ธุรกิจ
ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.53
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมกราคม 2569Highlight
เดือนมกราคม 2569 ผลิตรถยนต์ 118,386 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.53 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 2,471 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.41
ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 459 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ขาย 73,936 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.74 ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 31,859 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 273.38 ขายรถกระบะไฟฟ้า 79 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,875 ส่งออก 58,405 คัน ลดลงร้อยละ 6.28
ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,265 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 59 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมกราคม 2569
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2569 มีทั้งสิ้น 118,386 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 3.98 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.53 เพราะผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.56 และผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.57 รวมทั้งผลิตรถบรรทุกเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.18 ตามการลงทุนของภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ามาขายในปี 2567-2568 เป็นปีแรกจากโครงการ EV 3.5
รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 41,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 16.30 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 17,991 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 12.65
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 2,471 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 48.41
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,725 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 20.32
• รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 19,348 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 21.58
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนมกราคม 2569 ไม่มีการผลิต
รถยนต์บรรทุก เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 76,851 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 7.65
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 75,468 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.89 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 10,795 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 5.08
• รถกระบะดับเบิลแคบ 50,834 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 11.53
• รถกระบะดับเบิลแคบ BEV 459 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 100
• รถกระบะ PPV 13,380 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 9.29
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 1,383 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 76.18
ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 79,686 คัน เท่ากับร้อยละ 75.71 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.19
รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 20,451 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 46.56
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 59,235 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.04 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 5,994 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 14.30
• รถกระบะดับเบิลแคบ 43,909 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 2.91
• รถกระบะ PPV 9,332 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 29.19
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 38,700 คัน เท่ากับร้อยละ 24.29 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 20.71
รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 21,084 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.11
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 16,233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 70.62 ซึ่งแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 4,801 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 4.53
• รถกระบะดับเบิลแคบ 7,384 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 153.57
• รถกระบะ PPV 4,048 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 157.34
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนมกราคม 2569 ไม่มีการผลิต
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนมกราคม 2569 ผลิตได้ 1,383 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 76.18
รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 201,007 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 10.50 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 166,394 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 6.43 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 34,613 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 25.99
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 73,936 คัน ลดลงจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 1.58 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 53.77 เพิ่มขึ้นจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 ซึ่งสิ้นสุดลง 2568 รวมทั้งเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 2:1 ของโครงการ EV 3.5 ส่งผลยอดขายรถยนต์นั่ง และรถ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.2 และ 93.6 ตามลำดับ จากมกราคม 2568 แต่รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 5.5 จากเดือนมกราคม 2568 เพราะสถาบันการเงินยังเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้อของประชาชนยังคงอ่อนแอ ภาคอุตสาหกรรมยังใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60 % ของกำลังการผลิตทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตมากกว่าที่คาดในอัตรา 2.5 % ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จากการลงทุนรวมที่ขยายตัว 8.1 % โดยเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 6.5 % จากการปลดลอคให้นักลงทุนมีความคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้การก่อสร้างโรงงานขยายตัวถึง 12.2 % และจากภาครัฐที่เร่งลงทุนขยายตัว 13.3 % รวมถึงมีการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 12.8 % โดยเฉพาะเครื่องจักรขยายตัว 21.8 % คงต้องรอรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันการลงทุนที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ในปี 2568 ให้ลงทุนเร็วขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้เติบโตมากกว่า 5 % เหมือนในอดีต
รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 55,960 คัน เท่ากับร้อยละ 75.69 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 83.21
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 10,485 คัน เท่ากับร้อยละ 14.18 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 12.24
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 31,859 คัน เท่ากับร้อยละ 43.09 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 353.90 สูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 899 คัน เท่ากับร้อยละ 1.22 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 6.84
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 63 คัน เท่ากับร้อยละ 0.09 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 12,654 คัน เท่ากับร้อยละ 17.11 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 19.23
รถกระบะมีจำนวน 11,507 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 6.12 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 79 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 1,875 รถกระบะ REEV ไม่มียอดจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 4,132 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 30.88 รถบรรทุก 5-10 ตัน มีจำนวน 1,186 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 20.77 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 1,072 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 5.72
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 154,124 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2568 ร้อยละ 14.71 แต่ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 1.42
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม 2569 ส่งออกได้ 58,405 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 6.28 ต่ำสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 หรือรอบ 45 เดือน จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก และความเข้มงวดในการนำเข้ารถยนต์ที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยขับในด้านความปลอดภัย รวมทั้งการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอน ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์ลดลงในตลาดเอเชีย ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนมกราคม 2569 แบ่งเป็น ดังนี้
• รถกระบะ 36,478 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 62.46 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 5.23
• รถกระบะ BEV 59 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.10 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง ICE 6,770 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.59 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 48.52
• รถยนต์นั่ง BEV 1,265 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.17 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV
• รถยนต์นั่ง HEV 6,711 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.49 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 170.93
• รถ PPV 7,122 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.19 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 13.17
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 39,092.58 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 5.68 แต่เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนส่งออกลดลง ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,869.03 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 1.57
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,470.14 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.52
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,786.29 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 18.19
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 58,218.04 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 5.40
รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม 2569 มีจำนวนส่งออก 79,078 คัน (รวม CBU+CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 8.49 โดยมีมูลค่า 5,351.75 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 12.94
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 171.89 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 3.19
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 226.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 11.93
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2569 ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,749.91 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 11.91
เดือนมกราคม 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 63,967.95 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 6.03
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนมกราคม 2569 (เฉพาะ รย.1)
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 83,281 คัน โดยแบ่งเป็น
• ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 40,442 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 48.56 สูงสุดตั้งแต่บันทึกมา
• ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 10,935 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 13.13
• ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 12,760 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 15.32
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 17,164 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 20.61
• ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 1,975 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.37
• ประเภทอื่นๆ มีจำนวน 5 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.01
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 45,668 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 210.43 แบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 42,136 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 239.89
o รถยนต์นั่งจำนวน 40,443 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 1,674 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 10 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 9 คัน
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 73 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 128.13
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 3,379 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 49.32
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 3,379 คัน
• รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 7 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 100
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 7 คัน
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 3 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 50
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 70 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 311.76
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 17,224 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 27.16 แบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 17,177 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 27.55
o รถยนต์นั่งจำนวน 17,164 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 2 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 5 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 6 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 47คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2568 ร้อยละ 39.74
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 47 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมกราคม 2569
เดือนมกราคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,975 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 83.89 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 1,975 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปีที่แล้วร้อยละ 83.89
o รถยนต์นั่งจำนวน 1,975 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2569
ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 418,046 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 72.69 แบ่งประเภท
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 322,655 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 88.01
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 312,957 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 85.93
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน มีจำนวน 7,412 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 191.70
o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 250 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 204.88
o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 305 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 82.63
o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 5 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 66.67
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มีจำนวน 1,726 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 241.11
• รถกระบะ และรถแวนมีจำนวน 1,613 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 79.22
• รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,049 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.15
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 137 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 21.24
o รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 912 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.88
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 88,523 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 36.53
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 88,395 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 36.59
o รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 128 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 6.67
• อื่นๆ
o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,885 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.37
o รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,321 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 44.53
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2569
ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 621,949 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.79 แบ่งประเภท
• รถยนต์นั่ง และรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 611,915 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.23
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 610,128 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.16
o รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 514 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 3.42
o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 254 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 238.67
o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 357 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 58.67
o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 11 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 120
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มีจำนวน 651 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 98.48
• รถกระบะ และรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
• รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,031 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 6.79
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 10,031 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 6.79
• อื่นๆ
o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มกราคม 2569
ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 83,301 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.66 แบ่งประเภท
• รถยนต์นั่ง และรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 83,301 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.66
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 83,218 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.68
o รถยนต์โดยสารรับจ้างไม่เกิน 7 คน จำนวน 1 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 39 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 9.30
o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 27 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.57
o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 4 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 20
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มีจำนวน 12 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
ABOUT THE AUTHOR

นุสรา เงินเจริญ
บรรณาธิการข่าวธุรกิจและสังคม รักการอ่าน ขอบงานเขียน ชอบพบปะผู้คน ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารในวงการยานยนต์ไทย ท่องเที่ยว เป็นประสบการณ์ที่ดี พร้อมได้ เปิดโลก ได้พัฒนาตัวในแวดวงสื่อสารมวลชน
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ บริษัท สื่อสากล และบริษัทผู้ผลิตคอลัมน์ Online : ธุรกิจ (บก. ออนไลน์)
พิสูจน์อักษร โดย : ธนธรณ์ โอฬาริกสกุล









