บทความ
Avatr 06T ซีดานแวกอนไฟฟ้า เตรียมเข้าไทยปลายปี 2026

ซีดานแวกอนไฟฟ้า อัจฉริยะ เน้นการตกแต่งที่หรูหรา มาพร้อมนวัตกรรมท่วมคัน เตรียมทำตลาดในไทยปลายปี 2026Highlight
แข่งหรูแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งหล่อกับ Avatr 06T อีกหนึ่งดาวเด่นที่มาพร้อมการออกแบบสไตล์ Station Wagon แน่นอนว่าปีนี้แบรนด์พรีเมียมเน้นกลุ่ม SUV แต่ค่ายนี้โดดเด่นกว่ากับความน่าตื่นเต้นครั้งใหม่ เป็นการนำพื้นฐานของ Avatr 06 Sedan มายกระดับใหม่ทั้งดีไซจ์น และสมรรถนะ ให้กลายเป็นรถแวกอนที่สง่างาม และล้ำยุคแต่ยังสามารถใช้งานอเนกประสงค์ได้ไม่น้อย
Avatr 06T วางตำแหน่งเป็นรถสปอร์ททัวริงใช้งานได้ทุกสถานการณ์ ภายนอกใช้ภาษาการออกแบบ Avatr 2.0 ที่เพรียวลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ไฟหน้ารูปตัว E พร้อมกับมีการปรับหน้าตาให้มีมิติมากขึ้น ขนาดมิติตัวถัง 4,940x1,960x1,455 มม. ระยะฐานล้อ 2,940 มม. มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน รองรับมาตรฐานใหม่ และมีออพชัน กระจกมองข้างแบบกล้อง พร้อมทั้งด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์ ราวหลังคา และไฟท้ายแบบเส้นยาวเต็มความกว้าง
ภายในมาพร้อมความล้ำอวกาศขั้นสุด ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Mobile Wellness Sanctuary ที่เน้นความสบายทุกที่นั่ง เน้นการใช้วัสดุ และการตกแต่งที่หรูหราหนัง Nappa และผ้าไมโครไฟเบอร์ พรมเนื้อนุ่ม กระจกหลังคาพาโนรามิคพร้อมการป้องกันแสงแดด หน้าจอยาวพร้อมระบบปฏิบัติการจาก Huawei ติดตั้งระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ HarmonySpace 5 บนพแลทฟอร์ม Harmony OS 5.0 เบาะโดยสารแบบ Zero Gravity พร้อมระบบนวดมากถึง 16 จุด เพื่อความผ่อนคลายสูงสุด เบาะหลังก็ยังมีฟังค์ชันนวด ลำโพง Meridian Audio 25 ตัว
ด้านขุมพลังของ Avatr 06T มีให้เลือกหลายรูปแบบ โดยใช้แบทเตอรี Freevoy และ Shenxing จาก CATL ที่รองรับการชาร์จเร็วเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งไฟฟ้าล้วน (BEV) และแบบขยายระยะทาง (REEV) รุ่นไฟฟ้าล้วนมอเตอร์คู่ กำลังสูงสุด 603 และ 673 แรงม้า ใช้แบทเตอรี LFP ขนาด 72.88 และ 87.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 652-741 กม. (CLTC) ส่วนรุ่นทอพเป็นขับเคลื่อนไฟฟ้า 3 มอเตอร์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังรวมสูงสุด 955 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.78 วินาที แบทเตอรีขนาด 87.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 680 กม. (CLTC) และรุ่นขยายระยะทาง ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำหน้าที่ปั่นไฟ ให้ระยะทางไฟฟ้าล้วน 330 กม. และระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,250 กม. (CLTC)
สำหรับ Avatr 06T ได้เปิดราคาอยู่ที่ 219,900-279,900 หยวน หรือประมาณ 1.1-1.4 ล้านบาท ซึ่งบ้านเราคาดการณ์ไว้ว่าจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราปลายปี 2026 อย่างเร็วที่สุดซึ่งจะจัดเต็มออพชันเหมือนกับที่จีนไหมต้องติดตาม

บทความแนะนำ

