วิถีตลาดรถยนต์
พิคอัพเป็นลบอีกแล้ว
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนตุลาคม 2025/2024
ตลาดโดยรวม +24.8 %
รถยนต์นั่ง +24.0 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +66.8 %
กระบะ 1 ตัน +1.7 %
รถเพื่อการพาณิชย์ +50.1 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-ตุลาคม 2025/2024
ตลาดโดยรวม +4.2 %
รถยนต์นั่ง +4.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +16.2 %
กระบะ 1 ตัน -8.9 %
รถเพื่อการพาณิชย์ +39.5 %
ไตรมาสสุดท้ายของปีเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมจะหัวจะก้อยก็รู้กันในไตรมาสนี้นี่แหละ แต่โดยปกติวิสัยไตรมาสสุดท้ายจะเป็นห้วงเวลาที่การค้าการขายค่อนข้างจะไหลลื่นไปในทิศทางที่ดี ผู้คนมีกำลังซื้อมากขึ้น เศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา จะมีกังวลบ้างในเรื่องของสถานการณ์ชายแดนฝั่งที่ติดกับประเทศที่มีนครวัดเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวสำคัญ มีการยั่วยุกระทบกระทั่งกันอยู่ตลอด ก็เป็นเรื่องของการทหาร การเมือง การต่างประเทศที่ต้องชี้แจง และแก้ไขกันต่อไป สำหรับการซื้อขายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงในช่วงนี้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ส่วนใหญ่ มีที่มาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ยังคงอยู่ในกระแสความนิยมผลักดันให้ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่นี้ เติบโตมากขึ้นในทุกตลาดไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถยนต์กิจกรรมกลางแจ้ง และรถยนต์สำหรับครอบครัวที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของรถยนต์เพื่อพาณิชย์อื่นๆ แต่สำหรับตลาดรถพิคอัพ ถึงแม้จะมีรถพิคอัพพลังงานไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดแล้ว แต่ยังไม่ตอบโจทย์ได้อย่างจะแจ้งชัดเจน ตลาดยังคงเป็นของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของเจ้าตลาดรายเดิม ขณะที่การปล่อยสินเชื่อยานยนต์สำหรับรถพิคอัพที่ยังคงเข้มงวดจริงจัง ยังคงเป็นปัจจัยลบที่ยังทำให้ตลาดรถพิคอัพไม่เติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในอีกไม่ช้าไม่นานยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของตลาดจะมีความเคลื่อนไหวอย่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้งหนึ่ง ต้องตามดูกันต่อไปว่าจะทำให้ตลาดรถพิคอัพกระชุ่มกระชวยร้อนแรงมากขึ้นมากน้อยเพียงไรในช่วงปลายปี
เดือนตุลาคม 2568 ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 9,341 คัน หรือเพิ่มขึ้น 24.8 % มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 47,032 คัน จำหน่ายได้มากที่สุดไม่หนีรถยนต์ TOYOTA (โตโยตา) จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 18,348 คัน เพิ่มขึ้นจากตุลาคม 2567 ถึง 3,186 คัน หรือเพิ่มขึ้น 21.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 39.0 % รองลงมาเป็น HONDA (ฮอนดา) จำหน่ายได้ 5,677 คัน เพิ่มขึ้น 1,540 คัน เพิ่มขึ้น 37.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 12.1 % ตามด้วย ISUZU (อีซูซุ) 5,278 คัน ลดลง 814 คัน หรือลดลง 13.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.2 % ต่อด้วย BYD (บีวายดี) 2,304 คัน เพิ่มขึ้น 1,009 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 77.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.9 % และ MG (เอมจี) 2,219 คัน เพิ่มขึ้น 1,045 คัน เพิ่มขึ้นถึง 89.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.7 %
ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาสที่ 3 บวกด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนตุลาคม 2568 รถยนต์ใหม่ป้ายแดงจำหน่ายไปแล้วรวมทั้งสิ้น 496,318 คัน เพิ่มขึ้น 19,968 คัน หรือเพิ่มขึ้น 4.2 % เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ยอดจำหน่ายสะสมมากที่สุดยังคงเป็นของรถยนต์ TOYOTA ที่จำหน่ายไปแล้ว รวม 186,148 คัน เพิ่มขึ้น 3,768 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.1 % เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 37.5 % อันดับ 2 ISUZU จำหน่ายแล้วรวม 58,781 คันลดลง 12,580 คัน หรือลดลง 17.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.8 % อันดับ 3 HONDA 56,686 คัน ลดลง 5,762 คัน หรือลดลง 9.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.4 % อันดับ 4 BYD 34,585 คันเพิ่มขึ้น 11,053 คัน หรือเพิ่มขึ้น 47.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 7.0 % และอันดับ 5 MITSUBISHI (มิตซูบิชิ) 22,338 คันลดลง 147 คัน หรือลดลง 0.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.5 %
ในส่วนของตลาดรถพิคอัพ ขึ้นๆ ลงๆ เดือนนี้กลับมาลดลงอีกครั้ง หรือจะเป็นกระแสข่าวว่าพิคอัพเจ้าตลาดจะมีเซอร์พไรส์ในช่วงปลายปี เลยขอรอดูความชัดเจนก่อนว่าจะโดนอกโดนใจมากน้อยเพียงไร เดือนนี้ตัวเลขยอดจำหน่ายรถพิคอัพกลับมาอยู่ในแดนลบอีกครั้ง จำหน่ายรวมกันได้ 12,805 คัน เทียบกับเดือนตุลาคม 2567 แล้วติดลบไป 542 คัน หรือ 1.7 % 5 พิคอัพจำหน่ายขายได้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ผ่านๆ มา เริ่มด้วย TOYOTA 6,246 คัน เพิ่มขึ้น 459 คัน หรือเพิ่มขึ้น 7.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 48.8 % ISUZU 4,371 คัน ลดลง 833 คันหรือลดลง 16.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 34.1 % FORD (ฟอร์ด) 1,430 คัน เพิ่มขึ้น 114 คัน หรือเพิ่มขึ้น 8.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.2 % MITSUBISHI 565 คัน ลดลง 125 คัน หรือลดลง 18.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.4 % และ NISSAN (นิสสัน) 141 คัน ลดลง 58 คัน หรือลดลง 29.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 1.1 %
10 เดือนของปี 2568 ผ่านไปรถพิคอัพจำหน่ายออกไปแล้วรวมกันทั้งสิ้น 145,816 คัน เทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ขาดหายไป 21,035 คัน หรือลดลง 8.9 % TOYOTA จำหน่ายไปแล้วรวม 68,670 คันลดลง 7,749 คัน ลดลง 10.1 % ส่วนแบ่งการตลาดเมื่อสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 47.1 % ISUZU จำหน่ายแล้วรวม 50,506 คัน ลดลง 11,510 คัน หรือลดลง 18.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 34.6 % FORD จำหน่ายแล้วรวม 15,235 คัน ลดลง 2,185 คัน หรือลดลง 12.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 10.4 % MITSUBISHI จำหน่ายแล้วรวม 8,488 คัน เพิ่มขึ้น 1,231 คัน เพิ่มขึ้น 17.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.8 % และ NISSAN จำหน่ายแล้ว 1,649 คัน ลดลง 832 คัน หรือลดลง 33.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 1.1 %
สำหรับรถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเอสยูวีเดือนตุลาคม 2568 มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 10,557 คัน เพิ่มขึ้นถึง 4,689 คัน หรือเพิ่มขึ้น 66.8 % เมือเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 หัวแถวของตลาดยังถูกยึดครองโดยรถเอสยูวีของ TOYOTA เดือนนี้จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 4,072 คัน เพิ่มขึ้น 1,013 คัน หรือเพิ่มขึ้น 33.1 % เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 38.6 % ตามด้วย HONDA 2,125 คัน เพิ่มขึ้นถึง 1,347 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 173.1 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20.1 % BYD 1,123 คัน เพิ่มขึ้น 659 คัน หรือเพิ่มขึ้น 142.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 10.6 % ต่อด้วย GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์) 834 คัน เพิ่มขึ้นถึง 625 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 299.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.5 % และ MITSUBISHI 689 คันส่วนแบ่งการตลาด 6.5 % เท่ากับ GWM
117,076 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายของรถเอสยูวีที่จำหน่ายไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคมปี 2568 เทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2567 แล้วเพิ่มขึ้น 21,695 คัน หรือเพิ่มขึ้น 16.2 % จำหน่ายแล้วมากสุดเป็นของ TOYOTA จำหน่ายแล้วรวม 41,654 คัน ลดลง 1,218 คันหรือลดลง 2.8 % เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันปี 2567 ส่วนแบ่งการตลาด 35.6 % HONDA 24,476 คัน ลดลง 632 คัน หรือลดลง 2.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 20.9 % BYD 18,721 คัน เพิ่มขึ้นถึง 11,419 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 156.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 16.0 % GWM 8,963 คัน เพิ่มขึ้นถึง 5,868 คัน หรือเพิ่มกระฉูด 189.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 7.7 % และ CHANGAN (ฉางอัน) 7,366 คัน เพิ่มขึ้น 1,967 คัน หรือเพิ่มขึ้น 36.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.3 %
ทั้งนี้รถยนต์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ เดือนตุลาคม 2568 มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 4,379 คัน เพิ่มขึ้น 1,432 คัน หรือเพิ่มขึ้น 50.1 % เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2567 ปี 2568 ผ่านไป 10 เดือน ตลาดนี้มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 40,031 คัน เพิ่มขึ้น 11,334 คัน หรือเพิ่มขึ้น 39.5 % เมื่อเทียบกับ 10 เดือนของปี 2567 เดือนตุลาคม 2568 มีตัวเลขยอดจดทะเบียนรถเอสยูวี และรถพิคอัพทั้งสิ้น 26,494 คัน เพิ่มขึ้น 1,945 คันเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2567





