SUZUKI (ซูซูกิ) ปรับนโยบาย และแผนการทำตลาดในไทยหลังประกาศปิดโรงงาน มุ่งสร้างความยั่งยืนให้บแรนด์ “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร และวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ฟอร์มูลา : นโยบาย และทิศทางของ SUZUKI ในการทำตลาดในประเทศไทย ?
ซูซูกิ : ก่อนหน้านี้ SUZUKI ตัดสินใจยุติสายการผลิตรถยนต์ในโรงงาน ที่จังหวัดระยอง สิ้นสุดปี 2568 ซึ่งปัจจุบันยังเดินสายการผลิตตามปกติจน กว่าจะถึงเวลาดังกล่าว โดยโรงงานใน อ. ปลวกแดง จ. ระยอง นี้ เกิดทำ การปี 2554 ผลิตรถยนต์อีโคคาร์ 3 รุ่น คือ SUZUKI SWIFT (ซูซูกิ สวิฟท์), CIAZ (เซอัซ) และ CELERIO (เซเลรีโอ) และเมื่อถึงปี 2568 โครงการอีโคคาร์จะสิ้นสุดลง และไม่มีนโยบายส่งเสริมใดๆ ออกมาจากรัฐ บาล นอกจากโครงการรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น SUZUKI จึงหยุดการผลิตรถ ยนต์ที่โรงงาน เพราะได้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากจำนวนการผลิต คือ หากไม่ผลิตปริมาณมาก ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะรักษาธุรกิจไว้
หลังจากปิดโรงงาน SUZUKI ได้พิจารณาการผลิต และการขาย เป็นภาพใหญ่ทั่วทั้งอาเซียนโดยจะรวมทรัพยากรการผลิตไว้ที่อินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และจะนำรถยนต์ที่ผลิตจากที่นั่นมายังประเทศ ไทย และประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน
ไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับ SUZUKI บริษัทฯ ขอยืนยันว่ามีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจการขายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาศักยภาพภายในเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดรถยนต์อนาคตได้ หลังจากโรงงานระยองยุติลง บริษัทฯ จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับบริษัทแม่ และ SUZUKI อินโดนีเซีย ในการจัดหารุ่นใหม่ๆ ให้ตลาดไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
ขณะนี้ SUZUKI ได้เตรียมแผนธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ENHANCING THE ABILITY TO COMPETE IN THE UPCOMING AUTOMOTIVE MARKET เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต” ที่ได้ประกาศแก่ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ SUZUKI ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ฟอร์มูลา : แผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ?
ซูซูกิ : บริษัทฯ ยังคงเน้นการทำตลาดรถยนต์รุ่นที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่ CELERIO, SWIFT, ERTIGA (แอร์ติกา), XL7 (เอกซ์แอล 7) และ CARRY (แคร์รี) พร้อมดำเนินงานภายใต้ปรัชญา “SUZUKI CAUSE WE CARE-เหนือกว่าความใส่ใจ คือ ความเข้าใจทุกความต้องการ” รวมทั้งยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ SUZUKI ทั่วประเทศ โดยจะยึดแผนการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ภายใต้แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” ซึ่งจะเป็นการยกระดับงานบริการทุกด้าน ดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ มอบคุณภาพของงานบริการที่ดีที่สุด ตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา
แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” ประกอบด้วย
1. ฟรี ! ค่าแรงเชคระยะ สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่นำรถเข้าเชคระยะต่อเนื่องตามกำหนดกับศูนย์บริการรถยนต์ SUZUKI ทุกสาขา ฟรีค่าแรง เชคระยะ สูงสุด 3 ปี หรือ 60,000 กม.
2. ขยายการรับประกันอะไหล่ และงานบริการ นานถึง 1 ปี หรือ 20,000 กม. จากเดิมที่รับประกันเพียง 3 เดือน หรือ 5,000 กม.
3. บริการพิเศษรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม สำหรับรถยนต์ที่อยู่ในระยะรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กม. และต้องใช้เวลาตรวจเชค มากกว่า 1 วัน ไม่รวมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ
4. HELLO SUZUKI APPLICATION ยกระดับงานบริการแบบ S-SOLU TION ที่จะเชื่อมต่อข้อมูลการทำงานกับลูกค้า อำนวยความสะดวกสบายและความมั่นใจในงานบริการทุกขั้นตอน รวมถึงมอบสิทธิพิเศษมากมายให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ
5. ระบบการจัดการอะไหล่ มีเป้าหมายรองรับบริการได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ให้ลูกค้าคลายความกังวลเรื่องการขาดแคลนอะไหล่ เพราะ SUZUKI มีคลังอะไหล่ 2 แห่ง ที่คลังอ่อนนุช กรุงเทพฯ พื้นที่จัดเก็บขนาด 1,216 ตรม. และคลังอะไหล่ จังหวัดระยอง พื้นที่จัดเก็บขนาด 4,076 ตรม. รวมถึงคลังอะไหล่ของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ มีอะไหล่จัดเก็บรวมมากถึง 741,000 ชิ้น รวมถึงมีบริการจัดส่งอะไหล่แบบเร่งด่วนภายใน 24 ชม. ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่อื่นๆ ภายใน 48 ชม.
6. ศูนย์บริการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน SUZUKI มีศูนย์บริการ 92 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และแต่งตั้งผู้จำหน่ายรายใหม่เพิ่มอีก 6 แห่ง ที่จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ หนองคาย บึงกาฬ และพัทลุง
7. ศูนย์บริการซ่อมสี และตัวถังตามมาตรฐานของ SUZUKI ที่เปิดให้บริการทั้งหมด 32 แห่ง และภายในปี 2567 นี้มีแผนขยายเพิ่มอีก 9 แห่ง ในจังหวัดนนทบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และขอนแก่น
SUZUKI พยายามพัฒนางานบริการหลังการขายให้ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มเข้ามาของบริการ HELLO SUZUKI คือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (DEALER MANAGEMENT SYSTEM หรือ DMS) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อทราบถึงข้อมูลการเข้ารับบริการของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยประเมินความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการได้อย่างแม่นยำ
ฟอร์มูลา : รถรุ่นใหม่ที่จะนำมาทำตลาดในอนาคต ?
ซูซูกิ : SUZUKI เตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับทิศทาง และนโยบายการรักษาความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยประกอบไปด้วยรถประเภทไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า 100 %
ฟอร์มูลา : โรงงานที่ระยองมีแผนที่จะทำอะไรต่อไปในอนาคต ?
ซูซูกิ : โรงงานที่ระยองจะดำเนินการผลิตต่อเนื่องจนถึงปี 2025 หลังจากนั้นจะดำเนินการอย่างไรต่อไปอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่บอกได้ว่าเราจะให้ความสำคัญกับพนักงานโรงงานมากกว่าเรื่องอื่น
บทความแนะนำ

