสดงถึงมรดกตกทอดด้านการแข่งขันที่มีมายาวนานนับศตวรรษ อีกทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่แฝงไปด้วยสปิริทรถแข่งให้ลูกค้า Ford ขับขี่บนท้องถนนในชีวิตประจำวัน
สานต่อจากเรื่องราวการแข่งขันของครอบครัว Ford
สำหรับ Ford การแข่งขันฟอร์มูลา วัน ในฤดูกาล 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ นับเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหมายบนเส้นทางตั้งแต่จุดกำเนิดของบริษัทฯ โดย Henry Ford (เฮนรี ฟอร์ด) ผู้ต่อสู้เพื่อการอยู่รอดของบริษัทเมื่อ 125 ปีที่แล้ว ผ่านชัยชนะครั้งสำคัญด้วยรถแข่ง "Sweepstakes" ในเดือนตุลาคม ปี 1901 Ford Motor Company จึงถือกำเนิดขึ้น เหตุการณ์ในอดีตครั้งนั้นได้สร้างจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน และแรงบันดาลใจให้แก่ Ford ตลอดมา
หลังห่างหายจากการแข่งขันฟอร์มูลา วัน ไปนานถึง 22 ปี Will Ford (วิลล์ ฟอร์ด) ผู้จัดการทั่วไปของ Ford Racing และทายาทของ Henry Ford ได้พา Ford กลับมาทวงคืนตำแหน่งในสนามอีกครั้ง ตอกย้ำตัวตนของแบรนด์ Ford ที่ทรงพลังในสนามแข่งระดับโลก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Red Bull Powertrains ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่มีร่วมกันบนกริดสตาร์ทตลอดฤดูกาลปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับ Ford การหวนคืนสู่สนามแข่งฟอร์มูลา วัน ยังพาให้ระลึกถึงต้นกำเนิดของบริษัทบนสนามแข่งเมื่อ 125 ปีก่อนด้วย
"การได้เห็นโลโก Ford Blue Oval ผสานอยู่ในลวดลายของรถ นับเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของทั้งทีมวิศวกร Ford และวิศวกรทีม Red Bull ที่ได้ทุ่มเทเวลาทำงานหนักเพื่อพัฒนารถ" Will Ford กล่าว "พูดได้เลยว่า ระบบไฟฟ้าแรงสูง และซอฟท์แวร์แบทเตอรีที่เราพัฒนาสำหรับการแข่งในปีนี้ คือ แบบพิมพ์เขียวที่ใช้พัฒนารถกระบะ และรถยนต์ที่ลูกค้าของเราจะได้ขับขี่ในอนาคต"
นวัตกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูง ขุมพลังที่พัฒนาโดย Ford
Christian Hertrich (คริสเตียน เฮิร์ทริช) หัวหน้าวิศวกรระบบส่งกำลังของ Ford Racing และหนึ่งในผู้นำทีมวิศวกรสำหรับฤดูกาลฟอร์มูลา วัน 2026 ให้ความสำคัญกับความเร็ว และนวัตกรรมรถแข่งอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเขาต้องผสานมรดกแห่งชัยชนะที่มีมา 125 ปีของ Ford เข้ากับการทำงานของทีม Red Bull ที่มีความคล่องแคล่ว และประสบการณ์จากความสำเร็จที่สั่งสมมาตลอด 20 ปี โดย Ford ได้พัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์ฟอร์มูลา วัน หรือ F1 ตั้งแต่ต้น Christian Hertrich เผยว่า ทีมงานวิศวกรของ Ford Racing ทั้งจากโรงงานในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา และวิศวกร Red Bull ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมิลตัน คีนส์ สหราชอาณาจักร กำลังร่วมกันคิดค้น และออกแบบชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีความซับซ้อนสำหรับส่วนต่างๆ ของรถแข่ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาป, ระบบระบายความร้อน และระบบกู้คืนพลังงาน รวมถึงการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน
ในฐานะทีมพัฒนาขุมพลังรถแข่งหน้าใหม่ ต้องปฏิบัติตามระเบียบการแข่งขันของปี 2026 Ford ต้องไล่ตามคู่แข่งที่คร่ำหวอดในสนามมานานหลายสิบปีให้ทัน ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า โดย Kevin Ruybal (เควิน รุยบัล) วิศวกรด้านการจำลองสภาพแวดล้อมการแข่งจริงของ Ford Racing ได้ไปทำงานร่วมกับทีม Red Bull ถึงเมืองมิลทัน คีนส์ พัฒนาโมเดลการควบคุมรูปแบบเฉพาะที่ทำงานเร็วกว่าเวลาจริงถึง 1,000 เท่า และได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักในการปรับแต่ง และควบคุมรถแข่ง ช่วยให้นักแข่งได้สัมผัส และปรับตัวเข้ากับคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ระหว่างที่จำลองการขับ และให้ความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงก่อนที่จะผลิตตัวเครื่องยนต์ขึ้นจริง
ด้านการจัดการพลังงานแบทเตอรี ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศทางดิจิทอลของทีมพัฒนารถ วิศวกร Ford และวิศวกรของทีม Red Bull ร่วมกันทำงานที่สำนักงานใหญ่ของ Red Bull Powertrains เพื่อหาวิธีการให้พลังงานไฟฟ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับเครื่องยนต์สันดาป โดย Mike Huang (ไมค์ หวง) วิศวกร Ford ได้พัฒนาโปรแกรมดิจิทอลขั้นสูงที่บริหารจัดการพลังงานได้แบบเรียลไทม์ สามารถวิเคราะห์ว่า ช่วงไหนควรใช้หรือกักตุนพลังงานไว้ เพื่อหาวิธีที่เร็วที่สุดในสนาม ซึ่งจะอาศัยกลไกการปรับใช้พลังงาน และประสิทธิภาพในการขับ ส่วนการจัดการความร้อน และการคำนวณสถานะการชาร์จจะใช้รากฐานเดียวกับการพัฒนารถกระบะไฟฟ้าของ Ford ในอนาคต ให้สามารถลากจูงได้ไกล และชาร์จไวขึ้น
“สนามแข่งรถฟอร์มูลา วัน เปรียบเสมือนสนามทดสอบรถที่เปี่ยมนวัตกรรมที่สุดในโลก และการนำนวัตกรรมของเรามาลงแข่งในรายการแข่งนี้ ก็เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเราจะได้รับนวัตกรรมที่พวกเขาสมควรได้รับในอนาคต" Christian Hertrich กล่าว
จากสนามแข่ง สู่ความเชื่อมั่นบนท้องถนน
ก่อนที่การแข่งขันฟอร์มูลา วัน 2026 จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ Ford ได้เริ่มทดสอบรถอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยประยุกต์ใช้วิธีการเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน และอวกาศ วิศวกรนักพัฒนารถได้เร่งผลิตชิ้นส่วนอะไหล่กว่า 1,000 ชิ้น ที่ทำจากเครื่องพิมพ์สามมิติให้ทีมแข่งใช้ทดสอบ
Christian Hertrich เผยว่า “ชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่ได้เป็นชิ้นส่วนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นชิ้นส่วนอะไหล่โลหะ และโพลีเมอร์ที่มีคุณสมบัติทนทาน ผ่านการทดสอบในสภาวะแวดล้อมหฤโหด เพื่อให้สามารถทนต่อการแข่งขันด้วยความเร็วเฉลี่ย 200 ไมล์/ชั่วโมง”
Ford ได้นำความเชี่ยวชาญจากโรงงานกว่า 100 ปี มาใช้ในการผลิตชิ้นส่วน และองค์ประกอบต่างๆ สำหรับระบบส่งกำลัง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงระบบไฮบริด ขณะที่ชิ้นส่วนอะไหล่ทุกชิ้น จะต้องผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่สำคัญ ได้แก่ การทดสอบความแข็งแรงทนทาน, การตรวจสอบความถูกต้องทางเรขาคณิตผ่านการสแกนสามมิติ และการสแกนด้วยเครื่องเอกซ์-เรย์ และซีทีสแกน ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องทดลองวัดผลขั้นสุดท้ายที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Ford
Keith Ferrell (คีธ เฟอร์เรลล์) ผู้เชี่ยวชาญทีมพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของ Ford และดูงานในส่วนการผลิตแบบพิมพ์สามมิติ เล่าว่า ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนที่ทีมวิศวกร Ford นำไปใช้กับการพัฒนารถยนต์สำหรับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น โพรแกรมการพัฒนา Ford F-150 ที่ทีมวิศวกรได้นำนวัตกรรมการสแกนแบบเดียวกับการทดสอบรถ F1 ไปใช้ ทำให้ตรวจพบข้อบกพร่องได้ในวันเดียว ขณะที่การตรวจสอบทั่วไปอาจใช้เวลาหลายเดือน นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Ford ขยายกระบวนการตรวจสอบคุณภาพนี้ สู่รถรุ่นอื่นๆ ที่จะส่งมอบให้ลูกค้าเพื่อความมั่นใจบนถนนทั่วโลก


