ธุรกิจ
GAC Thailand ครบรอบ 3 ปี สร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่
GAC Thailand ฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งความไว้วางใจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งระดับโลก เดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรในประเทศไทยHighlight
GAC Group (Guangzhou Automobile Group) ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำระดับโลก ฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานใหม่ ในตลาดยานยนต์ไทย
ชูความแข็งแกร่งระดับโลก และกลยุทธ์ "One GAC" เพื่อเดินหน้ายกระดับนวัตกรรมฐานการผลิต และการบริการหลังการขาย มุ่งสร้างความมั่นใจ และมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน ความแข็งแกร่งระดับโลกของ GAC (GAC Global Strength)
ความสำเร็จของ GAC ในประเทศไทย ถือเป็นส่วนต่อขยายจากความยิ่งใหญ่ของแบรนด์บนเวทีโลก โดย GAC Group เป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในทำเนียบ Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 14 ปี และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วย ยอดการผลิตสะสมทะลุ 30 ล้านคันภายในเวลาเพียง 29 ปี ซึ่งถือเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่บรรลุเป้าหมายนี้ได้รวดเร็วที่สุด GAC มีศูนย์กระจายสินค้า และการให้บริการกว่า 3,200 แห่งทั่วโลก โดยขยายการเติบโตครอบคลุมตลาดกว่า 110 ประเทศ และภูมิภาค บริษัทยังมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงกว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีศูนย์ R&D 4 แห่ง และเครือข่ายบุคลากรด้าน R&D มากกว่า 6,800 คน จาก 15 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการมีโรงงานมากกว่า 20 แห่งทั่วโลก
รากฐานนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก (JV Tech Heritage)
รากฐานความสำเร็จอันมั่นคง และคุณภาพระดับโลกของ GAC เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ผ่านการร่วมทุน (Joint Venture) และทำงานร่วมกับบริษัทรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Honda (GAC Honda) และ Toyota (GAC Toyota) ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ การผลิต และมาตรฐานคุณภาพระดับสากลให้แก่ GAC และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันให้มาตรฐานการพัฒนารถยนต์ของ GAC ก้าวสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง และเป็นจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกเสมอมา
กลยุทธ์ One GAC: การผสานความเป็นหนึ่งเดียวเพื่อผู้บริโภค (One GAC Strategy) ทิศทางการเติบโตของ GAC ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ One GAC 2.0 ซึ่งได้ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ กลยุทธ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงปรัชญาการทำงานที่ว่า "In Local, for Local, Integrated Locally, Serving Locally, Contributing Locally" เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้เข้ากับแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง GAC มุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพล เป็นพันธมิตรที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ และพึ่งพาได้สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก
ก้าวสำคัญแห่งความสำเร็จของ GAC ตลอด 3 ปี ในประเทศไทย
ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย GAC Thailand ได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ โดยมีตัวเลขความสำเร็จที่สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างชัดเจน ดังนี้ :
ยอดจดทะเบียนสะสม : GAC ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสมสูงถึง 34,898 คัน (นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในปี 2023 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569)
เครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุม : ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และศูนย์บริการอย่างรวดเร็วถึง 73 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบความอุ่นใจ และบริการที่เข้าถึงง่าย
ศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง : โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง โดยมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุดถึง 50,000 คัน/ปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และส่งออก
การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน : เดินหน้าขยายสถานีชาร์จทั้งในรูปแบบการลงทุนเอง และร่วมมือกับพันธมิตร รวมกว่า 300 แห่ง พร้อมให้บริการหัวชาร์จเร็วแบบกระแสตรง (DC Fast Charge) มากกว่า 1,000 หัวจ่ายทั่วประเทศ
*ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569
ปี 2023: GAC เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
GAC เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2023 ด้วยการแนะนำ GAC Aion Y Plus รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาด และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน บริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ EVme Plus และ Gold Integrate เพื่อเปิดตัว GAC Aion ES ซีดานไฟฟ้าที่เจาะกลุ่มเป้าหมายรถแทกซี และฟลีทบริการสาธารณะ นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างระบบนิเวศการขนส่งพลังงานสะอาดในไทย
ปี 2024: ปักหลักฐานการผลิต และเปิดตัวแบรนด์ลักชัวรี Hyptec
ปีที่ 2 ของ GAC ในประเทศไทย คือ การวางรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรม ในเดือนกรกฎาคม 2024 ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานใหม่แห่งแรกนอกประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิที จังหวัดระยอง (พื้นที่ EEC) ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 20,000 คัน/ปี และมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุด 50,000 คัน/ปี เพื่อเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาสำหรับการจำหน่ายในประเทศ และการส่งออก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวศูนย์ฝึกอบรม GAC Thailand Training Center เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญของบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2024 GAC ได้บุกตลาดพรีเมียมด้วยการเปิดตัว GAC Hyptec HT เอสยูวีไฟฟ้าสุดหรู ที่โดดเด่นด้วยระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กม. สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V และกำลังชาร์จสูงสุด 280 กิโลวัตต์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้วยการลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง GAC Thailand, GAC Energy และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในช่วงปลายปี เพื่อพัฒนา และขยายโครงข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ก่อนจะขยายพอร์ทโฟลิโอเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนด้วยการเปิดตัว GAC Aion V 602 Luxury เอสยูวีไฟฟ้า 100 % ที่มาพร้อมกับดีไซจ์นสไตล์ Boxy สุดล้ำอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ด้วยผลการประเมินระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP
ปี 2025: ขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ รุกตลาดแมสส์ และเดินหน้าการผลิตในประเทศ
พัฒนาการของ GAC ในประเทศไทยดำเนินมาถึงจุดก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ในช่วงไตรมาสแรกถึงกลางปี 2025 โรงงานประกอบรถยนต์ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิที จังหวัดระยอง ได้เริ่มเดินสายพานการผลิตรถยนต์แบบประกอบในประเทศ (CKD) อย่างเต็มรูปแบบ การเดินเครื่องผลิตในประเทศนี้ ไม่เพียงแต่สอดรับกับเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GAC ในการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพในการส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปี 2025 ยังถือเป็นปีแห่งการขยายพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์เชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง (Mass Market) อย่างแท้จริง โดยมีการทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ให้แก่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นในเดือนมิถุนายนด้วยการเปิดตัว GAC Aion UT รถยนต์แฮทช์แบคไฟฟ้าขนาดคอมแพคท์ที่มาพร้อมดีไซจ์นโฉบเฉี่ยวล้ำสมัย (Stylish Smart Compact Hatchback) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานดีไซจ์น เทคโนโลยี และความคล่องตัวในการใช้งาน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบครบครัน
จากนั้นในเดือนสิงหาคม GAC เดินหน้าขยายพอร์ทโฟลิโอรถยนต์พลังงานทางเลือกด้วยการเปิดตัว GAC M8 PHEV รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรีขุมพลัง Plug-in Hybrid ซึ่งเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ MPV พลังงานทางเลือกในประเทศไทย ตัวรถผสานความหรูหราเหนือระดับเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Adimotion PHEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล และประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้บริหารระดับสูง และครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการเดินทาง
ปี 2026: ต่อยอดความสำเร็จตลอด 3 ปี พร้อมก้าวสู่ปีที่ 4 ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนกลยุทธ์ "Thailand Action 2.0"
หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา GAC ยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2026 GACให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างความมั่นใจ และมอบความคุ้มค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้าชาวไทย ผ่านการประกาศกลยุทธ์ "Thailand Action 2.0" ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (เดือนมีนาคม) พร้อมเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดตัว GAC Aion V 500 Premium รุ่นย่อยใหม่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ GAC ได้เดินหน้าแก้ปัญหา (Pain Point) และสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าชาวไทย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์บริการ "GAC Care" และโครงการ "GAC Easy Trade-in” (แคมเปญนำรถเก่าแลกรถใหม่)
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา GAC เดินหน้าขยายพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบพลัก-อิน ไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) ภายใต้แนวคิด"Smart Luxury for Executives" เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริหาร และครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 120 กม. (NEDC) และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กม. (WLTC) ห้องโดยสารสะท้อนความหรูหรา และสะดวกสบายระดับเฟิร์สต์คลาสส์ ด้วยเบาะนั่งแถว 2 แบบ Dual Zero-Gravity ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมฟังค์ชันผ่อนคลาย ผสานมิติเสียงสมจริงรอบทิศทางจากระบบเสียงระดับพรีเมียม Yamaha 16 ลำโพง เพื่อมอบความเงียบสงบ และสุนทรียภาพสูงสุดตลอดทุกการเดินทาง
จากความสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมา GAC พร้อมเดินหน้าสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดการสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ที่ครบวงจรในประเทศไทย พร้อมเติบโตเคียงข้างผู้บริโภค และสังคมไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นพันธมิตรด้านยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว









