Motorcycle
Royal Enfield จัดแสดงรถคัสตอมในงาน Bangkok Hotrod Custom Show 2026

Royal Enfield เปิดตัวรถคัสตอมระดับโลก ! ได้แก่ Carolina Reaper จากญี่ปุ่น และ Urban Striker จากประเทศไทย ในงาน Bangkok Hotrod Custom Show 2026Highlight
Royal Enfield แบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250-750cc) ตอกย้ำบทบาทในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมการแต่งรถ และไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ในงาน Bangkok Hotrod Custom Show 2026 ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569
ปีนี้ Royal Enfield ภายใต้คอนเซพท์ “Biker’s Living Room” มาสู่ผู้เข้าชมงาน โดยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงรถจักรยานยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสโลกของ Royal Enfield Custom Culture ผ่านไลน์อัพรถคัสตอมจำนวน 7 คัน พร้อมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟภายในบูธ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอกซ์คลูซีฟจาก Royal Enfield ไม่ว่าจะเป็น Gift Set เสื้อยืด และสติคเกอร์ภายในงานอีกด้วย
เปิดตัวรถคัสตอมระดับโลกในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ Carolina Reaper จากประเทศญี่ปุ่น ที่เตรียมเผยโฉมต่อสายตาแฟนๆ ชาวไทยเป็นครั้งแรก รวมถึง Urban Striker รถคัสตอมสุดพิเศษจากประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการคอลแลบข้ามวงการระหว่าง Royal Enfield และ Fairtex
รถคัสตอมทั้ง 2 คันสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Royal Enfield ที่เชื่อว่ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่คือ “ผืนผ้าใบ” สำหรับผู้ขับขี่ในการแสดงออกถึงตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ของตนเอง
ภายในงาน ผู้เข้าชมยังจะได้พบกับ Yuichi Yoshizawa คัสตอมบิลเดอร์ และกรรมการผู้ทรงอิทธิพลในวงการคัสตอมจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะมาร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับงานสร้างรถคัสตอมอย่างใกล้ชิด
Carolina Reaper รถคัสตอมที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Royal Enfield Guerrilla 450 โดย Cheetah Custom Cycles สำนักแต่งจากโตเกียว นำโดย Toshiyuki Osawa ศิลปิน คัสตอมบิลเดอร์ กราฟิคดีไซจ์เนอร์ ช่างแกะสลัก และหนึ่งในผู้ก่อตั้งงาน Flat Track “Have Fun” ซึ่งเขายังเป็นนักแข่ง Flat Track ด้วยตนเอง
Carolina Reaper เปิดตัวระดับโลกครั้งแรกในงาน Yokohama Hot Rod Custom Show 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานคัสตอมมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยงานสร้างคันนี้ถ่ายทอดแนวคิดที่ผสานความเรทโร และความโมเดิร์น สมรรถนะแบบรถแข่ง และศิลปะการคัสตอมเข้าไว้ด้วยกัน ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง American Flat Track และรถแข่งยุค 1970s ที่จริงจังในสมรรถนะ แต่ยังคงแฝงจิตวิญญาณอันสนุกสนาน
พื้นฐานของ Carolina Reaper คือ Royal Enfield Guerrilla 450 โมเดิร์นโรดสเตอร์ระดับพรีเมียมของแบรนด์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Sherpa 450 สูบเดี่ยว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 452cc ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับ Himalayan 450 ทำให้ตัวรถกลายเป็นพแลทฟอร์มที่เหมาะสำหรับการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในโลกคัสตอม
จุดเด่นสำคัญของรถคันนี้ คือ การคงโครงเฟรมเดิมไว้ พร้อมเสริมซับเฟรมท้ายแบบแฮนด์เมด ชุดบอดีอลูมิเนียมผลิตขึ้นใหม่ และสวิงอาร์มดีไซจ์นใหม่ที่ใช้เทคนิค Brass-Brazed Construction รวมถึงปรับระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบ Direct-Mount เพื่อยกระดับความสามารถในการเซทอัพ และเพิ่มฟีลิงการขับขี่แบบ Flat Track อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับประเทศไทย Royal Enfield ยังเตรียมนำเสนอ Urban Striker รถคัสตอมที่พัฒนาจาก Guerrilla 450 ปี 2026 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Royal Enfield และ Fairtex โดยตัวรถสะท้อนนิยามของสตรีทโรดสเตอร์ที่เฉียบคม ดุดัน และทรงพลัง
ชื่อ “Urban Striker” สะท้อนการผสานกันระหว่างจิตวิญญาณแบบ Guerrilla ของ Royal Enfield และ DNA นักสู้มวยไทยของ Fairtex โดยคำว่า “Urban” เชื่อมโยงตัวรถเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่การเคลื่อนไหว สไตล์ และทัศนคติ คือ ส่วนหนึ่งของตัวตน ขณะที่คำว่า “Striker” ถ่ายทอดแก่นแท้ของความแม่นยำ ความดุดัน และพลังที่ควบคุมได้ในแบบฉบับมวยไทย
Urban Striker โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดิบ เน้นการใช้งานบนท้องถนน ตกแต่งด้วยสีพิเศษจากการคอลแลบเฉพาะกิจ และติดตั้งแฮนด์แบบจับชอคอับ หรือ Clip-on เพื่อเสริมท่านั่งที่ดุดัน เปรียบเสมือนความคล่องแคล่ว และสมาธิของนักมวยไทย งานสร้างคันนี้จึงเป็นตัวแทนของ DNA ทั้ง 2 แบรนด์ ทั้งในด้านความแม่นยำ ความดุดัน และความจริงแท้
นอกจากนี้ ความร่วมมือ Royal Enfield x Fairtex ยังต่อยอดสู่พรีเมียมคอลเลคชัน โดยมีรายละเอียดกราฟิคบนถังน้ำมันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการพริ้วไหวของผ้าซาตินบนกางเกงมวยไทยขณะที่นักสู้เตรียมก้าวขึ้นสังเวียน สื่อถึงทั้งความสง่างาม และความเข้มข้นของกีฬามวยไทย พร้อมประดับอักษร “มวยไทย” กลางถังน้ำมัน เพื่อเชิดชูศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ และสะท้อนมรดกของ Fairtex ในระดับสากล
นอกเหนือจาก Carolina Reaper และ Urban Striker ภายในบูธ Royal Enfield ยังเตรียมจัดแสดงรถคัสตอมอีกหลากหลายสไตล์ ที่สะท้อนความหลากหลายของการตีความบนพแลทฟอร์ม Royal Enfield ไม่ว่าจะเป็น Hunter B.O.B Project บนพื้นฐาน Hunter 350, Krishna โดย K-Speed บนพื้นฐาน Classic 650 รวมถึง FT 450 รถรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับ Slide School ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Guerrilla 450
ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของ Royal Enfield ที่มองรถจักรยานยนต์เป็นพื้นที่เปิดสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นสายคลาสสิค สตรีท เรซิง Flat Track บอบเบอร์ หรือไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย รถมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield สามารถตีความใหม่ได้อย่างหลากหลายตามตัวตนของผู้ขับขี่ และนักสร้างสรรค์


