Toyota GR ในขั้นตอนการผลิตใช้แรงงานคนมากกว่าหุ่นยนต์ เนื่องจากโครงสร้างหลักต้องการความมั่นคงมากกว่ารถรุ่นมาตรฐาน ต้องเพิ่มจุดเชื่อม และเพิ่มกาวเชื่อมโครงสร้าง เพื่อให้มีโครงสร้างที่มั่นคงที่สุด ทั้งต้องใส่ใจในรายละเอียดของการผลิตเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้ทำให้การผลิตรถล่าช้าเกินไป
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว รถสมรรถนะสูงของ Toyota แทบหายไปจากตลาดสหรัฐฯ ตั้งแต่ MR2 Spyder ปิดฉากลง จนรุ่นสุดท้ายของ Celica โชว์รูมของ Toyota จึงไม่มีรถสมรรถนะสูงอีก
กลางปี 2554 ตลาดกลับมาคึกคักด้วย Scion FR-S ที่เป็นแบรนด์เฉพาะในสหรัฐฯ และเปลี่ยนเป็น GT86 ในเวลาต่อมา จนปี 2560 เป็นการเปิดตัว Supra ใหม่ และตอกย้ำความเร้าใจด้วย GR Yaris แฮทช์แบคสุดร้อนแรง ในปี 2563 จากนั้นเป็นการเปิดตัว GR Corolla ในปี 2565 และประกาศความยิ่งใหญ่ในปีนี้ด้วย Toyota GR GT แกรนด์ทัวเรอร์ระดับเรือธง
Toyota ให้ความสำคัญกับรถสมรรถนะสูงเป็นอย่างมากทั้ง GR Yaris, GR Corolla และ Lexus LBX Morizo RR ไม่ได้ถูกผลิตจากสายการผลิตปกติ รถในตระกูล GR มาจากฐานการผลิต Motomachi แม้ทำให้เกิดต้นทุนการผลิตเพิ่ม แต่ผลที่ได้นับว่าคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม GR Corolla ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ใช้ฐานการผลิตในประเทศอังกฤษแทนการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น
การผลิต GR ส่วนใหญ่ใช้แรงงานคนมากกว่าหุ่นยนต์ เนื่องจากโครงสร้างหลักต้องการความมั่นคงมากกว่ารถรุ่นมาตรฐาน ต้องเพิ่มจุดเชื่อม และเพิ่มกาวเชื่อมโครงสร้าง เพื่อให้มีโครงสร้างที่มั่นคงที่สุด ทั้งต้องใส่ใจในรายละเอียดของการผลิตเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้ทำให้การผลิตรถล่าช้าเกินไป
GR คือ เครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของวิศวกรที่มุ่งมั่น ร่วมกับนักแข่งรถทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ ที่ร่วมสร้างสรรค์ พัฒนารถด้วยหัวใจมอเตอร์สปอร์ท ที่ปรารถนาให้เกิดความสำเร็จในรถทุกรุ่น