บทความ
Gemini AI เพื่อนร่วมทางอัจฉริยะบน Android Auto

ในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา Google ได้เริ่มทยอยปล่อย Gemini ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ให้ใช้งานบน Android Auto โดยฟีเจอร์นี้จะเข้ามาแทนที่ Google Assistant เดิม และยกระดับระบบสั่งงานด้วยเสียงในรถให้ฉลาด และเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิมHighlight
การปล่อย Gemini เทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถทำความเข้าใจข้อมูลได้หลากหลายประเภท ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง วีดีโอ และโค้ด สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บน Android Auto คือ ก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ยุคใหม่ สามารถสั่งงานด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และช่วยให้การขับรถระหว่างทางสะดวก ปลอดภัย และฉลาดขึ้นกว่าเดิม โดย Gemini จะเข้ามาแทนที่ Google Assistant เดิม พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ตอบโจทย์การใช้งานในสถานการณ์จริงภายในรถได้ดีขึ้น
Gemini เป็นผู้ช่วย AI รุ่นล่าสุดจาก Google ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้าใจภาษาธรรมชาติ และตอบโต้ได้เหมือนการสนทนาจริง ซึ่งแตกต่างจากระบบผู้ช่วยเสียงแบบเดิมที่ต้องใช้คำสั่งเฉพาะทางมากกว่า
เมื่อถูกนำมารวมกับ Android Auto แล้ว ผู้ขับสามารถพูดคุยกับ AI ขณะขับรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น
- สั่งระบบนำทางในสภาพถนนแบบ Real Time
- ควบคุมเพลง และมัลทิมีเดียผ่านคำสั่งเสียง
- ค้นหาสถานที่ระหว่างทาง
- สนทนาแบบโต้ตอบต่อเนื่อง แปลข้อความ หรือแก้ไขข้อมูลก่อนส่ง
ทั้งนี้คำสั่ง “Hey Google” แบบเดิมก็ยังสามารถใช้เรียก Gemini ได้เช่นกัน
ล่าสุด Google ได้เริ่มปล่อย Gemini ให้ผู้ใช้ Android Auto บางกลุ่มทดลองใช้งานแล้ว โดยพบในเวอร์ชันทดสอบอย่าง Android Auto 15.6 และ 15.7 ซึ่งเป็นการปล่อยแบบฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้ขึ้นกับรุ่นมือถือ หรือเวอร์ชัน Android Auto โดยตรง ผู้ที่ได้รับอัพเดทจะเห็นการตั้งค่าใหม่เกี่ยวกับ Gemini รวมถึงตัวเลือกด้านสิทธิ์ เช่น “แชร์ตำแหน่งที่ตั้งแบบละเอียด” เพื่อให้ AI สามารถแนะนำเส้นทาง หรือส่งข้อความได้แม่นยำขึ้น
1. คำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ
Gemini เข้าใจประโยคทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งเฉพาะทาง เช่น
“หาคาเฟ่ดีๆ ระหว่างทางไปเชียงใหม่” ก็สามารถตอบได้
2. แปลข้อความแบบเรียลไทม์
รองรับการแปลข้อความทั้งขาเข้า และขาออก ช่วยให้การคุยกับเพื่อน หรือครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างประเทศง่ายขึ้น
3. Gemini Live สนทนาแบบต่อเนื่อง
สามารถเข้าสู่โหมดสนทนาอย่างลื่นไหล เช่น “Let’s talk” เพื่อสนทนาแบบต่อเนื่อง หรือขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากตัว Gemin เสมือนคุยกับผู้ช่วยจริงๆ ภายในรถตนเอง
4. ควบคุมแอพฯ และบริการอื่นๆ ของ Google
เชื่อมต่อกับแอพฯ อย่าง Google Maps, Google Keep, Google Home และแอพฯ อื่นๆ ในระบบนิเวศของ Google เพื่อดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาใช้ได้ทันที
สำหรับตอนนี้ ระบบ Gemini ในรถยนต์ยังไม่ได้ปล่อยให้ทุกคนใช้งานพร้อมกัน โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย ระบบกำลังเปิดให้เฉพาะกลุ่มผู้พัฒนาบางส่วน ก่อนจะค่อยๆ ขยายให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต ทั้งฟีเจอร์ และความเสถียรอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นรถ/มือถือ และบางฟีเจอร์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา แน่นอนว่าจะมาเบียดคู่แข่งผู้ครองตลาดอย่าง Siri ใน Apple Car Play ได้สูสีในไม่ช้า


