รายงานข่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุว่า ผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ในจีน ทำสถิติสามารถผลิตชิพ ซึ่งรวมทั้งหน่วยความจำ (Memory) และอุปกรณ์ควบคุม (Logic Components) ในเดือนมิถุนายน 2564 โดยผลิตได้รวม 30.8 พันล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 43.9 % จากช่วงเดียวกันของปี 2563 แต่กระนั้นก็ยังไม่พอต่อความต้องการใช้งานของผู้ผลิตรถยนต์จีนเอง ยังคงต้องสั่งนำเข้าเซมิคอนดัคเตอร์ สำหรับการผลิตชิพ เพิ่มอีกจำนวนมากSouthern China Morning Post รายงานข่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ National Bureau of Statistics ระบุว่า ในเดือนพฤษภาคม 2564 ผู้ผลิตในจีน สามารถผลิตแผงวงจรรวม (Integrated Circuit) ในรอบ 6 เดือน จำนวน 171.2 พันล้านชิพ เพิ่มขึ้น 48.1 % เดือนมิถุนายน 2564 ทำสถิติการผลิตใหม่ 30.8 พันล้านชิ้น นี้ ขณะเดียวกันจีน สั่งนำเข้าเซมิคอนดัคเตอร์ จำนวน 51.9 พันล้านชิ้น ซึ่งหมายความว่า จีนสามารถผลิตชิพใช้งานด้วยตนเอง 37 % ของความต้องการทั้งหมดภายในประเทศ หรืออาจพูดได้ว่า หากจีน สามารถผลิตลักษณะนี้ต่อไป ไม่ยืนยันว่า ความขาดแคลนชิพจะไม่เกิดขึ้นอีก ตราบเท่าที่ยังมีรถรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอยู่ตลอดเวลา IC Insights นำเสนอรายงาน จาก Global Wafer Capacity 2021-2025 ที่ระบุว่าในแง่ของกำลังการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์แล้ว ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น นับเป็น 3 ชาติที่มีกำลังการผลิตมากที่สุด ราวครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ทั้งโลกนี้ ไต้หวัน นำโดย Taiwan Semiconductor Manufacturing Co., Ltd. ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก, United Microelectronics Co., Ltd. ผู้ผลิต DRAM มีกำลังการผลิตในราว 21.4 % ของกำลังการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ ในโลกนี้ ผลิตได้ราว 4,448 ล้าน/เดือน ขณะที่เกาหลีใต้ มี Samsung Electronics, SK Hynix และผู้ผลิตรายเล็กอีกหลายราย ผลิตได้ราวเดือนละ 4,253 ล้าน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดราว 20.4 % ส่วนญี่ปุ่น ที่ปัจจุบัน ไม่ผลิตชิพชนิดเดิมๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ผลิต 2D/3D NAND ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย Kioxia and Western Digital ยังมีบริษัทเล็กๆ อีกหลายแห่ง ที่ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ ได้ราวเดือนละ 3.281 ล้าน มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 15.8 % เท่านั้น ขณะที่จีน อยู่ในลำดับ 4 ของผู้ผลิตชิพ ระดับโลก ส่วนแบ่งตลาดราว 15.3 % แต่เป็นชิพที่ไม่สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่ต้องการความสามารถสูงๆ หรือคอมพิวเตอร ระดับสูงได้ แม้ว่าผู้ผลิตอย่าง Samsung และ SK Hynix จะสามารถผลิตได้ในจีน แต่ทั้งสองค่ายก็ไม่ต้องการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่จีน ส่วนสหรัฐอเมริกา ตามมาเป็นอันดับที่ 5 มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียง 12.6 % ผลิตราว 2.633 ล้าน รวมทั้งผู้ผลิตส่วนใหญ่ นิยมผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ ราคาแพง มีผลกำไรสูงๆ ไม่นิยมผลิตเป็นจำนวนมากในลักษณะของอุตสาหกรรมเช่นประเทศอื่นๆ
บทความแนะนำ

