วิถีตลาดรถยนต์
ขาดไปนิดเดียว
| เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ | ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025/2024 |
|---|---|
| ตลาดโดยรวม | +20.6% |
| รถยนต์นั่ง | +6.5% |
| รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) | +54.7% |
| กระบะ 1 ตัน | +5.5% |
| รถเพื่อการพาณิชย์ | +101.4% |
| เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ | ประจำเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2025/2024 |
|---|---|
| ตลาดโดยรวม | +5.5% |
| รถยนต์นั่ง | +4.5% |
| รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) | +24.6% |
| กระบะ 1 ตัน | -7.7% |
| รถเพื่อการพาณิชย์ | +26.7% |
งวดเข้าไปทุกทีแล้วสำหรับการซื้อการขายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงฤดูกาลปี 2568 หมดจากเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็เหลือเดือนธันวาคมอีกเพียงเดือนเดียว ก็จะได้รู้แจ้งเห็นจริงว่ารถยนต์ยี่ห้ออะไรทำยอดจำหน่ายได้สูงสุด เป็นแชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดประจำปี 2568 ในแต่ละตลาดอย่างเป็นทางการ ส่วนที่ไม่เป็นทางการก็แน่นอนว่าพี่ใหญ่ค่าย TOYOTA (โตโยตา) ฟาดเรียบในทุกตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยิ่งเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถพิคอัพอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถตระกูล HILUX เจเนอเรชันใหม่ TOYOTA HILUX TRAVO (โตโยตา ไฮลักซ์ ทราโว) ที่เรียกว่าแทบจะเปลี่ยนใหม่หมดจากขอบกันชนหน้าไปจนถึงขอบกันชนหลัง และยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจะมีรุ่นย่อยให้เลือกใช้ให้สอดคล้องเหมาะสมกับงบประมาณ และความต้องการในการใช้งานแล้ว ยังมีเวอร์ชันที่เป็นรถกระบะ EV เสริมเข้ามาในไลน์ด้วย เล่นใหญ่ซะขนาดนี้ อย่าว่าแต่จะเป็นแชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดปี 2568 ส่วนปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงตำแหน่งแชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดในตลาดรถพิคอัพไม่น่าจะหนีไปไหน !
สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2568 ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่รวมทุกตลาดจบลงที่ 51,044 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ 8,735 คัน หรือเพิ่มขึ้น 20.6 %
5 อันดับแรกที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุด ประกอบด้วยอันดับ 1 ค่าย TOYOTA 19,305 คัน เพิ่มขึ้น 2,198 คัน หรือเพิ่มขึ้น 12.8 % เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน 2567 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 37.8 % อันดับ 2 ค่าย ISUZU (อีซูซุ) 6,390 คัน เพิ่มขึ้น 322 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5.3 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 12.5 % อันดับ 3 HONDA (ฮอนดา) 6,320 คัน เพิ่มขึ้น 1,446 คัน เพิ่มขึ้น 29.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 12.4 % อันดับ 4 BYD (บีวายดี) 2,357 คัน เพิ่มขึ้น 359 คัน เพิ่มขึ้น 18.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.6 % และอันดับ 5 MG (เอมจี) 2,220 คัน เพิ่มขึ้น 867 คัน เพิ่มขึ้น 64.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.3 %
เหลือเดือนธันวาคม อีกเพียงเดือนเดียวตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ของปี 2568 ก็ครบ 12 เดือน สำหรับตัวเลขตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ในบ้านเรามีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 547,362 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 ประมาณ 28,703 คัน เทียบเป็นเปอร์เซนต์แล้วเท่ากับเพิ่มขึ้น 5.5 % โดยรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสะสมมากที่สุดเป็นรถยนต์ TOYOTA จำหน่ายแล้วรวม 205,453 คัน เพิ่มขึ้น 5,966 คัน หรือเพิ่มขึ้น 3.0 % ส่วนแบ่งการตลาด ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 37.5 % ตามด้วยอันดับ 2 ISUZU จำหน่ายรวม 65,171 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ถึง 12,258 คัน หรือลดลง 15.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.9 % อันดับ 3 HONDA จำหน่ายรวม 63,006 คัน ลดลง 4,316 คัน หรือลดลง 6.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.5 % อันดับ 4 BYD จำหน่ายรวม 36,942 คัน เพิ่มขึ้น 11,412 คัน เพิ่มขึ้นถึง 44.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.7 % และอันดับ 5 MITSUBISHI (มิตซูบิชิ) จำหน่ายรวม 23,857 คัน ลดลง 783 คัน หรือลดลง 3.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.4 %
สำหรับรถกระบะ 1 ตัน หรือรถพิคอัพ เดือนพฤศจิกายน 2568 ตัวเลขยอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดน้อยกว่าตัวเลขยอดจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน 2567 เพียงนิดเดียว...เดือนพฤศจิกายน 2568 ยอดรวมอยู่ที่ 14,420 คัน น้อยกว่าเดือนพฤศจิกายน 2567 เพียง 13 คัน หรือน้อยกว่าเพียง 5.5 % เท่านั้น กระบะค่าย TOYOTA ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และโฉมเดิมจำหน่ายรวมกันได้ 6,871 คัน เพิ่มขึ้น 350 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5.4 % เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2567 ส่วนแบ่งการตลาด 47.6 % อันดับ 2 ISUZU เพิ่งเปิด D-MAX (ดี-แมกซ์) โฉมใหม่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จำหน่ายได้รวม 5,481 คัน เพิ่มขึ้น 230 คัน หรือเพิ่มขึ้น 4.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 38.0 % อันดับ 3 FORD จำหน่ายได้ 1,306 คัน ลดลง 297 คัน หรือลดลง 18.5 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 9.1 % อันดับ 4 MITSUBISHI จำหน่ายได้ 564 คัน ลดลง 130 คัน หรือลดลง 18.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 3.9 % และอันดับ 5 NISSAN (นิสสัน) จำหน่ายได้ 104 คัน ลดลง 99 คัน หรือลดลง 48.8 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 0.7 %
ตัวเลขยอดจำหน่ายรวม 11 เดือนของปี 2568 ตลาดรถกระบะอยู่ที่ 160,236 คัน ลดลงไป 21,048 คัน หรือลดลง 7.7 % เมื่อเทียบกับ 11 เดือนของปี 2567 ยอดจำหน่ายสะสมมากที่สุดเป็นของกระบะ TOYOTA จำหน่ายไปแล้วรวม 75,541 คัน ลดลงไป 7,399 คัน หรือลดลง 8.9 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 47.1 % ตามด้วยกระบะ ISUZU จำหน่ายรวม 55,987 คัน ลดลง 11,280 คัน หรือลดลง 16.8 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 34.9 % ต่อด้วยกระบะ FORD จำหน่ายแล้ว 16,541 คัน ลดลง 2,482 คัน หรือลดลงไป 13.0 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10.3 % กระบะ MITSUBISHI มียอดจำหน่าย 9,052 คัน เพิ่มขึ้น 1,101 คัน หรือเพิ่มขึ้น 13.8 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 5.6 % และกระบะ NISSAN มียอดจำหน่าย 1,753 คัน ลดลง 931 คัน หรือลดลงไป 34.7 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 1.1 %
ส่วนตลาดรถ SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง เดือนพฤศจิกายน 2568 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 11,533 คัน เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4,595 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 54.7 % ตลาดนี้มีทั้งผู้เล่นหน้าเก่า และหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามรถ SUV ของค่าย TOYOTA ยังยืนหยัดเป็นผู้นำตลาดได้อย่างเหนียวแน่นเดือนพฤศจิกายน 2568 จำหน่ายได้ 4,076 คัน เพิ่มขึ้น 428 คัน หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 11.7 % เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2567 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 35.3 % อันดับ 2 HONDA มียอดจำหน่าย 2,209 คัน เพิ่มขึ้น 1,164 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 111.4 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 19.2 % อันดับ 3 BYD มียอดจำหน่าย 1,101 คัน เพิ่มขึ้น 824 คัน หรือเพิ่มขึ้น 297.5 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 9.5 % อันดับ 4 MG มียอดจำหน่าย 969 คัน เพิ่มขึ้น 706 คัน หรือเพิ่มขึ้น 268.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 8.4 % และอันดับ 5 CHANGAN (ฉางอัน) 559 คัน ลดลง 127 คัน หรือลดลง 18.5 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 4.8
รวม 11 เดือนแรกของปี 2568 รถ SUV มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 137,063 คัน เพิ่มขึ้น 32,694 คัน หรือเพิ่มขึ้น 24.6 % 5 อันดับแรกประกอบด้วย อันดับ 1 TOYOTA 45,730 คัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2567 ประมาณ 790 คัน หรือลดลง 1.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 33.4 % อันดับ 2 HONDA 26,685 คัน เพิ่มขึ้น 532 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 19.5 % อันดับ 3 BYD 19,822 คัน เพิ่มขึ้น 12,243 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 161.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 14.5 % อันดับ 4 GAC (จีเอซี) 8,868 คัน เพิ่มขึ้น 5,114 คัน หรือเพิ่มขึ้น 136.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.5 % และอันดับ 5 CHANGAN 7,925 คัน เพิ่มขึ้น 1,840 คัน หรือเพิ่มขึ้น 30.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.8 %
และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 5,917 คัน เพิ่มขึ้นถึง 2,979 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 101.4 % เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2567 ตลาดนี้มีตัวเลขยอดจำหน่ายสะสมรวมทั้งสิ้น 37,494 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 7,909 คัน หรือเพิ่มขึ้น 26.7 % โดยเดือนพฤศจิกายน 2568 มีการนำรถ SUV และรถกระบะไปจดทะเบียนใช้งานอย่างเป็นทางการกับกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งสิ้น 26,071 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2567 ประมาณ 3,193 คัน หรือเพิ่มขึ้น 14.0 %





