สัมภาษณ์พิเศษ(formula)
อเล็กซ์ เป่า จ้วงเฟย กรรมการผู้จัดการภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR ประเทศไทย
ZEEKR ไม่แข่งขันเรื่องราคา เน้นบริการหลังการขาย และการสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
ฟอร์มูลา “สัมภาษณ์พิเศษ” อเล็กซ์ เป่า จ้วงเฟย กรรมการผู้จัดการภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR ประเทศไทย ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ ZEEKR (ซีเคอร์)
ฟอร์มูลา : คุณมองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะเป็นอย่างไร?
อเล็กซ์ : ปี 2568 ที่ผ่านมายอดขายรถรวมดีกว่าปี 2567 เล็กน้อย ปีนี้มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกับตลาด ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง แต่ดูโดยรวมแล้วน่าจะดีขึ้นกว่าเดิม มาตรการอีวี 3.0 จบ 3.5 ก็ใกล้จบ ต้องรอนโยบายใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตร ดีขึ้น ก็จะทำให้รถเก๋ง กระบะฟื้นตัวได้ แต่ก็ยังมีเรื่องสินเชื่อที่ส่งผลต่อการเช่าซื้อ ดังนั้น ปีนี้น่าจะค่อยๆ ฟื้นฟู คาดว่าจะเติบโตกว่าเมื่อปี 2568 ประมาณ 10 %
โดย 3-5 ปี โดยรวมก็จะค่อยฟื้นฟู และกลับมา ในส่วนของรถไฟฟ้า ก็จะได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยในปี 2568 สัดสวนรถไฟฟ้า 100 % มียอดรวมมากกว่า 20 % หรือประมาณ 100,000 คัน โดยระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า ก็จะค่อยๆ เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 200,000 แต่ก็ไม่น่าที่จะเกินไปกว่านี้แล้ว เพราะดูจากนโยบาย 30:30 ก็ดูจะเป็นไปได้ แต่ก็จะอิ่มตัวแล้ว พลังงานใหม่ อาจจะไปได้แบบหลากหลาย โอกาสของ PSEV และ IEV ก็จะมีเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เพราะอีก 1-2 ปี ก็จะเป็นเรื่องของพลังงาน PSEV และ IEV ซึ่งรถอีวีใช้แบทเตอรีอย่างเดียว PSEV เป็นระบบดูโอ ส่วน IEV เป็นรถไฟฟ้าที่มีพื้นฐานเป็นแบทเตอรีใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้าเข้าแบทเตอรี โดยมีเครื่องยนต์เป็นตัวทำระบบ ซึ่งระบบนี้มีผู้ผลิตรถยนต์จีนนำรถเข้ามาทำตลาดบ้างแล้ว แต่ยังขายได้ไม่มาก โดยข้อดีของ IEV ราคาจะถูก แต่เป็นเทคโนโลยีนานแล้วไม่ได้ใหม่ เลยทำให้ราคาไม่แพง ถ้าดูจากจีน บางรุ่นราคาใกล้เคียง หรือถูกกว่า EV ข้อดี เติมน้ำมันได้ สำหรับลูกค้าที่กังวลระยะการชาร์จ หรือต้องการวิ่งระยะไกล
ฟอร์มูลา : ZEEKR มองว่าตลาดซบเซาของปีนี้เกิดจากอะไร ?
อเล็กซ์ : สภาพเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี ทำให้กำลังซื้อน้อยลง รวมกับสถานการณ์ของหนี้เสีย การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ไม่คล่อง การปล่อยกู้ยาก และสิ่งสำคัญ คือ ลูกค้าไม่แน่ใจตลาด เพราะว่าเรื่องของสงครามราคาที่มีการลดแข่งขันกัน ทำให้ลูกค้าตัดสินใจช้า รอดูสถานการณ์ว่าราคาของรถจะเป็นอย่างไร
ฟอร์มูลา : คุณวางนโยบาย และทิศทางของ ZEEKR ไว้อย่างไร ?
อเล็กซ์ : ZEEKR เป็นรถยนต์ที่อยู่ในเซกเมนท์ พรีเมียม ทำแต่พรีเมียม ซึ่งในเมืองไทย รถในระดับพรีเมียมจะมีไม่มากนักส่วนใหญ่จะเป็นรถยุโรป ที่เป็นรถจากจีน ก็จะมีแค่ ZEEKR และ XPENG (เสี่ยวเผิง) มียอดขายอยู่แค่ปีละ 30,000-40,000 คัน ZEEKR เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยได้เพียงแค่ 1 ปี โดยมียอดขายมากว่า 3,000 คัน ซึ่งเรามีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ประมาณ 10 % ถือว่าประสบควมสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญ ZEEKR จะไม่ร่วมสงครามราคา ไม่ลดราคา ทำให้มีความแข็งแกร่งเรื่องของราคาขายต่อ
อีกส่วนหนึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ยังไม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ยังมีช่องว่างอยู่ เช่น รถตู้ปัจจุบันมี 7 ที่นั่ง แต่ลูกค้ายังมีความต้องการรถตู้ขนาดเล็กประมาณ 4-6 ที่นั่ง ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่ หรือแม้กระทั่งรถซีดานที่มีอยู่ในตลาดสามรถทำได้ดีกว่านี้ทั้งในแง่คุณภาพ ราคา หรือส่วนประกอบต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นแผนที่ ZEEKR จะทำ ดังนั้น ZEEKR ต้องต่อสู้กับบแรนด์ที่มีอยู่ในตลาด
“ผมเชื่อว่าอีก 2-3 ปี ตลาดรถไฟฟ้า 100 % จะอิ่มตัว จำเป็นที่จะต้องหาพลังงานทางเลือกที่หลากหลายเข้ามาทำตลาด โดย ZEEKR จะเริ่มเน้นไปที่ตลาด PSEV และ REV เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้รถในระยะไกล และมีความกังวลเรื่องไฟฟ้า”
อย่างไรก็ตาม ZEEKR ไม่ได้เน้นที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่จะมุ่งในในระดับภูมิภาค เพราะปัจจุบันกลุ่ม GEELY มีรถหลายบแรนด์ ล่าสุด LYNK & CO (ลิงค์ แอน โค) ได้เข้าไปร่วมลงทุนในเวียดนาม และเปิดโรงงานที่อินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยมีแผนที่จะร่วมมือผลิต ซึ่งหากมีโอกาสก็จะไม่ผลิตเฉพาะ EV แต่จะมีทั้ง PSEV หรืออาจจะใช้ AFTA ผลิตที่ประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำมาขายในไทย
ฟอร์มูลา : ZEEKR วางแผนการลงทุนไว้อย่างไร ?
อเล็กซ์ : ZEEKR ได้ลงทุนเปิดศูนย์ฝึกอบรม ZEEKR TRAINING CENTER ขึ้นในประเทศไทย โดยศูนย์นี้จะทำหน้าที่เป็น HUB สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนขยายจุดชาร์จ เปิดตัวสถานีชาร์จไฟแรงสูง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว (FAST CHARGE) ด้วยเครื่องชาร์จไฟกระแสตรง (DC CHARGING) กำลังไฟสูงสุด 400 กิโลวัตต์ (kW) ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย รองรับรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ ZEEKR เช่น ZEEKR 7X รุ่น LONG RANGE AWD (ลอง เรนจ์ ออลล์วีลดไรฟ) ใช้เวลาชาร์จแบทเตอรีเต็มเพียง 15 นาที ZEEKR X รุ่น PERFORMANCE RWD (เพอร์ฟอร์มานศ์ เรียร์วีลดไรฟ) ใช้เวลาเพียง 32 นาที และ ZEEKR 009 รถยนต์ไฟฟ้า MPV สุดหรู ใช้เวลาชาร์จเต็มเพียง 40 นาทีเท่านั้น โดยสาขาแรกเปิดที่เซนทรัลเวิร์ลด์ และพร้อมที่จะขยายไปยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆ
ฟอร์มูลา : การร่วมธุรกิจกับ GEELY ในประเทศไทยจะเป็นไปในทิศทางใด ?
อเล็กซ์ : เราแยกกันทำบแรนด์อย่างชัดเจน ทั้งโชว์รูม การขาย และบริการหลังการขาย แต่จะทำงานร่วมกันเรื่องของ การผลิต แวร์เฮาส์ และไฟแนนศ์
ฟอร์มูลา : ZEEKR มีแผนการขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการอย่างไร ?
อเล็กซ์ : ปัจจุบัน ZEEKR มีโชว์รูม พร้อมศูนย์บริการ 12-13 แห่ง โดยมี 7 แห่ง ที่เปิดให้บริการ BODY & PAINT ปีนี้จะเพิ่มโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเป็น 20 แห่ง และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 30 แห่ง โดยโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเปิดให้บริการแล้วในจังหวัดใหญ่ๆ และจะขยายเพิ่มในเมืองรอง เพื่อขยายการรองรับลูกค้าให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
ฟอร์มูลา : คุณมองว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมจะมีทิศทางอย่างไร ?
อเล็กซ์ : เมื่อ 3-4 ปี ก่อนรถยนต์ระดับพรีเมียมจะไม่มีรถไฟฟ้า 100 % โดยรถไฟฟ้าระดับพรีเมียมเพิ่งเริ่มเปิดตลาดเมื่อ 1-2 นี้เท่านั้น แล้วก็มีเพียง ZEEKR, XPENG และ TESLA (เทสลา) ซึ่งตลาดโดยรวมไม่ได้เติบโตมากนัก อย่างไรก็ตาม รถ EV เริ่มต้นจากศูนย์จนสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 40-50 % ถือว่าน่าพอใจ ซึ่งก็ทำให้รถระดับพรีเมียมเครื่องยนต์สันดาป ได้รับผลกระทบบ้าง เพราะปัจจุบันลูกค้าได้เริ่มมีประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้อนาคตตลาดรถพรีเมียมไฟฟ้าจะเติบโตขึ้นอีก
ZEEKR วางเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 คัน โดยจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 รุ่น และอาจจะมีรุ่นพิเศษ รวมถึง MINOR CHANGE รุ่นปัจจุบัน
ฟอร์มูลา : ZEEKR วางกลยุทธ์สร้างบแรนด์เพื่อการแข่งขันไว้อย่างไร ?
อเล็กซ์ : ZEEKR ไม่ลดราคา ไม่แข่งขันในสงครามราคา กลยุทธ์หลักจะเน้นเรื่องบริการหลังการขาย เน้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกค้าระหว่างการขาย การให้พโรโมชัน หรือสิทธิพิเศษ สร้างกิจกรรมเพื่อบรรยากาศที่ดี และความพึงพอใจสูงสุด
ฟอร์มูลา : คุณมองอนาคตรถไฟฟ้าในตลาดเมืองไทยอย่างไร ?
อเล็กซ์ : กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันรถยนต์ยังตอบสนองความต้องการไม่ได้ 100 % ยังขาดคอมเมอร์เชียลคาร์ รถพิคอัพ รถบรรทุกยังมีน้อยอยู่ อีกส่วนหนึ่งเป็นรถใช้งานที่จำเป็นต้องเป็น SEV, PSEV มากกว่า EV ตัวบอดีต้องรับน้ำหนักได้มากขึ้น ในอนาคตอาจจะมีเข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น แต่สำหรับ GEELY GROUP จะแบ่งผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน โดย ZEEKR เน้นรถพรีเมียม RIDDARA (ริดดารา) เป็นรถพิคอัพ และ GEELY เป็นรถทั่วไป
ฟอร์มูลา : รถยนต์พรีเมียมในนิยามของ ZEEKR เป็นอย่างไร ?
อเล็กซ์ : กลุ่มรถยนต์พรีเมียมส่วนใหญ่จะเป็นรถ MPV แต่ไม่ใช่ MPV ทั้งหมด เป็นพรีเมียม ต้องดูด้วยว่าพรีเมียมจริงไหม เริ่มตั้งแต่พโรดัคท์ ดีไซจ์น เพอร์ฟอร์มานศ์ อะไหล่ การบริการ การดูแลลูกค้า ความพึงพอใจ โชว์รูมศูนย์บริการ ครอบคลุม และพรีเมียมมากน้อยแค่ไหน สำหรับ ZEEKR เรามีดีเอนเอของความพรีเมียม เทคโนโลยี และดีไซจ์น จากยุโรป เพราะอยู่ค่ายเดียวกับ VOLVO (โวลโว) ซึ่งพัฒนาเรื่อง ระบบแบทเตอรี ระบบช่วยขับอัจฉริยะ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย ร่วมกับจีน ตามด้วยโชว์รูม ศูนย์บริการ การบริการหลังการขาย ที่มีคุณภาพมาตรฐาน






