ทดลองขับ
Toyota Land Cruiser FJ คู่เปรียบ GWM Tank 300 Diesel

ขับดี ขับง่าย ขับสบาย ขับลุยได้ ขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ไม่มีรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และยังไม่มีเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบHighlight
Toyota Land Cruiser FJ 2026 (โตโยตา แลนด์ ครูเซอร์ เอฟเจ 2026) หรือ "Baby Land Cruiser" เป็นรถเอสยูวีทรงกล่องที่เน้นความถึกทนบนพื้นฐานแชสซีส์ IMV 0 (ตัวเดียวกับ Hilux Champ)
Land Cruiser FJ มีมิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง 4,610/1,855/1,890 มม. ระยะฐานล้อ 2,580 มม. อยู่กึ่งกลางระหว่าง Corolla Cross (โคโรลลา ครอสส์) และ Fortuner (ฟอร์ทูเนอร์) แต่มีความสูง และความกว้างที่ดูบึกบึนกว่า
เปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง GWM Tank 300 (กเรท วอลล์ มอเตอร์ แทงค์ 300) Jaecoo 6T (เจคู 6 ที) และ Chery V23 (เชอรี วี 23)
ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยาง 265/60 R18 ระยะต่ำสุดใต้ท้องรถ 245 มม. สูงกว่ารถเอสยูวีทั่วไปพอสมควร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร (คล่องตัวมากสำหรับรถสายลุย)
ไฟหน้า LED สไตล์ใหม่ เน้นเหลี่ยมมุม พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED มีระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ กระจังหน้าสีดำ กันชนแบบแยกชิ้น (Segmented) ถอดเปลี่ยน หรือแต่งง่าย
กระจกมองข้างสีดำเงา พร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับไฟฟ้า และพับเก็บไฟฟ้าอัตโนมัติ มือจับประตูด้านนอกสีดำเงา เสาอากาศแบบครีบฉลาม
ไฟท้าย LED
หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay/Android Auto จอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทอลขนาด 7 นิ้ว พร้อมมาตรวัดมุมเอียง/มุมเงยของรถ
เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับธรรมดา 4 ทิศทาง
เบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่ 2 ปรับธรรมดา 4 ทิศทาง แยกแบ่งส่วน 55:45
พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,522 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
ฝาท้ายแบบบานสวิง เปิดได้กว้าง และมีตัวลอค
ขุมกำลังเน้นความเรียบง่าย และทนทาน ด้วยเครื่องยนต์บลอคอมตะของ Toyota เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง 2.7 ลิตร (รหัส 2TR-FE) Dual VVT-I พละกำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,200 รตน. แรงบิดสูงสุด 25.0 กก.ม. หรือ 245 นิวทันเมตร ที่ 4,000 รตน.
ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (6AT) Super ECT พร้อม Sequential Shift ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4wd (H2/H4/L4) พร้อมระบบ Rear Differential Lock (ลอคเฟืองท้าย)
เมื่อขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งคนขับ สิ่งแรกที่รู้สึก คือ ทัศนวิสัยที่โปร่งโล่งมาก ด้วยกระจกหน้าบานใหญ่ และเสา A ที่ตั้งชันสไตล์รถออฟโรดคลาสสิค พวงมาลัยเซทมาให้น้ำหนักกำลังดี ไม่เบาหวิวจนเกินไป
อัตราเร่ง เครื่องยนต์ 2.7L (2TR-FE) ให้การตอบสนองแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” ช่วงออกตัวอาจจะไม่ปรู๊ดปร๊าดเท่ารถเทอร์โบ หรือไฮบริด (0-100 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณ 12 วินาที) แต่เน้นความนุ่มนวล และทนทานเป็นหลัก
ความคล่องตัว รัศมีวงเลี้ยว 5.5 เมตร คือ “ทีเด็ด” มันทำให้รถทรงกล่องคันนี้เลี้ยวกลับรถ หรือเข้าที่จอดแคบๆ ได้ง่ายกว่า Fortuner อย่างเห็นได้ชัด
นี่คือจุดที่ Land Cruiser FJ ฉายแววที่สุด ด้วยพื้นฐานแชสซีส์ IMV 0 ที่เน้นความถึกทน
ระบบช่วงล่าง เซทมาค่อนข้างตึงกว่าครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีทั่วไป เพื่อรองรับการกระแทก แต่ความสูงใต้ท้องรถ 245 มม. ทำให้เราขับผ่านอุปสรรค หรือก้อนหินใหญ่ๆ ได้แบบไม่ต้องลุ้น
ระบบขับเคลื่อน การสลับจาก H2 (2H) เป็น H4 (4H) หรือ L4 (4L) ทำได้มั่นใจ และเมื่อเปิดระบบ Rear Differential Lock รถสามารถปีนป่ายทางชัน หรือหลุมลึกได้นิ่งมาก ให้อารมณ์รถลุยขนานแท้มากกว่ารถเอสยูวีสายไลฟ์สไตล์ทั่วไป
ลุยน้ำได้ลึก 700 มม.
ความปลอดภัย Toyota มีระบบ Toyota Safety Sense กล้องมองรอบคัน (PVM) พร้อมฟังค์ชันภาพใต้ท้องรถ (Underfloor View) ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
เจาะลึกความต่างของแต่ละคันในกลุ่มนี้
Toyota Land Cruiser FJ "ดิบ ทน เน้นพื้นฐาน"
GWM Tank 300 "สเปคจัดเต็ม ลุยด้วยเทคโนโลยี"
Chery V23 "รถทรงเก๋ ออพชันล้ำ ราคาประหยัด"
Jaecoo 6T "แรง ขับสนุก เน้นนั่งสบาย"


