ธุรกิจ
Omoda & Jaecoo เผยความสำเร็จมอเตอร์โชว์ กวาดยอดจอง 15,088 คัน

Omoda & Jaecoo ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ครองความเชื่อมั่นด้วยยอดจอง 15,088 คัน ในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47Highlight
Omoda & Jaecoo ครองความเชื่อมั่นด้วยยอดจอง 15,088 คัน อยู่อันดับที่ 2 ในกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดภายในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุดทั้งด้านดีไซจ์นที่ทันสมัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะ
แรงขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้มาจาก 2 โมเดลหลักที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นำทัพโดย Jaecoo 5 EV ซึ่งขึ้นแท่นเป็นรุ่นยอดนิยมสูงสุด พร้อมเครื่องหมายการันตีความสำเร็จด้วยยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าในประเทศไทยสูงสุดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ความนิยมของรุ่นนี้มาจากการนำเสนอแนวคิด “Accessible Premium” ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงความหรูหรา และเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่เหมาะสม ครบครันทั้งฟีเจอร์ ระบบความปลอดภัยเหนือระดับ และการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวไทยยุคใหม่
ขณะที่ The New Omoda C5 EV ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 โดยประสบความสำเร็จในการดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าระดับราคาเริ่มต้น ด้วยอุปกรณ์ และฟังค์ชันที่ครบครัน มาพร้อมกับสมรรถนะ และระบบความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผสานดีไซจ์น Roboshark ที่โดดเด่น สะท้อนความทันสมัย และความพรีเมียม ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการคุณค่าสูงสุดจากการลงทุน
นอกเหนือจาก Jaecoo 5 EV และ The New Omoda C5 EV 2 รุ่นยอดนิยมภายในงาน มอเตอร์โชว์ปีนี้ Omoda & Jaecoo ยังนำเสนอไลน์อัพ Jaecoo 6 EV และ Jaecoo 6T EV รถออฟโรดพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % ที่มาพร้อมดีไซจ์น One Box Style อันเป็นเอกลักษณ์ ที่เสริมความเท่ ดุดัน สะท้อนความแข็งแกร่ง และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
ความสำเร็จของยอดขายในครั้งนี้ สะท้อนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อ Omoda & Jaecoo และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น และความพร้อมของบริษัทฯ ในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย มาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม
นอกจากนี้ การประกอบรถยนต์ในประเทศ (KD) ซึ่งเริ่มทยอยส่งมอบในเดือนเมษายน 2569 ควบคู่กับแผนการเปิดโรงงานประกอบรถยนต์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 จะช่วยเสริมศักยภาพในการผลิต การส่งมอบ และการบริการหลังการขาย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา พร้อมยกระดับการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว เพื่อเสริมทัพความแกร่งที่มากขึ้นด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศเป็น 90 แห่งภายในกลางปีนี้ รองรับการเติบโตของตลาด และยกระดับความพร้อมด้านบริการให้แก่ผู้บริโภค สอดรับกับแผนการเติบโตของบริษัทฯ ในประเทศไทย


