ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ เริ่มต้นด้วยการเติบโตของยอดผลิต และยอดขายในเดือน มีนาคม 2569 ที่เติบโตเพิ่มขึ้นจากแรงกระเตื้องจากหลายฝ่าย แต่ต้องรอดูต่อไปเพราะยังมีเรื่องให้ตลาดชะลอกันต่อเนื่องHighlight
ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถรถยนต์เดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.69
การผลิต

ผลิตเพื่อส่งออก
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
รถจักรยานยนต์
ยอดขาย
การส่งออก รถยนต์สำเร็จรูป
รถจักรยานยนต์
รถยนต์สำเร็จรูป
รถจักรยานยนต์
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนมีนาคม 2569 (เฉพาะ รย.1)
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมีนาคม 2569
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนมีนาคม 2569
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมีนาคม 2569
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
.......................................................................................................................
Suzuki ประกาศราคา e Vitara เริ่มต้น 2,890,000 บาท
บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาจำหน่าย All New Suzuki e Vitara นวัตกรรมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100 % รุ่นแรก สะท้อนดีเอนเอความแกร่งของ Suzuki สู่การเป็นไอคอนิค EV ที่ผสานเอกลักษณ์ด้านดีไซจ์น ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะการขับขี่ เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Suzuki Safety Support มอบความมั่นใจด้วยระยะทางการวิ่งสูงสุด 455 กม./การชาร์จเต็ม พร้อมรองรับการชาร์จไฟ DC สูงสุด 70 กิโลวัตต์ ราคาเริ่มต้น 2,890,000 บาท หวังตอบโจทย์การใช้งานจริงรวมถึงกระแสรถไฟฟ้ามาแรงในประเทศไทย
ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้ทำการเผยโฉม All New Suzuki e Vitara รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทเรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวเพื่อตอบรับกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองหาความหลากหลายในยนตรกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
All New Suzuki e Vitara ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการผสานระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานตามแบบฉบับของ Suzuki เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยขนาดความจุแบทเตอรี 61 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟกระแส สลับ (AC) สูงสุดที่ 7 กิโลวัตต์ (หัวชาร์จ Type 2) และรองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 70 กิโลวัตต์ โดยมีระยะเวลาการชาร์จจาก 10-80 % ในเวลา 45 นาที ทั้งยังมีฟังค์ชันพิเศษ Immediate Charging Switch หรือปุ่มกดชาร์จทันที พร้อมด้วยไฟส่องสว่างพอร์ทชาร์จ ช่วยให้การเสียบหัวชาร์จทำได้ง่าย และสะดวกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน หรือในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย
All New Suzuki e Vitara รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 %
ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และการยึดเกาะถนนในทุกสภาพผิว เสริมด้วยระบบ All Grip-e ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยจัดการการกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้า และล้อหลังอย่างชาญฉลาด และรวดเร็ว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และปลอดภัยสูงสุด
ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดสไตล์สปอร์ทเอสยูวี ที่เน้นความโฉบเฉี่ยว และเร้าใจในการขับขี่ ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียว และรูปทรงที่ดุดัน ทำให้เกิดความลงตัวระหว่างความสปอร์ท และความอเนกประสงค์ของรถเอสยูวี มาพร้อมหลังคากระจก Glass Roof พร้อมม่านบังแดด ระบบไฟหน้า LED แบบอัตโนมัติ DRL พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHS), ไฟท้าย LED และไฟตัดหมอก LED ในส่วนของมิติตัวถัง ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และสภาพถนนในประเทศไทย
คงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวาง ด้วยมิติของรถมีความยาว 4,275 มม. ความกว้าง 1,800 มม. และความสูง 1,635 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม. ซึ่งเป็นระยะฐานล้อที่ค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และการโดยสาร มีระยะความสูงใต้ท้องรถมากถึง 180 มม. ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการลุยผ่านอุปสรรค หรือทางที่ไม่เรียบได้อย่างสบายใจ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ท และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยให้การขับขี่มีความมั่นคง และยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 ม. มีความคล่องตัวสูง สามารถเลี้ยวในที่แคบ หรือกลับรถในพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
All New Suzuki e Vitara ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับรูปแบบภายนอกผสานความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า และสมรรถนะการขับขี่ในแบบฉบับของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเน้นด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Integrated Display System ที่ออกแบบให้เชื่อมต่อทุกข้อมูลการขับขี่ และฟังค์ชันการใช้งานไว้อย่างครบครันในหน้าจอเดียว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
แบ่งการแสดงผลออกเป็นหน้าจอมาตรวัดขนาด 10.25 นิ้ว ที่รองรับการปรับรูปแบบการแสดงผลได้ถึง 3 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ขับขี่ และหน้าจอระบบสัมผัสบริเวณคอนโซลกลางขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple Car Play และ Android Auto มาพร้อมระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Infinity ที่ติดตั้งลำโพงถึง 8 ตำแหน่ง พร้อมซับวูเฟอร์ และแอมพลิไฟเออร์โดยทำงานร่วมกับ Digital Signal Processor เพื่อปรับแต่งคุณภาพเสียงให้มีความสมดุล คมชัด และสมจริงในทุกมิติ ช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงตลอดการเดินทาง
อีกทั้งไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนได้ 12 เฉดสี ปรับระดับความสว่างได้ 7 ระดับ และแผงประตูดีไซจ์นเฉพาะตัว ที่ยังคงความเป็น SUV 4WD คอนโซลหน้าทรงสูงให้ความรู้สึกมั่นคง ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM2.5 และแท่นชาร์จไร้สาย
พวงมาลัยดีไซจ์นในรูปทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนด้านล่าง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ พร้อมติดตั้งปุ่มควบคุมฟังค์ชันต่างๆ อย่างครบครันในตำแหน่งที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัย รวมถึงเบาะนั่งที่ถูกออกแบบเพื่อรองรับความสะดวกสบายในการขับขี่ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมด้วยระบบปรับความอุ่นของเบาะนั่งคู่หน้า เบาะผู้โดยสารตอนหลังปรับพับได้แบบ 4:2:4 และสามารถสไลด์เลื่อนหน้า-หลังได้ เพื่อรองรับความสะดวกสบายในการขับขี่ในทุกเส้นทาง
All New Suzuki e Vitara มาพร้อมคอนโซลกลางดีไซจ์นลอยตัวที่ผสานการทำงานกับระบบควบคุมโหมดขับขี่ (Shift-by-Wire) ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน รองรับโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ได้แก่ Auto, Trail, Pedal Mode และ Hill Descent Control สะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบเบรคมือไฟฟ้าที่ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนคอนโซล ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบหน่วงเบรคอัตโนมัติที่ช่วยให้รถหยุดนิ่งอยู่กับที่แม้ผู้ขับขี่จะยกเท้าออกจากแป้นเบรค
ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย
All New Suzuki e Vitara มาพร้อมโครงสร้างตัวถังนิรภัยที่แข็งแรง และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Suzuki Safety Support เป็นระบบที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เสริมความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์ ดังนี้
- ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ/Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน/Adaptive Cruise Control (ACC)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน/Lane Keep Assist (LKA)
- ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน/Lane Departure Prevention (LDP)
- ระบบช่วยลดความเสี่ยงจากการชนซ้ำ/Multiple Collision braking
- ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา/Blind Spot Monitor (BSM)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง/Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ระบบปรับไฟสูงอัจฉริยะ/Adaptive High Beam System (AHS)
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา/360-Degree Surround View Monitor
- เซนเซอร์ด้านหน้า และด้านหลังพร้อมสัญญาณเตือน/Front and Rear Parking Sensors with Warning Signals
All New Suzuki e Vitara มีสีให้เลือกจำนวน 5 สี คือ สี Celestial Blue Pearl Metallic และสี Grandeur Grey Pearl Metallic ราคา 2,890,000 บาท สี Arctic White Pearl ราคา 2,895,000 บาท สำหรับเฉดสีทูโทน Land Breeze Green Pearl Metallic/Bluish Black Pearl ราคา 2,900,000 บาท และสี Arctic White Pearl/Bluish Black Pearl จำหน่ายในราคา 2,905,000 บาท
สำหรับผู้ที่สนใจ All New Suzuki e Vitara สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ Suzuki ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ
มีแคมเปญดังนี้
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 3 ปี หรือ 100,000 กม.
- รับประกันมอเตอร์ และระบบขับเคลื่อน นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.
- รับประกันแบทเตอรีไฟฟ้าแรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- ฟรี ! สายชาร์จพกพา (Portable Charging Cable: Mode 2)
- ฟรี ! Maintenance Package 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 ปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. เป็นระยะเวลา 8 ปี
ทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเสนอ All New Suzuki e Vitara สู่ตลาดประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Suzuki ในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคที่มุ่งเน้น ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงในระยะยาว
Suzuki ยังคงยึดมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับสากลสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดย All New Suzuki e Vitara ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านสมรรถนะ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ขับเคลื่อนสู่อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืนในประเทศไทย
.......................................................................................................................
Porsche เปิดโชว์รูม Popup “Porsche Now Bangkok”
Porsche ประเทศไทย เปิดตัว “Porsche Now Bangkok” รูปแบบโชว์รูม Popup ใหม่ล่าสุด ในย่านกัลปพฤกษ์ โดย AAS Aoto Service ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Porsche อย่างเป็นทางการรายแรกของประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมมุ่งสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากโชว์รูมแบบเดิม ขยายการเชื่อมต่อของ Porsche สู่ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในโซนฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ได้มากยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่ Porsche ได้เปิดตัวคอนเซพท์ Porsche Now ครั้งแรกในปี 2561 ปัจจุบันได้เติบโต และขยายเครือข่ายมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก โดยเลือกสรรทำเลที่ศักยภาพสูง และสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก เพื่อยกระดับการเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดโชว์รูม Popup ดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของ Porsche ให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น และยกระดับการมีส่วนร่วมกับทั้งลูกค้าปัจจุบัน และกลุ่มลูกค้าใหม่อย่างใกล้ชิด
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว Porsche Now Bangkok พร้อมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นไอคอนิคอย่าง Porsche 911 เป็นไฮไลท์ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้ามาเยี่ยมชม หรือนัดหมายเพื่อทดลองขับล่วงหน้า รวมถึงรับคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำการให้บริการที่ยืดหยุ่น และตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีสินค้า Porsche ไลฟ์สไตล์ที่ถ่ายทอด DNA ของ Porsche ผ่านแฟชัน และสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม เติมเต็มประสบการณ์ให้ลูกค้าได้เชื่อมโยงกับแบรนด์ในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น
Porsche Now Bangkok ยังเป็นพื้นที่นัดพบแห่งใหม่สำหรับลูกค้าของ Porsche และกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตสูง เปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า แบรนด์ และคอมมูนิทีได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ Porsche Now Bangkok จะเป็นโชว์รูม Popup ชั่วคราว เพื่อนำไปสู่การเปิดตัว Porsche Centre Kanlapaphruek ศูนย์บริการ Porsche ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโซนฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งรองรับทั้งการขาย และบริการแบบครบวงจรในระยะยาว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี 2569
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Porsche ประเทศไทย และ AAS Auto Service ในการขยายตลาด และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านรูปแบบที่ยืดหยุ่น และแตกต่าง เพื่อรองรับการเติบโตของ Porsche ในประเทศไทย
.......................................................................................................................
อัพเดทกฎหมาย เมาแล้วขับ 2569 มีโทษอย่างไร ?
ดื่มแค่ไหนถึงเรียกว่า เมาแล้วขับ
ปริมาณแอลกอฮอลในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์
- สำหรับคนทั่วไปหากปริมาณแอลกอฮอลในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ จะถือว่าเป็นผู้เมาเเล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- หากทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จะถูกเพิ่มโทษจำคุกเป็นไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ปริมาณแอลกอฮอลในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์
- สำหรับผู้ขับขี่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือมีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ห้ามมีปริมาณแอลกอฮอลในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ซึ่งจะถือว่าเป็นผู้เมาสุรา
ดื่มอย่างไร ถึงไม่โดนจับ เมาแล้วขับ
หากจำเป็นต้องดื่มจริงๆ เราจะดื่มอย่างไรไม่ให้ระดับแอลกอฮอลในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ หรือดื่มขนาดไหนถึงกลายเป็นเมาแล้วขับ ผลวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า
เครื่องดื่มประเภทเบียร์
- ดื่มเบียร์ (8 ดีกรี) 1 กระป๋อง (330 มล.) จะมีระดับแอลกอฮอลต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ รอด !!!
- ดื่มเบียร์ (8 ดีกรี) 2 ขวด (1,260 มล.) ระดับแอลกอฮอลในเลือดจะสูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ไม่รอด !!!
การดื่มเบียร์ (8 ดีกรี) 1 ขวด หรือ 2 กระป๋อง (630 มล.) ระดับแอลกอฮอลในเลือดจะอยู่ในช่วงระหว่าง 45-60 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ โดยประมาณ ทั้งนี้การจะเกิน หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้ดื่ม - หากผู้ดื่มมีน้ำหนักอยู่ที่ 60-69 กก. ระดับแอลกอฮอลในเลือดจะอยู่ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ รอด !!!!
- หากผู้ดื่มมีน้ำหนักน้อยกว่า 60-69 กก. ระดับแอลกอฮอลในเลือดจะสูงกว่าที่กำหนด ไม่รอด !!!
เครื่องดื่มประเภทวิสกี
- ผู้ดื่มเพศชายที่มีส่วนสูง 170 ซม. น้ำหนักมากกว่า 58 กก. สามารถดื่มวิสกีได้ 100 และ 80 มล. ตามลำดับดีกรี รอด !!!
- ผู้ดื่มเพศหญิงที่มีส่วนสูง 158 ซม. น้ำหนัก 45-55 กก. สามารถดื่มวิสกีได้ในปริมาณ 40 และ 60 มล. รอด !!!
** 1 แก้ว = 100 มล./1 ฝา เท่ากับ 10 มก.
เครื่องดื่มประเภทไวน์ 10-12 ดีกรี
- ผู้ดื่มเพศชาย สูง 170 ซม. น้ำหนักมากกว่า 61 กก. สามารถดื่มได้ 300 มล. รอด !!!
- ผู้ดื่มเพศหญิง สูง 157 ซม. น้ำหนักอยู่ที่ 45-55 กก. สามารถดื่มได้ 170 มล. รอด !!!
ไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล
- การปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล ถือว่าเป็นการยอมรับว่าเมาแล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท ระงับใบขับขี่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ศาลสามารถสั่งพักใบขับขี่ และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถได้
โทษเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ-เสียชีวิต
- เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ
จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
- เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส
จำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
- เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
จำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
ทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และเพื่อนร่วมทาง หากจำเป็นต้องไปดื่มจริงๆ ให้กลับแทกซี หรือให้เพื่อน (ที่ไม่ดื่ม) ขับรถแทน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มาก
เริ่มแล้ว ! จับจริง 10 ข้อหาหลักกฎจราจร 2569
...................................................................................................
Dickies x Harley-Davidson จัดคอลเลคชันพิเศษ
Dickies และ Harley-Davidson กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับการสร้างสรรค์คอลเลคชันเครื่องแต่งกายลิมิเทดเอดิชัน “Built to Outlast” คอลเลคชันนี้นำเอาความแกร่งแบบต้นตำรับของเวิร์คแวร์อเมริกัน ผสานเข้ากับความดิบเท่ของวิถีไบเคอร์ได้อย่างชัดเจน ออกมาเป็นคอลเลคชันที่พร้อมสำหรับการใช้ลุยงานหนัก สวมใส่ได้จริง
โดยได้แรงบันดาลใจจากช่วงปฏิวัติอุสาหกรรมของอเมริกา (Industrial Heritage) คอลเลคชันนี้จึงนำความทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Dickies มาผสานเข้ากับจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย และอิสระของ Harley-Davidson ได้อย่างลงตัวเกิดเป็นแฟชันไอเทมที่สร้างขึ้นเพื่อผู้คนที่ทุ่มเทเต็มที่กับทุกงาน พร้อมลุยในทุกเส้นทางด้วยสไตล์อันโดดเด่น สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน พร้อมลุยในทุกเส้นทางด้วยสไตล์อันโดดเด่น สะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดความสำเร็จจากคอลเลคชันแรกที่ขายหมดอย่างรวดเร็ว ในคอลเลคชันใหม่นี้ ได้นำเอาไอเทมมยอดนิยมอย่าง Eisenhower Jacket แจคเกททรงซิกเนเจอร์ และ Original 874 กางเกง Workwear ยอดนิยมมาปรับดีไซจ์นใหม่ พร้อมเติมความสดใหม่ไอเทมเดนิมที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่าง Boxy Denim Jacket Denim Vest และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีให้เลือกทั้งสำหรับผู้ชาย และผู้หญิง และทุกชิ้นสะท้อนตัวตนที่ชัดเจน ซึ่งหลอมรวมจิตวิญญาณทั้งคนทำงาน และนักบิดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ไฮไลท์ในคอลเลคชัน
Dickies x H-D Quilted Lined Eisenhower Jacket ซิลลูเอทไอคอนของ Dickies ที่กลับมาในเวอร์ชันใหม่สไตล์ Harley-Davidson ผลิตจากผ้าทวิลรีไซเคิลเนื้อหนา พร้อมซับในบุผ้านวมเพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่รองรับทั้งการใช้งาน และการสวมใส่ในการขี่รถอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น Action Back, แขนเสื้อทรงโค้งรับสรีระ, ซิพหน้า 2 ทาง, ห่วง D-Ring ที่กระเป๋าหน้าอกด้านใน และปกเสื้อแบบซ่อนกระดุมที่ไม่ปลิวขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ ไอเทมที่สวมใส่ได้ทั้งชาย และหญิงชิ้นนี้ยังตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิคที่ถ่ายทอดจุดเริ่มต้น และเรื่องราวอันยาวนานของ 2 แบรนด์ระดับตำนานได้อย่างลงตัว
Dickies x H-D Denim Carpenter Pant สไตล์ และความสบายที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกของการทำงาน กางเกงรุ่นนี้ใช้ผ้าเดนิมคอทตอน 100 % น้ำหนัก 400 กรัม ซึ่งเป็นผ้าเนื้อแน่นคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการล้าง และฟอกเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายในการสวมใส่ มาในทรงเอวสูงหลวมสบายให้ความเป็น Unisex ใส่ได้ทั้งชาย และหญิง ตัวกางเกงถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความทนทานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นหูเข็มขัดแบบกว้าง ที่ช่วยเพิ่มการรองรับ, การเสริมชิ้นผ้าบริเวณด้านหน้าของขากางเกง และกระเป๋าหลายจุดที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเต็มที่พร้อมเติมรายละเอียดโลโกร่วมของทั้ง 2 แบรนด์อย่างเรียบเท่ เพื่อให้เป็นไอเทมที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส
Dickies x H-D Boxy Denim Jacket ถ่ายทอดสไตล์เวิร์คแวร์ที่ผสานกลิ่นอายสายไบเคอร์ไว้อย่างลงตัว ผลิตจากผ้าเดนิมคอทตอน 100 % น้ำหนัก 400 กรัม พร้อมซับในผ้าโพลีเอสเตอร์ถักเนื้อละเอียด เพื่อความสบายในการสวมใส่ มาในทรงบอกซี สวมใส่ได้ทั้งชาย และหญิง โดดเด่นด้วยแถบปิดซิพหน้าแบบซ่อนกระเป๋าปะด้านหน้าสอดมือได้สองทางพร้อมหมุดโลหะ และปกเสื้อแบบซ่อนกระดุมสแนพ เสริมด้วยลวดลายกราฟิคพิเศษที่สะท้อนตัวตนของทั้ง 2 แบรนด์ รวมถึงลวดลายโค้งด้านหลังที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดแข่ง Harley-Davidson ในยุค 1930
Dickies x H-D Denim Vest สไตล์เวิร์คแวร์ที่ไม่มีวันตกยุคถูกถ่ายทอดผ่าน Dickies x H-D Denim Vest เสื้อกั๊กเดนิมรุ่นนี้ผลิตจากผ้าเดนิมคอทตอน 400 กรัม เนื้อหนา ผ่านกระบวนการล้าง และฟอกเพื่อให้เนื้อผ้านุ่มสวมใส่สบาย มาในทรงพอดีตัว คอวี ชายเสื้อตรง และสวมใส่ได้ทั้งชาย และหญิง พร้อมรายละเอียดกระเป๋าปะด้านหน้าที่สอดมือได้สองทาง ตกแต่งด้วยหมุดโลหะ เพิ่มทั้งความแข็งแรง และมิติให้แก่ตัวเสื้อ ขณะที่ด้านหน้าตกแต่งด้วยแผ่นปักลายพิเศษของทั้ง 2 แบรนด์อย่างเรียบเท่ ช่วยเติมภาพลักษณ์คลาสสิค และเอกลักษณ์ของการร่วมงานครั้งนี้ได้อย่างลงตัว
Dickies x H-D Winged Bar & Shield Ribbed Tank ช่วยคลายร้อนให้สบาย พร้อมคงลุคเท่ในแบบของตัวเองได้อย่างลงตัวกับ Dickies x H-D Winged Bar & Shield Ribbed Tank เสื้อกล้ามรุ่นนี้ผลิตจากผ้าคอทตอน 100 % ที่ระบายอากาศได้ดี โดยเนื้อผ้าเป็นพื้นผิวแบบริ้วที่ช่วยเพิ่มมิติให้แก่ตัวเสื้อ มาในทรงสั้นเล็กน้อย โดดเด่นด้วยรายละเอียดโลโกเอกลักษณ์ของ Dickies และโลโก Harley-Davidson Silver Wing จากยุคทศวรรษ 1930
คอลเลคชัน Dickies x Harley-Davidson “Built to Outlast” จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2569 ผ่านทาง harley-davidson.com และ dickies.com รวมถึงผู้จำหน่าย Harley-Davidson ที่ร่วมรายการ







































