ข่าวรอบโลก
Lotus Eletre PHEV พร้อมเปิดตัวเดือนมิถุนายน

Lotus วางแผนจะเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าล้วนในปี 2571 แต่ยอดขายของ Eletre และ Emeya ไม่เป็นไปตามเป้า จึงต้องทบทวนแผนกลยุทธ์ใหม่ โดยเปิดตัวรถ PHEV เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะในตลาดอิตาลี และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเริ่มนิยมใช้รถไฟฟ้ามากนัก และอาจทำกำไรให้ หลังจากบริษัทมีบันทึกผลการดำเนินงานขาดทุนถึง 357 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 11,300 ล้านบาท) ตลอด 3 ไตรมาสแรกของปี 2568Highlight
ข่าวจากประเทศอังกฤษ ระบุว่า Lotus Eletre PHEV ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีจะเปิดตัวในยุโรปในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะเป็นการกลับมาของเครื่องยนต์สันดาปภายในของ Geely หลังการประกาศเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าทุกรุ่น
มีการเปิดตัวครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี PHEV รุ่นใหม่ในประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นรุ่นอิสระชื่อ For Me ใช้ขุมพลังไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แยกขับชุดเพลาหน้า-หลัง ได้กำลังสุทธิ 700 กิโลวัตต์/952 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที (Lotus Eletre R พลังไฟฟ้า ให้กำลัง 665 กิโลวัตต์/904 แรงม้า) น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 2,575-2,625 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ซึ่งใกล้เคียงกับ Eletre พลังไฟฟ้า
Lotus Eletre PHEV อยู่ในระดับเดียวกับ Lamborghini Urus ที่มีกำลัง 588 กิโลวัตต์/800 แรงม้า ซึ่งมีให้เลือกเฉพาะเวอร์ชัน PHEV เท่านั้น เช่นเดียวกับ Ferrari Purosangue
For Me ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีใช้แพคแบทเตอรีขนาด 70 กิโลวัตต์ชั่วโมง (Eletre แบทเตอรีขนาด 108 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ในโหมดไฟฟ้าล้วนเดินทางได้ 354 กม. มาตรฐาน CLTC ระยะเดินทางรวมได้ 1,416 กิโลเมตร รองรับการชาร์จเร็วระดับ "6C" ชาร์จจาก 30-80 % ใน 8 นาที
Lotus Eletre PHEV มาพร้อมกับเทคโนโลยี 6D Digital Dynamic Chassis พร้อมระบบกันโคลง 48V ปรับอัตโนมัติ เพื่อป้องกันอาการโยนตัวเทคโนโลยี X-hybrid ที่ใช้กับรถหรูในเครือเดียวกัน นั่นคือ Zeekr 9X
Lotus Eletre PHEV เมื่อวางตลาดจะได้กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง นอกจากมีคู่แข่งใน Lamborghini Urus แล้ว ยังมีรถแบรนด์อื่นทั้ง Aston Martin DBX และ BMW XM ด้วย
จากแผนจะเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าล้วนในปี 2571 แต่ยอดขายของ Eletre และ Emeya ไม่เป็นไปตามเป้า ต้องทบทวนแผนกลยุทธ์ใหม่ เมื่อเปิดตัวรุ่น PHEV เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท โดยเฉพาะในตลาดอิตาลี และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเริ่มนิยมใช้รถไฟฟ้ามากนัก และอาจทำกำไรให้ Lotus หลังจากบริษัทมีบันทึกผลการดำเนินงานขาดทุนถึง 357 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 11,300 ล้านบาท) ตลอด 3 ไตรมาสแรกของปี 2568


