ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
ข่าวเด่นสัปดาห์นี้ เริ่มด้วยด้วย "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42" แจกรางวัลผู้โชคดี รวมถึงข่าวในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งในด้านการลงทุน การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่Highlight
Motor Expo 2025 มอบรางวัลรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ แก่ผู้โชคดี
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 “IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน ให้แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ...ชิงรถ” Avatr 11 รุ่น Standard Range มูลค่า 2,099,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.เอนก อิสระมงคลพันธุ์ จังหวัดเชียงใหม่
ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร...ชิงรถ” Mitsubishi Xforce รุ่น Ultimate มูลค่า 1,059,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ภูมิพร ไชยเดช กรุงเทพฯ
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ "ชมงานผ่าน Motor Expo App ชิงรถ" Wuling Binguo รุ่น DC Icon มูลค่า 429,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ กมลพร ชลไชยะ จังหวัดร้อยเอ็ด
วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด และอัญมนี เศรษฐนันท์ มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” Suzuki รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ รัชพล แช่มจันทร์ จังหวัดตาก
พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
...........................................................................................................................
GWM ประกาศลงทุนเพิ่ม 10,000 ล้านบาท
GWM Thailand มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM (กเรท วอลล์ มอเตอร์) มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน ในปี 2569 GWM Thailand ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40 % พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก
GWM Thailand บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมในไทยแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาที่ 18,096 คัน เติบโตขึ้นถึง 146 % ตอกย้ำเป้าหมายการเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand”
ในปี 2569 GWM Thailand ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40 % พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในปีนี้ทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบ User-Centric โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ GWM ORA 5 (โอรา 5) รถยนต์ในเซกเมนท์ B-SUV ที่มาพร้อมทั้งรุ่น EV สำหรับชีวิตเมืองที่ทันสมัย และรุ่น HEV ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ มอบสมรรถนะ และการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Wey (เว่ย) เพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่นในปลายปีนี้ และอีก 2 รุ่นในปี 2570 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำการตลาดของรถยนต์ระดับลักชัวรี โดยจะมีการสร้าง Wey Exclusive Showroom ตามพื้นที่สำคัญๆ ทั่วประเทศ แยกเป็นอิสระจากโชว์รูมทั่วไปของ GWM
2. กลยุทธ์ด้านการตลาด มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย เพื่อขึ้นสู่การเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยเราจะเร่งสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Omni Channel พร้อมทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสื่อสารอย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่ง และมั่นคง นอกจากนี้ GWM จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามภูมิภาคต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
3. กลยุทธ์ด้านการขาย ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และมอบบริการได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเตรียมรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น GWM จะมีการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของระบบปัจจุบัน มารวมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales เพื่อให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบในการทำการตลาดในปัจจุบัน และสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยองค์ประกอบสำคัญในรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ คือ การกระจายสินค้าให้พร้อมต่อปริมาณความต้องการในตลาดอย่างทั่วถึง และรวดเร็ว ด้วยระดับสตอคที่เหมาะสม และการรักษานโยบาย One Price เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า และรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์ โดย GWM ได้เริ่มใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
4. กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย เน้นย้ำสร้างความเชื่อมั่น และมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้า ผ่านการบริการจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยมีอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่น้อยกว่า 95 % พร้อมบริการส่งด่วนภายใน 3 ชม. ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ ควบคู่กับการขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถัง และสี (Certified Body & Paint) จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาช่วยวินิจฉัยปัญหา และตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำ และรวดเร็ว
GWM Day-5 Years Anniversary
ปี 2026 นี้ GWM ได้นำเสนอ Technology Showcase ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบ ที่ออกแบบ และพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต โดยประกอบด้วย
กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ V6 Powertrain ที่ทรงพลัง และให้การขับขี่ราบรื่น รองรับงานหนัก และออฟโรดเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างพละกำลัง และการประหยัดเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ขึ้นชื่อด้านความทนทาน และแรงบิดสูง พร้อมการรับประกันคุณภาพสูงสุด 1 ล้านกิโลเมตร
กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ ระบบ Hi4-Chassis ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ ที่ผสานทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์อย่างชาญฉลาด และไร้รอยต่อ และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T/1.5T เจเนอเรชันใหม่ ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งมีทั้งมอเตอร์ Good Cat (กูด แคท) ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง และมอเตอร์ ORA 07 (โอรา 07) ที่มอบพละกำลังสปอร์ท พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล
กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้า พร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ
และสุดท้าย คือ กลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซจ์นพรีเมียม และเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ
อีกทั้งยังเตรียมเปิดรถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่น พร้อมเร่งเครื่องมุ่งหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ถึง 100 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อสานต่อความไว้วางใจ และเสริมแกร่งการดูแลผู้ใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างใกล้ชิด และทั่วถึง
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM Thailand กล่าวว่า เป้าหมายในปีนี้ของ GWM Thailand ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือ การสร้างแบรนด์ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเชื่อมั่นได้ในระยะยาว และตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ควบคู่กับการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อเรา คือ ความสำเร็จในการส่งมอบ GWM Tank 300 Diesel (แทงค์ 300 ดีเซล) ครบ 10,000 คัน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราจึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-Powertrain การขยายเครือข่ายให้ทั่วประเทศ รวมถึงต่อยอดทางธุรกิจด้านต่างๆ ภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงให้แก่ GWM ในตลาดประเทศไทย
..........................................................................................................................
Wuling ประกาศลงทุนขยายกำลังการผลิต
Wuling Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ หลังร่วมทุนกับบริษัทแม่จากประเทศจีน เตรียมลงทุน 200 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิต พร้อมย้ายโรงงานไปยังจังหวัดระยอง เตรียมผลิตรุ่นใหม่เพิ่ม ตั้งเป้าเปิดตัวรุ่นใหม่ปี 2569 อีก 5 รุ่น เริ่มด้วยการรุกตลาดรถครอบครัว เปิดตัว Starlight Darion EV ชูจุดขาย "MPV-Van 7 ที่นั่ง ตั้งเป้ายอดขาย 8,000 คัน
พิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Wuling Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดย บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด กับบริษัทแม่จากจีน (SGMW หรือ SAIC-GM-Wuling) เพื่อทำการขาย และการตลาดของรถยนต์แบรนด์ Wuling ในไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจากความร่วมมือครั้งนี้ อีวี ไพรมัสฯ พร้อมสำหรับการขยายการผลิตด้วยแผนการลงทุนเพิ่มอีก 200 ล้านบาท สำหรับย้ายโรงงานจากแหลมฉบัง ไปยังจังหวัดระยอง เพื่อขยายกำลังการผลิตจากเดิม 4,000 เป็น 8,000 คัน เพื่อขยายการผลิตรถรุ่นใหม่เพิ่มจากเดิมที่ผลิต Wuling Binguo เพียงรุ่นเดียว และยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่อีก เนื่องจากปัจจุบันผลิตเพียง 2,000 คัน/ปี
จากแผนตลาดเชิงรุกของความร่วมมือครั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าปี 2569 จะมียอดขายรวมอยู่ที่ 8,000 คัน แบ่งเป็น Wuling Binguo 2,000 คัน Wuling Starlight Darion EV 4,000 คัน Porta EV 1,000 คัน Wuing SUV และ Mini EV อีก 1,000 คัน
SGMW หนุนการเปิดตลาดในประเทศไทย
Sun Dazhi, SGMW Channel Director, SAIC-GM-Wuling Automobile (SGMW) กล่าวว่า ประเทศไทย คือ ตลาดที่ SGMW ให้ความสำคัญสูงสุด พร้อมสัญญาว่าผู้บริโภคไทยจะได้เห็นทุกรุ่นจากจีนเข้าสู่ตลาดนี้อย่างครบครัน ตั้งแต่ City EV รถ MPV-Van และ SUV ทั้งใช้งานบุคคล และเชิงพาณิชย์ครอบคลุมทุกเซกเมนท์ เนื่องจาก Wuling มีความได้เปรียบด้านการผลิตจาก Intelligent LIM Factory แห่งแรกของโลก ที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 30 % พร้อมอัตราข้อบกพร่องแทบเป็นศูนย์ รวมถึง Magic Battery มาตรฐาน Zero Fire/Zero Intrusion ที่พิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริงในรถ EV ของ Wuling กว่า 3 ล้านคันทั่วโลก โดยไม่เคยเกิดเหตุแบทเตอรีลุกไหม้จากการชนแม้แต่ครั้งเดียว
SGMW เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ระดับแนวหน้าของโลก ด้วยยอดขายสะสมทะลุ 30 ล้านคัน นับเป็นแบรนด์จีนที่มีฐานลูกค้ามากที่สุด โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว SGMW ทำยอดขายรวม 1,635,066 คัน เติบโต 6.2 % เทียบปีก่อน และที่น่าทึ่ง คือ ยอดขาย EV พุ่งทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คิดเป็น 61 % ของยอดขายรวม ขณะที่ยอดส่งออกครอบคลุม 105 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในอาเซียน ตะวันออกกลาง แอฟริกา และทวีปอเมริกา
วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย)ฯ นโยบายใหม่ เพื่อผู้บริโภคไทย
Mike Chen, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Wuling Thailand มีแผนนำรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 5 รุ่นหลักสู่ตลาดไทยในปี 2569 ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ประกอบด้วย Starlight Darion EV,Starlight Eksion EV, Porta EV, Yep Plus และ Mini EV Gen 5 ซึ่ง ทุกรุ่นผลิตภายใต้มาตรฐาน Wuling Brand Standard ที่เป็นหนึ่งเดียวกับมาตรฐานตลาดทั่วโลก พร้อมแผนการตลาดแบบ Omnichannel ผสานพลังทั้ง Online และ Offline เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ Wuling ให้มากขึ้นในไทย
ด้านเครือข่ายโชว์รูม Wuling Thailand ตั้งเป้าขยายจาก 24 โชว์รูมในปัจจุบัน สู่ 50 โชว์รูมมาตรฐานทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2569 ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รองรับการยกระดับประสบการณ์การซื้อ และการบริการให้เทียบชั้นแบรนด์พรีเมียมระดับโลก นอกจากนี้ Wuling Thailandยังได้จัดตั้ง ศูนย์กระจายอะไหล่ขนาดใหญ่ที่เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับความต้องการซ่อมบำรุงอย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลารอรับรถ และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน EV ทั่วประเทศ
Starlight DarionEV-MPV-Van 7 ที่นั่งประตูสไลด์ไฟฟ้ารุ่นแรก และรุ่นเดียวของไทย
Wuling Starlight Darion EV คือ รถยนต์ไฟฟ้า MPV-Van 7 ที่นั่งที่โดดเด่นด้วยความแตกต่างที่ไม่มีใครในตลาดเทียบได้ นั่นคือ ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง (Dual Electric Sliding Doors) ที่รถ SUV ในระดับราคาเดียวกันให้ไม่ได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มีสมาชิกครอบครัวมากขึ้น รวมถึงผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ซึ่งมีเฉพาะคู่แข่งระดับ Luxury Van ในตลาดเท่านั้น Wuling Starlight Darion EV พิสูจน์ว่า MPV-Van ประตูสไลด์ รถตู้พรีเมียมในราคารถเก๋ง คือ สิ่งที่เป็นไปได้จริง
ในฐานะรถยนต์ที่มอบคำตอบสูงสุดให้แก่ครอบครัวไทยยุคใหม่ตามคอนเซพท์ "Evolving Family Moment” หรือ “ให้ Wuling EV เป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ ช่วงชีวิตของครอบครัวคุณ” รถรุ่นนี้ไม่เพียงเจาะกลุ่มครอบครัวคนเมืองยุคใหม่ (Urban Modern Family) ต้องการพื้นที่ และความปลอดภัย และยังตอบโจทย์กลุ่มผู้บริหาร (Corporate Executive) ที่ใช้รถเพื่อภาพลักษณ์ และประสิทธิภาพ และธุรกิจรถเช่าพรีเมียม (VIP Ride-Hailing) และรถเช่าระยะยาว ที่มองหาต้นทุนต่ำ และรายได้คุ้มค่า
ราคาเปิดศึกท้าชน SUV และ MPV ในตลาด
ด้านสมรรถนะ Wuling Starlight Darion EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์ แรงบิด 310 นิวทันเมตร วิ่งได้ไกลถึง 540 กม. (CLTC) รองรับ 2C Fast Charging ชาร์จ 30-80 % ใช้เวลาเพียง 20 นาที โดยระบบเหล่านี้ได้รับการปรับแต่งสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยโดยเฉพาะ รวมถึงผ่านการทดสอบระบบกันสะเทือนบนถนนไทยกว่า 8,000 กม.
พละกำลังจาก Magic Battery ขนาด 69.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ปลอดภัยสูงสุด และผ่านการทดสอบมากกว่า 2,000 รายการ ใช้เหล็กกล้าแรงสูงระดับการบินอวกาศ (1,500 MPa) และมีสถิติไฟไหม้จากการชนเป็นศูนย์ใน 3 ล้านคันที่จำหน่ายทั่วโลก พร้อมถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบคัน รวมถึงม่านลมด้านข้าง ให้ความมั่นใจทุกเส้นทาง
ภายในห้องโดยสาร Wuling Starlight Darion EV มาพร้อมการจัดที่นั่งแบบ 2+2+3 ช่องทางเดินแถว 2 กว้าง 230 มม. พื้นที่เหนือศีรษะแถว 3 สูงกว่า 1.2 ม. และพื้นที่เก็บสัมภาระยืดหยุ่นตั้งแต่ 315-1,202 ลิตร ด้วยการพับที่นั่งแถว 3 แบบพับได้ด้วยมือเดียว พร้อมช่องเก็บของ 25 จุดทั่วคัน จอกลาง 12.8 นิ้ว และชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และชาญฉลาด
โอกาสเป็นเจ้าของก่อนใครกับโปรโมชันที่มีเวลาจำกัด
Wuling Starlight Darion EV มอบแคมเปญสุดเอกซ์คลูซีฟฉลองการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท
พิเศษช่วงแนะนำ ส่วนลด 40,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6-31 มีค. 69 พร้อมแคมเปญโปรโมชันสุดพิเศษ
- ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98 %
- ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- รับสิทธิ์แลกซื้อ Wallbox ในราคาพิเศษ 10,000 บาท
- Battery Warranty 8 ปี หรือ 150,000 กม.
- Vehicle Warranty 6 ปี หรือ 150,000 กม.
...........................................................................................................................
Honda เปิดตัว New Honda Dax
CUB House by Honda เปิดตัว "New Honda Dax" 2 เฉดสีใหม่ล่าสุด ได้แก่ สีขาว "OG White" เรียบง่ายแต่เฉิดฉายด้วยเฉดสีขาวเมทัลลิค และสีดำ "OG Black" ที่ให้ลุคเข้มเท่ สะกดทุกสายตาแบบผู้นำทเรนด์ สะท้อนตัวตนความสนุก และความแตกต่างในแบบฉบับ Dax ภายใต้คอนเซพท์ “New Dax OG!” ที่ยังคงความออริจินอลแต่ฉีกด้วยคู่สีที่ต่างขั้ว โดดเด่นด้วยกราฟิคโลโก Dax สีทอง ที่ตัดกับตัวรถอย่างลงตัว ถ่ายทอดกลิ่นอายความคลาสสิคของตระกูล Dax ได้อย่างชัดเจน
New Honda Dax ยังคงเอกลักษณ์ดีไซจ์นที่สืบทอด DNA จากรุ่นต้นแบบ ด้วยโครงสร้างเฟรมเหล็กแบบ T-Bone พร้อมเบาะนั่งตอนเดียวแบบ 2 ที่นั่ง ที่ออกแบบให้รองรับทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อย่างสะดวกสบาย อันเป็นซิกเนเจอร์ของตระกูล Dax เสริมด้วย Emblem รหัส ST125 และสัญลักษณ์น้องหมาดัชชุน ที่บ่งบอกตัวตนความออริจินอลได้อย่างโดดเด่น พร้อมโลโก Honda แบบคลาสสิค นอกจากนี้ ยังมาพร้อมท่อไอเสียแบบยกสูง อีกหนึ่งดีไซจ์นเอกลักษณ์สำคัญของ Dax และไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ ที่คงเสน่ห์ความคลาสสิคแบบต้นฉบับ พร้อมให้ทั้งความสวยงาม และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ชัดเจน
ด้านสมรรถนะ New Honda Dax มาพร้อมเครื่องยนต์ 125 cc ที่ให้จังหวะการขับขี่สนุก ทำงานร่วมกับ ระบบเกียร์วน 4 จังหวะ ช่วยให้การควบคุมรถเป็นธรรมชาติ และคล่องตัว รองรับการใช้งานได้หลากหลายสไตล์การขับขี่ พร้อมเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วย ระบบดิสก์เบรคหน้า-หลัง และระบบ ABS ที่ล้อหน้า ช่วยป้องกันล้อลอคขณะเบรคกะทันหัน เพิ่มเสถียรภาพ และความปลอดภัยในการขับขี่
New Honda Dax เฉดสีใหม่ "สีขาว OG White" และ "สีดำ OG Black" มาในราคาแนะนำ 84,900 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ CUB House Flagship Store ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ
...........................................................................................................................
Yamaha แนะนำ Grand Filano Hybrid สีสันใหม่
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็น “ผู้นำรถจักรยานยนต์ออโทเมทิค” เมืองไทย พร้อมส่ง New Yamaha Grand Filano Hybrid (ยามาฮา กแรนด์ ฟิลาโน ไอบริด) ใหม่ “รถนิยม... ของคนมีคลาสส์” ออโทเมทิคแฟชันพรีเมียมยอดนิยม ที่มาพร้อมความโดดเด่นอย่างมีระดับด้วยสีสันใหม่ เกล็ดสีพิเศษ ! พร้อมความพรีเมียมรอบคัน ทันสมัย สมรรถนะเยี่ยมจากเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125cc ประหยัดน้ำมัน น้ำหนักเบาเพียง 102 กก. เบาะใหญ่นั่งสบาย ขับขี่นุ่มนวล สะดวกสบายด้วยฟังค์ชันสำหรับคนรุ่นใหม่ บ่งบอกถึงความมีคลาสส์ สมาร์ทอย่างมีสไตล์ และคุ้มค่าด้วยการรับประกันนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม.*
New Yamaha Grand Filano Hybrid
มาพร้อมกับ Classy with Premium Design ที่ยังคงความหรู ล้ำ ด้วยไฟ Full LED รอบคัน โดดเด่นทุกมุมมองอย่างมีระดับ ทั้งไฟหน้า ไฟ Daylight ไฟเลี้ยว และไฟท้าย แบบ LED รอบคัน ให้แสงสว่างชัดเจน ทนทาน ผสานเข้ากับความเหนือระดับด้วย Digital Meter LCD & TFT เรือนไมล์ดิจิทอลแบบ LCD พร้อมจอสี TFT ล้ำสมัย มาตรวัดแสดงผลชัดเจน ครบถ้วน พร้อมบอกการทำงานของระบบไฮบริด โดยผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกมุมมอง รวมทั้งเพิ่มความพรีเมียม และความเหนือระดับไปอีกขั้นด้วย ระบบเบรค ABS (เฉพาะรุ่น ABS) ควบคุมแรงดันเบรคหน้าอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสในการเกิดล้อลอค
พร้อมตอบโจทย์เต็มสมรรถนะด้วย Classy with Premium Performance ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125 ซีซี ที่ได้ออกแบบให้การทำงานเผาไหม้ได้สมบูรณ์แบบ สมรรถนะดีเยี่ยม ใช้เสื้อสูบแบบ DiASiL ระบายความร้อนได้ดีกว่า ทนทาน ผสานการทำงานกับระบบไฮบริด ใช้น้ำมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมันมากถึง 62.5 กม./ลิตร นุ่มนวล ไม่สั่น เสียงเงียบ สตาร์ท และออกตัวรวดเร็วด้วย Smart Motor Generator และยังมาพร้อมกับ Stop & Start System ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถเปิด-ปิดได้ตามความต้องการ โดยให้ความสะดวกด้วย One Push Start ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สตาร์ทง่าย รวดเร็วกว่า ไร้เสียงมอเตอร์รบกวน อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในการหยุดด้วย ระบบเบรก UBS (เฉพาะรุ่น Standard) ระบบกระจายแรงเบรคอัตโนมัติ ช่วยให้ระยะเบรคสั้นลง
เติมเต็มทุกฟังค์ชันการใช้งานได้อย่างครบครัน
New Yamaha Grand Filano Hybrid ยังเติมเต็มทุกฟังค์ชันการใช้งานได้อย่างครบครัน Classy with Premium Features ด้วยระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key System (เฉพาะรุ่น ABS) บ่งบอกถึงความมีระดับ สะดวกกว่าด้วยสวิทช์ปิด-เปิดแบบ Multi Functions ทั้งปลดลอคสตาร์ท/ดับเครื่องยนต์/ปลดลอคแฮนด์/ปลดลอคเบาะ/ปลดลอคฝาถังน้ำมัน, ช่องชาร์จแบทเตอรีมือถือ USB Type A ชาร์จแบทเตอรีมือถือได้ พร้อมช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่, ที่เก็บของใต้เบาะพร้อมไฟ LED ส่องสว่าง ขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร เก็บหมวกกันนอคได้ 2 ใบ และช่องเติมน้ำมันด้านหน้า Smart & Easy Refuel เติมน้ำมันง่าย สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ใช้ง่ายเพียงปุ่มเดียว ไม่ยุ่งยาก
สำหรับ New Yamaha Grand Filano Hybrid มาพร้อมกับ Classy with Premium Technology ล้ำสมัยด้วย Y-Connect Application แอพพลิเคชันสำหรับดูข้อมูลเกี่ยวกับรถ เหมือนผู้ช่วยที่คอยเชคสภาพรถ เพื่อความพร้อมในการใช้งาน
New Yamaha Grand Filano Hybrid พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่น Grand Filano Hybrid ABS Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือ สีฟ้า Iron Blue, สีฟ้า-ดำ Digital Lavender, สีม่วง Brown Berry และสีน้ำเงิน Bluish Gray พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 69,200 บาท และรุ่น Standard Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือ สีเขียว Matcha Latte, สีดำ Obsidian Black, สีน้ำเงิน Dark Blue และสีเทา Solid Gray พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 64,700 บาท พร้อมเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ด้วยการรับประกันคุณภาพทั้งคันตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 50,000 กม.*
พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ Yamaha สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอพพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้แก่ลูกค้า Yamaha โดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ Yamaha เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย



























