ข่าวรอบโลก
Mazda ทุ่มพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริด

Mazda ค่อนข้างระวังกับการพัฒนารถไฟฟ้าตั้งแต่ต้น โดยวางตัวเป็นผู้ตามที่ดีจากการมีงบประมาณด้านการวิจัย และพัฒนารถไฟฟ้าจำกัด ดังนั้นจึงต้องมั่นใจก่อนว่าโลกยอมรับรถไฟฟ้าจริงถึงจะทุ่มงบพัฒนาHighlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Mazda เป็นอีกแบรนด์ที่มีความล่าช้าด้านการพัฒนารถไฟฟ้า และจะยิ่งช้าไปอีก โดยเมื่อต้นปีที่ Mazda ประกาศเลื่อนการผลิตรถไฟฟ้ารุ่นแรกจากปี 2570 ไปเป็นปี 2571 ล่าสุดบริษัทประกาศเลื่อนการผลิตรถไฟฟ้าออกไปอีกเป็นปี 2572
Mazda ลดเงินลงทุนด้านการพัฒนารถไฟฟ้าลงเกือบครึ่ง แล้วให้ความสำคัญกับรถไฮบริดที่ทำกำไรดีกว่า การเปลี่ยนแปลงแบบนี้อาจสร้างความเสียหายในบริษัทอื่น แต่ Mazda มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จึงไม่มีการสูญเสียค่าใช้จ่าย หรือมีการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรเหมือนกับทาง Stellantis, GM และ Ford
Mazda ค่อนข้างระวังกับการพัฒนารถไฟฟ้าตั้งแต่ต้น โดยวางตัวเป็นผู้ตามที่ดีจากการมีงบประมาณด้านการวิจัย และพัฒนารถไฟฟ้าจำกัด ดังนั้นจึงต้องมั่นใจก่อนว่าโลกยอมรับรถไฟฟ้าจริงถึงจะทุ่มงบพัฒนา และเมื่อไม่ได้ทุ่มงบส่วนใหญ่ไปกับรถไฟฟ้า ทำให้การกลับมาพัฒนารถไฮบริดไม่มีผลกกระทบมากนัก เพราะบริษัทได้ตัดสินใจล่วงหน้าก่อนแล้ว แม้แต่ Toyota ที่มีความระมัดระวังในการพัฒนารถไฟฟ้า ยังเกิดความเสียหายถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 38.86 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว วืบเนื่องจากการเก็บภาษีของสหรัฐฯ และล่าสุด คือ ผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้ค่ายสามห่วงหันกลับเน้นการผลิตรถไฮบริดเพื่อสร้างกำไร
สำหรับตำแหน่งงานใน Mazda มีการย้ายพนักงานจากงานรถไฟฟ้าไปยังงานเครื่องยนต์สันดาปภายใน และไฮบริด ซึ่ง CX-5 ไฮบริด ปี 2027 พร้อมออกจำหน่าย และจะมีรถไฮบริดใหม่หลายรุ่นจะเปิดตัวระหว่างปี 2571-2573 ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ Skyactiv-Z ที่พัฒนาขึ้นเอง แทนระบบไฮบริดของ Toyota ใน CX-50 ส่วนฝั่งยุโรปกำลังชื่นชอบรถไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจีน ทั้งครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี EZ-60 และซีดาน EZ-6 ทำให้ Mazda หั่นงบประมาณพัฒนารถไฟฟ้าจาก 12.53 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เหลือประมาณ 7.52 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 และกำหนดเป้าหมายจำหน่ายรถไฟฟ้าระหว่าง 2-2.5 แสนคัน หรือแชร์ส่วนแบ่ง 15 % ของยอดขายรถไฟฟ้าทั่วโลก ภายในปี 2573 ซึ่งลดลงจากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ระหว่าง 25-40 %


