ธุรกิจ
Toyota ครองแชมพ์ ยอดขายครึ่งปีแรก 117,333 คัน

Toyota ประกาศความสำเร็จยอดขาย 6 เดือนแรกปี 2569 กวาดยอดขายรวม อันดับ 1 117,333 คัน เติบโต 3.02 % จากยอดขายรวม 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63 %Highlight
รายงานตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) มีปริมาณการขาย 42,420 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา 31.53 % ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 10,805 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 3.17 % และรถ PPV มีปริมาณการขาย 2,983 คัน ลดลง 26.02 % จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา
*ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเวบไซท์ https://fti.or.th/News/details?id=1503 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries-FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569
ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายตลาดรวม 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) ยอดขาย 42,420 คัน เพิ่มขึ้น 31.53 % จากปีที่ผ่านมา
รถกระบะ ยอดขาย 10,805 คัน ลดลง 3.17 % จากปีที่ผ่านมา
รถ PPV ยอดขาย 2,983 คัน ลดลง 26.02 % จากปีที่ผ่านมา
ยอดขายตลาดรถยนต์สะสม 6 เดือนแรก มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
รถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV (Passenger Car+SUV) ยอดขาย 240,426 คัน เพิ่มขึ้น 24.13 % จากปีที่ผ่านมา
รถกระบะ ยอดขาย 70,141 คัน ลดลง 4.73 % จากปีที่ผ่านมา
รถ PPV ยอดขาย 20,893 คัน เพิ่มขึ้น 0.86 % จากปีที่ผ่านมา
Toyota เดือนมิถุนายน มียอดขาย 18,203 คัน ลดลง 4.72 % จากปีที่ผ่านมา โดยกลุ่ม Eco Segment มียอดขาย 5,649 คัน เพิ่มขึ้น 8.49 % จากปีที่ผ่านมา และ Pure Pick up มียอดขาย 5,723 คัน ลดลง 2.02 % จากปีที่ผ่านมา
Toyota ยอดขายสะสม 6 เดือนแรก 117,333 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 33.82 % เติบโต 3.02 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 37,244 คัน เติบโต 6.00 % จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris Ativ) มียอดขาย 35,567 คัน เติบโต 22.95 % จากปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 กลุ่ม มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงถึง 91 % และ 79 % ตามลำดับ
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรก ว่า “ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ดี ซึ่งในขณะเดียวกัน Toyota ยังคงสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา
โดยในกลุ่ม Pure Pick up แม้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ยอดขายของ Toyota Hilux เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 6.00 % ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 52.26 % จากการเปิดตัว และส่งมอบ Hilux Travo รุ่นใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่นด้วยยอดขายเฉลี่ยกว่า 6,200 คัน/เดือน
สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนด้วยอัตราการเติบโต 4.52 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนนี้มีผลมาจากกลุ่ม Eco Segment ที่ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 22.95 % จากการเปิดตัว Yaris Ativ HEV ในปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานยอดขายของรุ่นเดิมไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ยังเข้ามาช่วยขยายความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น และยังทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คัน/เดือน ตลอดช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกลุ่มรถ SUV ที่มีทิศทางฟื้นตัว และเติบโตขึ้น 3.68 % นำโดย Corolla Cross ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 16.31 % จากปีที่แล้ว ด้วยยอดขายเฉลี่ย 1,400 คัน/เดือน ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) รวมถึงผู้บริโภคบางส่วนยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงต้องจับตามองสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสภาวะเศรษฐกิจ และความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลาง แต่คาดว่าตลาดโดยรวมน่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
“จากความสำเร็จ และผลตอบรับที่ดีในทุกเซกเมนท์ ตอกย้ำถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อToyota มาโดยตลอด และเพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังเราพร้อมสร้างความคึกคักด้วยแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัพผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมรักษาสถานะผู้นำตลาดอย่างมั่นคง”
หมายเหตุ : ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเวบไซท์ https://fti.or.th/News/details?id=1503 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries-FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569


