BYD ATTO 1
Toyota Land Cruiser FJ คู่เปรียบ GWM Tank 300 Diesel
ลองขับ Omoda C5 EV ปรับโฉมทั้งภายนอก และภายใน ราคาพิเศษที่ 629,000 บาท คุ้มหรือไม่ !?!
ลองขับ Ford Ranger Super Duty โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ !
Honda Accord e:HEV สีสันใหม่ ทั้งภายนอก และภายใน ราคา 1,479,000-1,764,000 บาท
Suzuki e Vitara เปิดเลขเด็ด 2.89 ครอสส์โอเวอร์ไฟฟ้า
BYD Sealion 5 ทางประหยัด รับมือน้ำมันขึ้นราคา DM-i Super PHEV
UD Trucks เปิดตัว Quester MY2026 อย่างเป็นทางการ
Kempower รุกตลาดระบบชาร์จรถไฟฟ้าในไทย
Volvo จัดงาน EC Day & EC Deal
OPPO Find X9 Ultra
Xiaomi 17 Ultra กล้องระดับพระกาฬ Leica Optics
Samsung Galaxy S26 series และ S26 Ultra
รถ EV ไม่ได้เสี่ยงแค่แบทฯ ! เปิด 6 จุดอันตรายใต้ท้องรถ ที่คนใช้รถต้องรู้ !
แดดเมืองไทย ต้องเจอนี่ ! Finnix Film รุ่นใหม่ กันร้อน คุณภาพอัพเกรด แต่ราคาถูกลง
ซ่อมเนียน จนเทนท์รถดูไม่ออก ! แก้รอยบุบไม่ต้องถอดซ่อม
Highlight หุ่นยนต์จากบริษัท Hexagon Robotics ถูกส่งไปทดลองงานในพื้นที่ประกอบแบทเตอรีแรงดันกระแสไฟสูง และงานประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำซ้ำๆ รวมถึงปฏิบัติงานตามข้อกำหนดความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากเป็นแรงงานคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระดับสูง
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า BMW ก้าวไปสู่การผลิตระบบอัตโนมัติมากขึ้น ด้วยโครงการทดสอบใช้หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (หุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ ทำงานร่วมกับมนุษย์ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ออกแบบสำหรับมนุษย์) ในสายการผลิตของยุโรปเป็นครั้งแรก หุ่นยนต์ชุดแรกถูกนำไปใช้ในฐานการผลิตของ BMW ที่ Leipzig เยอรมนี โดยส่งหุ่นยนต์บางส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงในโรงงาน ซึ่ง BMW เรียกว่าการนำระบบ "ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ" (Physical AI) มาใช้ในการผลิตรถยนต์ของ BMW เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีนี้ขยายไปสู่โรงงานผลิตทั่วโลก
หุ่นยนต์จากบริษัท Hexagon Robotics ถูกส่งไปทดลองงานในพื้นที่ประกอบแบทเตอรีแรงดันกระแสไฟสูง และงานประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำซ้ำๆ รวมถึงปฏิบัติงานตามข้อกำหนดความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากเป็นแรงงานคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระดับสูง ซึ่ง BMW ถือว่าเป็นการช่วยเหลืองานด้านกายภาพ ไม่ได้เป็นการทดแทน ในการทดลองหุ่นยนต์ต้องเรียนรู้งานขั้นต้นก่อน แล้วส่งเข้าสู่กระบวนการที่ซับซ้อนกว่า หุ่นยนต์มีข้อดีที่สามารถสนับสนุนการตอบสนองเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เร็วกว่า อย่างในกรณี BMW เรียกรถคืนเกือบ 59,000 คัน จากความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ การใช้ AI ที่มีความยืดหยุ่นกว่า สามารถตอบสนอง และป้องกันเหตุการณ์ได้ดีกว่า
BMW ใช้หุ่นยนต์ในการผลิตมาตั้งแต่ปี 2025 ที่ Spartanburg รัฐเซาท์แคโรไลนา โดยใช้ในกระบวนการผลิต BMW X3 ที่ทำยอดการผลิตได้จำนวนมากกว่า 30,000 คัน
BMW ใช้ระบบ AI เฉพาะการสนับสนุนงาน เช่น การวางแผ่นโลหะในจุดเชื่อม ที่ต้องการความแม่นยำสูง และทำงานซ้ำเป็นเวลานาน หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมได้อย่างรวดเร็ว จนช่วยให้ฐานการผลิตของ BMW ที่รีเจนส์เบอร์กทำยอดผลิตรถสูงสุดถึง 356,901 คัน ในปี 2025 ด้วยการสนับสนุนจากระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ
โครงการทดลองการผลิตด้วยหุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในเครือข่ายการผลิตของ BMW แม้โรงงานบางแห่งไม่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ เช่น โรงงานที่ Hams Hall ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สามารถผลิตเครื่องยนต์ได้กว่า 7.6 ล้านเครื่อง แต่เมื่อยุคของรถไฟฟ้ามาถึง และบริษัทมีแผนการผลิตรถไฟฟ้ากว่า 40 รุ่น ระบบปัญญาประดิษฐ์จะช่วยให้โรงงานของ BMW ได้เปรียบผู้ผลิตรายอื่นในเยอรมนี โดยเฉพาะในการทำงานซ้ำ หรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตราย โดยแรงงานคนยังเป็นที่ต้องการในโรงงานผลิตยุคใหม่เช่นเดิม
บทความแนะนำ
สงครามในตะวันออกกลางกระทบการผลิตรถไฟฟ้า
รถไฟฟ้าต้องด้วยความเร็วเฉลี่ยเท่าไรถึงประหยัดทั้งพลังงาน และเวลา
Renault ใช้หุ่นยนต์ Humanoid เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
Chevy Corvette Grand Sport X 2027
Lepas Thailand พาชมงาน Auto China 2026 และสัมผัสเทคโนโลยีรถ EV สุดล้ำ
GAC Aion N60 ทรงใหม่สไตล์ล้ำ ลุ้นเข้าไทยปลายปี 2026
Follow Motor Expo Club Network