แล่นไปในสายน้ำ
FERRETTI 800 ยอชท์รุ่นใหม่ที่เฉียบคมกว่าเดิม ทั้งดีไซจ์น และสมรรถนะกลางทะเล
“FERRETTI 800 ใหม่ มาพร้อมภาพลักษณ์หรูหรา สุขุม และมีเสน่ห์เหนือกาลเวลา”
FERRETTI 800 รุ่นใหม่นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชื่อ “800” ถูกนำมาใช้ เพราะย้อนกลับไปเมื่อราว 15 ปีก่อน FERRETTI เคยเปิดตัวรุ่นแรกภายใต้ชื่อเดียวกันมาแล้ว โดยในยุคนั้นตัวเรือมาพร้อมห้องบังคับการแบบยกระดับ หลังคาฮาร์ดทอพขนาดเล็ก หน้าต่างตัวเรือทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่บริเวณกลางลำ และพื้นที่กระจกโดยรวมที่น้อยกว่ารุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน
เอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิมยังคงจดจำได้ง่ายจากลวดลายช่องระบายอากาศทรงครีบฉลามใต้กระจกบริดจ์ หรือหลังคาห้องบังคับการสีบรอนซ์น้ำตาลอันโดดเด่น
แต่สำหรับ FERRETTI 800 รุ่นใหม่นี้ ซึ่งออกแบบโดยสตูดิโอ BERGAMO ของ FILIPPO SALVETTI กลับให้บุคลิกที่เฉียบคม สปอร์ท และทันสมัยกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะไม่มีตัวเลือกสีตัวเรือมากนัก เพราะลูกค้าสามารถเลือก “สีอะไรก็ได้ ตราบใดที่มันเป็นสีขาว” ตามมุกคลาสสิคของ HENRY FORD แต่ผลลัพธ์กลับไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด ด้วยการเล่นคอนทราสต์ระหว่างกระจกสีเข้มของตัวเรือ และซูเพอร์สตรัคเจอร์ รอยเว้าบริเวณกราบเรือเพื่อเปิดมุมมองจากหน้าต่างพาโนรามา รวมถึงรายละเอียดตกแต่งสีดำเงา และเทาเมทัลลิคที่ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวเรือดูมีชีวิตชีวา
ภาพรวมจึงออกมาดูหรูหรา เรียบโก้ และน่าจะคงความสง่างามได้อีกยาวนาน
ชีวิตกลางแจ้งที่ออกแบบมาอย่างลงตัว
พื้นที่ภายนอกของเรือถูกจัดวางมาอย่างชาญฉลาด เริ่มจากพแลทฟอร์มท้ายเรือแบบไฮดรอลิคที่ทั้งกว้าง และใช้งานได้จริง รองรับเจทเทนเดอร์ WILLIAMS SPORTJET 395 น้ำหนัก 390 กก. ได้อย่างสบาย
เมื่อปล่อยเทนเดอร์ลงน้ำแล้ว ส่วนหนึ่งของ TRANSOM จะพับเปิดลง กลายเป็น “WET SOFA” ริมน้ำที่เชื้อเชิญให้นั่งพักผ่อนใกล้ระดับผิวน้ำทะเล
นอกจากจะเป็นจุดนั่งรอเรือเล็กได้อย่างสะดวกแล้ว พื้นที่นี้ยังเหมาะสำหรับนั่งจิบกาแฟยามเช้า มองวิวทะเล หรือคอยดูเด็กๆ เล่นน้ำอย่างใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่ AFT DECK ด้านบนยังคงมาในรูปแบบคลาสสิค ไม่มีระเบียงพับขยาย ไม่มีราวกระจก หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแบบโมดูลาร์เหมือนเรือยุคใหม่บางรุ่น แต่เลือกใช้โซฟา BUILT-IN และโต๊ะรับประทานอาหารหันหน้าเข้าหาตัวเรือแทน ซึ่งสามารถเสริมเก้าอี้พับสไตล์ DIRECTOR’S CHAIR เพื่อรองรับแขกได้ครบทั้ง 8 คน
ด้านหัวเรือก็ถูกออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตกลางแจ้งเช่นกัน ใต้กระจกบังลมมีชุดโซฟาทรงตัว C สำหรับรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถรองรับแขกได้ราว 6 คน เมื่อกางโต๊ะเต็มรูปแบบ และใช้พื้นที่ของซันแพดขนาดใหญ่ร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม หากสภาพอากาศเป็นใจ พื้นที่ยอดนิยมสำหรับการสังสรรค์มื้อใหญ่คงหนีไม่พ้น FLYBRIDGE ชั้นบน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเรือ FLYBRIDGE ขนาดใหญ่ทุกลำ
ฝั่งซ้ายของ FLYBRIDGE เน้นประโยชน์ใช้สอยเต็มรูปแบบ บันไดจาก COCKPIT เชื่อมขึ้นมาท้ายเรือ ถัดมาเป็น WET BAR พร้อมสตูลคู่ และตำแหน่งควบคุมเรือแบบ 2 ที่นั่งด้านหน้า
ขณะที่ฝั่งขวาถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ ตั้งแต่เดย์เบดขนาดใหญ่ติดกับตำแหน่งคนขับ ไปจนถึงโต๊ะรับประทานอาหารกลางแจ้งขนาดใหญ่บริเวณกลางลำ ซึ่งรองรับแขกได้อีก 8 คนอย่างสบาย
พื้นที่ช่วงท้ายของ FLYBRIDGE ถูกปล่อยไว้ให้เจ้าของเรือเลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเตียงอาบแดดแบบที่เรือทดสอบติดตั้งจากบแรนด์ Roda อุปกรณ์ออกกำลังกาย หรือจะปล่อยพื้นที่โล่งไว้สำหรับเก็บแพดเดิลบอร์ด และของเล่นทางน้ำต่างๆ ก็ได้เช่นกัน
ส่วนฮาร์ดทอพเสริมพร้อมหลังคาซันรูฟแบบใบเกล็ด ถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่โดดเด่น ด้วยเสาค้ำทรงตัว V ดีไซจ์นเฉียบด้านหน้า และโครงซุ้มด้านท้ายที่ดูราวกับงอกจาก BUTTRESSES ของตัวเรือ
หลังคาชุดนี้ช่วยบังแดดได้ราวครึ่งหนึ่งของพื้นที่ FLYBRIDGE ทั้งหมด และยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์บังแดดเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ที่เหลือได้อีกด้วย
FLYBRIDGE ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสมสำหรับการรับประทานอาหารกลางแจ้ง พร้อมบรรยากาศเปิดโล่งรับวิวทะเลเต็มอารมณ์
ประตูบานเลื่อนด้านข้างช่วยเชื่อมพื้นที่ภายใน และภายนอกเข้าด้วยกัน ทำให้การรับประทานอาหารภายในห้องโดยสารยังคงมอบประสบการณ์ที่พิเศษไม่แพ้กัน
เสาค้ำกลางทรงตัว V ของฮาร์ดทอพ ไม่เพียงเพิ่มความโดดเด่นด้านดีไซจ์น แต่ยังช่วยลดการบดบังทัศนวิสัยจากตำแหน่งควบคุมเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นที่ภายในสุดหรูหรา
ด้วยหน้าต่างพาโนรามาขนาดเต็มความสูงตลอดแนวทั้ง 2 ฝั่งของตัวเรือ เมนซาลูนของ FERRETTI 800 จึงเต็มไปด้วยแสงธรรมชาติ และบรรยากาศโปร่งสบายอย่างน่าประทับใจ
การจัดวางพื้นที่ยังคงมาในรูปแบบคลาสสิค แบ่งโซนเลาน์จ์ไว้ด้านท้าย และพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้านหน้า โดยงานตกแต่งภายในเป็นฝีมือของ IDEAEITALIA พาร์ทเนอร์คู่บุญของ FERRETTI ที่เลือกผสมผสานงานไม้โอคย้อมสี หนังสัมผัสนุ่ม และเฟอร์นิเจอร์บุผ้าที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าใช้งาน
เจ้าของเรือสามารถเลือกธีมตกแต่งได้สองสไตล์ ได้แก่ “Contemporary” และ “Classic” ซึ่งโดยพื้นฐาน คือ โทนสีสว่าง และโทนสีเข้มตามลำดับ
เรือทดสอบลำนี้มาพร้อมโซฟาทรงตัว L และโต๊ะกาแฟฝั่งซ้าย ขณะที่ฝั่งขวาเลือกติดตั้งโซฟาเสริมแทนไซด์บอร์ด แต่ยังคงเหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับทีวี POPUP ขนาด 55 นิ้ว
โซฟาทั้ง 2 ชุดถูกผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับ FERRETTI โดยเฉพาะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวอื่นๆ ล้วนคัดสรรมาจากบแรนด์ชั้นนำของอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกาแฟจาก MOITENI โต๊ะรับประทานอาหารหน้า SMOKED GLASS สุดงดงามจาก MINOTTI และเก้าอี้ทานอาหารจาก ALF DAFRE
บรรยากาศของพื้นที่ใช้สอย โดยเฉพาะโซนทานอาหาร ยิ่งโดดเด่นขึ้นด้วยประตูบานเลื่อนสไตล์ PATIO DOOR ทางฝั่งขวา ที่สามารถเปิดเชื่อมออกไปยังทางเดินข้างเรือได้โดยตรง
แม้อีกฝั่งจะมีหน้าต่างพาโนรามาขนาดใหญ่เช่นกัน แต่ไม่สามารถเปิดได้ เพราะ FERRETTI ตั้งใจให้ฝั่งขวาเป็นเส้นทางหลักสำหรับแขกในการเดินไปยังพื้นที่หัวเรือ ขณะที่ทางเดินฝั่งซ้ายถูกสงวนไว้สำหรับการทำงานของลูกเรือโดยเฉพาะ
นี่คือแนวคิดการแบ่งพื้นที่สัญจรระหว่างแขก และลูกเรือแบบ “OLD-SCHOOL” อย่างไม่ปิดบัง แต่ก็ยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรื่องความสูงภายในก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยพื้นที่เมนซาลูนมีความสูงประมาณ 6 ฟุต 10 นิ้ว และห้องพักต่างๆ ก็ให้ความโปร่งสบายใกล้เคียงกัน
ถัดจากพื้นที่รับประทานอาหารไป ด้านหน้าของเรือถูกแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ซึ่งลูกเรือสามารถปิดกั้นแยกพื้นที่ได้ตามการใช้งาน ประกอบด้วยห้องครัวฝั่งซ้าย พื้นที่สะพานเดินเรือด้านหน้า และลอบบีฝั่งขวาที่มีห้องน้ำสำหรับแขก พร้อมบันไดลงสู่ชั้นล่าง
เมนซาลูน ห้องครัว และลอบบี อยู่ในระดับพื้นเดียวกัน ขณะที่พื้นที่สะพานเดินเรือถูกยกระดับขึ้นไปอีก 2 ขั้น จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น “SEMI-RAISED PILOTHOUSE” แม้จากภายนอก ตัวเรือจะดูคล้ายมี RAISED PILOTHOUSE เต็มรูปแบบก็ตาม
ฝั่งซ้ายของห้องควบคุมติดตั้งเบาะคนขับจาก POLTRONA FRAU แบบ BOLSTER CUSHION จำนวน 2 ที่นั่ง หันหน้าเข้าหาคอนโซลที่ติดตั้งจอ SIMRAD MFD ขนาด 27 นิ้วถึง 3 จอเต็มรูปแบบ
ส่วนฝั่งขวาเป็นพื้นที่นั่งพัก และรับประทานอาหารของลูกเรือแบบ BOOTH SEATING รองรับได้ 3 คน ขณะที่ตำแหน่งควบคุมบน FLYBRIDGE ด้านบนจะใช้จอ MFD ขนาดเล็กกว่าเพียง 2 จอเท่านั้น
พื้นที่นั่งเล่นภายในซาลูนขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยความโปร่งสบายและแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนตลอดวัน
AFT COCKPIT แบบมีหลังคาคลุม ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัว
แม้จะไม่มีระเบียงพับขยายแบบที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่พื้นที่ AFT COCKPIT ของ FERRETTIi 800 ในสไตล์ดั้งเดิมก็ยังคงเป็นมุมพักผ่อนที่น่าใช้งานอย่างยิ่ง อีกทั้งยังให้ความรู้สึกปลอดภัย และได้รับการปกป้องอย่างดี จากกราบเรือที่สูงแ ละชายคา FLYBRIDGE ที่ยื่นยาวเหนือพื้นที่ด้านท้าย
พื้นที่สำหรับแขก และลูกเรือ ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
ประตูบานเลื่อนแบบซ่อนช่วยให้พื้นที่ปฏิบัติงานต่างๆ สามารถแยกออกจากกันได้อย่างอิสระ ตัวอย่างเช่น ห้องควบคุมเรือสามารถปิดแยกออกระหว่างเดินทาง หรือในช่วงกลางวัน ขณะที่ห้องครัวสามารถเปิดให้แขกใช้งานได้ หรือปิดเพื่อรองรับการบริการแบบมืออาชีพโดยลูกเรือ
และเมื่อพื้นที่บริดจ์กับห้องครัวถูกปิดแยกออก บันได และห้องน้ำส่วนกลางก็ยังสามารถใช้งานได้จากส่วนอื่นของเรือ โดยไม่รบกวนการทำงานของลูกเรือ
แม้แต่ในช่วงที่ลูกเรือกำลังดูแลชั้นล่าง หรือใช้งานห้องน้ำส่วนกลาง ประตูระหว่างบันได และเมนซาลูนก็สามารถปิดชั่วคราวเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวได้อีกระดับ
ห้องครัว และบริดจ์ยังมีช่องเชื่อมต่อระหว่างกันทางฝั่งซ้าย ซึ่งสามารถปิดด้วยแผ่นทอพพับได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
เมื่อยืนอยู่ภายในห้องครัว ซึ่งติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก SIEMENS อย่างครบครัน จะยิ่งสัมผัสได้ถึงความโปร่งสบายของพื้นที่ เพราะเพดานของห้องครัวเชื่อมต่อกับระดับความสูงเดียวกับห้องควบคุมที่ยกสูงขึ้นไปอีก 2 ขั้นด้านหน้า
ห้องครัวยังมีประตูทางออกส่วนตัวไปยังทางเดินข้างเรือฝั่งซ้าย ช่วยให้ลูกเรือสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก โดยไม่รบกวนพื้นที่ของแขก
ส่วนห้องพักลูกเรือถูกจัดวางไว้ใต้ COCKPIT ท้ายเรือ ประกอบด้วยห้องนอนเดี่ยว 3 ห้อง เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเฉียง โดยห้อง 2 ฝั่งใช้เตียงวางตามแนวยาวของเรือ ขณะที่ห้องตรงกลางเป็นเตียงวางขวางลำเรือ
นอกจากนี้ ยังมีประตูกันน้ำที่เชื่อมเข้าสู่ห้องเครื่องได้โดยตรง เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง และตรวจสอบระบบต่างๆ อย่างรวดเร็ว
ด้านพื้นที่พักผ่อนสำหรับแขก FERRETTI 800 ยังคงเลือกใช้เลย์เอาท์แบบดั้งเดิม ประกอบด้วยห้องพัก 4 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัวครบทุกห้อง และทั้งหมดถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่คุ้นเคยและใช้งานได้ลงตัว
ห้องมาสเตอร์สวีทกลางลำด้านท้าย เป็นห้องแบบ FULL-BEAM เต็มความกว้างตัวเรือ มาพร้อมเตียงคิงไซซ์หันหน้าไปทางหัวเรือ ซึ่งถูกขยับเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับโต๊ะเครื่องแป้งทรงเฉียงบริเวณมุมขวา
ด้านหลังเตียง คือ ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ครบครันทั้งโถสุขภัณฑ์ BIDET และ WALK-IN CLOSET แยกเป็นสัดส่วน
ส่วนห้อง VIP บริเวณหัวเรือใช้เตียงหันไปทางท้ายเรือ ขณะที่ห้องพักคู่ตรงกลางอีก 2 ห้อง สามารถปรับเปลี่ยนระหว่างเตียงแฝด และเตียงใหญ่ได้ โดยทั้งคู่ใช้เตียงหันไปทางหัวเรือเช่นกัน
แนวหน้าต่างตัวเรือขนาดยาวตลอดลำ ช่วยเติมแสงธรรมชาติ และเปิดมุมมองทะเลให้แก่ห้องพักทั้ง 4 ห้องได้อย่างเต็มที่
แม้หน้าต่างของห้องมาสเตอร์อาจไม่ใหญ่เท่ารุ่น 800 ดั้งเดิม แต่ห้องพักอีก 3 ห้องถือว่าได้รับการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน
1 ใน 3 ห้องน้ำ ENSUITE สำหรับแขก ที่ออกแบบอย่างเรียบหรู และทันสมัย
เฟอร์นิเจอร์เข้ามุมดีไซจ์นเฉียบภายในห้องมาสเตอร์ สามารถใช้งานได้ทั้งเป็นโต๊ะทำงาน และโต๊ะเครื่องแป้งในชิ้นเดียว
รายละเอียดเล็กๆ อย่างถาดข้างเตียงในห้อง VIP ด้านหน้า คือ เสน่ห์ในแบบฉบับ FERRETTI ที่สะท้อนความใส่ใจในงานดีไซจ์นได้อย่างชัดเจน
ห้องมาสเตอร์สวีทมาพร้อม WALK-IN WARDROBE แยกเป็นสัดส่วน เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการพักผ่อนระยะยาว
สมอเรือคู่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่เจ้าของเรือที่มีแผนเดินทางครูซระยะไกล
ห้อง VIP SUITE มอบพื้นที่ใช้สอย และความสูงภายในที่น่าประทับใจ แม้จะมีพื้นต่างระดับบริเวณ 2 ข้างเตียงก็ตาม
สมรรถนะ
FERRETTI 800 มาพร้อมทางเลือกขุมพลัง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ MAN V12 คู่ ขนาด 1,550 แรงม้า หรือรุ่นใหญ่ 1,800 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเพลาตรงแบบ STRAIGHT SHAFT
สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เล็กกว่า ความเร็วสูงสุดที่ผู้ผลิตระบุไว้ คือ 27 นอท และความเร็วเดินทางแบบ FAST CRUISE อยู่ที่ประมาณ 24 นอท
เรือทดสอบของเราใช้เครื่องยนต์เซทใหญ่ 1,800 แรงม้า ซึ่งตามทฤษฎีควรทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 31 นอท และครูซได้ราว 27 นอท แต่ในการทดสอบจริง เราทำได้เพียงเกือบแตะ 27 นอทที่ความเร็วสูงสุดเท่านั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากน้ำหนักรวมของเรือที่มากกว่าปกติ
FERRETTI เองก็ยอมรับว่า ทุกน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากสเปคมาตรฐาน 1 ตัน จะส่งผลให้ความเร็วลดลงประมาณ 1 นอท
แม้เรือจะไม่มีเทนเดอร์ หรือสัมภาระจำนวนมากบนเรือ แต่วันทดสอบมีผู้โดยสารถึง 10 คน พร้อมถังน้ำมันเต็ม และถังน้ำจืดราว 2 ใน 3
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เพิ่มน้ำหนักมากที่สุด คือ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกำเนิดไฟ CUMMINS-ONAN ขนาด 27 กิโลวัตต์ จำนวน 2 ตัวแทนแบบมาตรฐานเพียงตัวเดียว ฮาร์ดทอพเสริม รวมถึงระบบกันโคลงแบบจัดเต็ม ทั้งฟินกันโคลง SLEIPNER VECTOR และ SEAKEEPER 2 ชุด ได้แก่ SEAKEEPER 8 และ SEAKEEPER 10
ภายใต้น้ำหนักระดับนี้ ระยะทางเดินเรือที่ความเร็ว 24 นอท โดยเผื่อเชื้อเพลิงสำรอง 20 % จะอยู่ที่ประมาณ 200 ไมล์ทะเล
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเรือมีลักษณะค่อนข้าง LINEAR กล่าวคือ หลังจากเรือขึ้น PLANE แล้ว จะไม่มีช่วงความเร็วที่ประหยัดน้ำมันเป็นพิเศษอย่างชัดเจน โดยในช่วงความเร็ว 18-22 นอท อัตราการใช้น้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 25 ลิตร/ไมล์ทะเล
ด้านการควบคุมระหว่าง SEA TRIAL นั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้สภาพทะเลในวันทดสอบจะค่อนข้างสงบ มีเพียงลมอ่อน และแทบไม่มีคลื่นเลยก็ตาม
ระหว่างการทดสอบ ระบบ HUMPHREE INTERCEPTORS ถูกเปิดใช้งาน เช่นเดียวกับระบบ GYRO STABILIZER ขณะที่ฟินกันโคลงถูกปิดไว้
เรือยังติดตั้งระบบควบคุม XENTA JOYSTICK แบบออพชัน พร้อมกล้องรอบลำเต็มรูปแบบ ช่วยลดความกดดันในการเทียบจอด และควบคุมในพื้นที่แคบได้อย่างมาก
อีกหนึ่งฟังก์ชันที่น่าสนใจ คือ ระบบพวงมาลัย SELF-CENTRING ที่ช่วยคืนพวงมาลัยกลับสู่ตำแหน่งตรงกลางอัตโนมัติ เหมาะกับผู้ควบคุมเรือที่คุ้นเคยกับการเชคมุมหางเสืออยู่ตลอดเวลา
และสิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน คือ ความเงียบภายในห้องโดยสาร
เมื่อปิดประตูทั้งหมด และแล่นที่ความเร็ว 20 นอท เราวัดระดับเสียงได้เพียง 66 dB(A) ในห้องมาสเตอร์ 67 dB(A) ในห้อง VIP 64 dB(A) ภายในเมนซาลูน และเพียง 59 dB(A) บริเวณตำแหน่งควบคุมเรือ
ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะ FERRETTI ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพวิศวกรรมและโครงสร้างที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด
บทสรุป
ในแต่ละปี มีลูกค้าทั่วโลกไม่ถึง 100 รายที่กำลังมองหาโมเตอร์ยอชท์แบบ PLANING ขนาด 80 ฟุต พร้อม FLYBRIDGE เปิดโล่งในสไตล์ดั้งเดิม แทนที่จะเป็นเรือ TRI-DECK แบบปิด และส่วนใหญ่ก็มักจบลงกับบแรนด์ชั้นนำจากอังกฤษ หรืออิตาลี
FERRETTI 800 รุ่นใหม่นี้ อาจไม่ใช่เรือที่หวือหวา หรือโดดเด่นที่สุดในตลาด แต่บางที นั่นอาจเป็นข้อดีของมันด้วยซ้ำ
ด้วยคุณภาพการประกอบที่แข็งแกร่ง การออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่คิดมาอย่างรอบคอบ วัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม และดีไซจ์นที่หรูหราแบบไม่พยายามโอ้อวด FERRETTI 800 จึงเป็นเรือที่ให้ความรู้สึกว่า “พร้อมจะอยู่เหนือกาลเวลา”
เพียงมองจากราคามือสองของ FERRETTI 800 รุ่นก่อน ที่ยังคงรักษามูลค่าได้ดีจนถึงวันนี้ ก็อาจเพียงพอแล้วที่จะอธิบายว่า ทำไมการลงทุนกับรุ่นใหม่นี้จึงยังคุ้มค่าเสมอ
“แม้หน้าต่างของห้องมาสเตอร์จะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ารุ่นก่อน แต่ห้องพักอื่น ๆ กลับได้รับการออกแบบให้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน”
งานตกแต่งภายในที่เรียบหรูโดยไม่พยายามโอ้อวด ช่วยขับเน้นความกว้างขวางของห้องมาสเตอร์สวีทแบบ FULL-BEAM ได้อย่างลงตัว
ห้องพักแบบเตียงคู่ทั้ง 2 ห้อง มาพร้อมห้องน้ำ ENSUITE ส่วนตัว เพื่อความสะดวกสบาย และความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพัก
“เพียงมองไปที่มูลค่าของ FERRETTI 800 รุ่นก่อน ที่ยังคงรักษาราคาได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็เพียงพอแล้วที่จะยืนยันว่า การลงทุนในรุ่นใหม่นี้ยังคงเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าในวันนี้”
เส้นสายตัวเรือที่สะอาดตา และเฉียบคม ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย สปอร์ท และสง่างาม
ม้านั่งพับบริเวณท้ายเรือ เปิดพื้นที่พักผ่อนใกล้ระดับผิวน้ำ มอบบรรยากาศสบายๆ สำหรับการใช้เวลาริมทะเล
กระจกหน้าบานใหญ่
กระจกหน้าบานใหญ่แบบชิ้นเดียว ช่วยเปิดมุมมองด้านหน้าได้อย่างเต็มตา โดยไม่มีเสากลางมาบดบังทัศนวิสัยขณะเดินเรือ
เสากรอบกระจก
เสากรอบกระจกด้านข้าง มีขนาดค่อนข้างกว้างขึ้น เพื่อรองรับโครงสร้างของกระจกบานหน้าแบบเต็มชิ้น
เพื่อนร่วมทาง
พื้นที่นั่งตำแหน่งนี้เหมาะสำหรับแขก หรือลูกเรือที่ต้องการนั่งร่วมระหว่างการเดินทาง เพื่อช่วยสังเกตการณ์ หรือสนับสนุนกัปตันขณะควบคุมเรือ






















