เรื่องเด่น Quattroruote
GEELY STARRAY EM-I พลัก-อิน ไฮบริดทีเด็ดจากโลกตะวันออก
เอสยูวีพลัก-อิน ไฮบริดที่ตั้งราคาได้อย่างน่าสนใจ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาเต็มพิกัด ทั้งหมดนี้ คือ ภาพรวมของ GEELY STARRAY (จีลี สตาร์เรย์) รถยนต์อเนกประสงค์จากแดนมังกรที่มีชูจุดเด่นด้านความคุ้มค่า ความประหยัด และการรับประกันระยะยาว แม้ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า และการรองรับการชาร์จจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงแต่อย่างใด
ย้อนหลังไปเพียงไม่กี่เดือนก่อน การมองหาเอสยูวีพลัก-อิน ไฮบริดขนาดใหญ่ ออพชันครบ และมีราคาต่ำกว่า 35,000 ยูโร ถือเป็นตัวเลือกที่หาได้น้อยมาก แม้จะพิจารณาจากรายชื่อบรรดารถยนต์บแรนด์จีนที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดยุโรปมากขึ้นก็ตาม แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปในช่วงปลายเดือนกันยายนปี 2025 เมื่อ GEELY (จีลี) เปิดตัว STARRAY EM-I (สตาร์เรย์ อีเอม-ไอ) ในประเทศอิตาลี เอสยูวีพลังไฟฟ้าความยาว 4,740 มม. ดีไซจ์นเรียบหรู ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 34,900 ยูโร และกลายเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามของรถยนต์ในกลุ่มเดียวกันทันที
สำหรับ STARRAY ขุมพลังพลัก-อิน ไฮบริดรุ่นนี้ รวมถึง EX5 (อีเอกซ์ 5) ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน ถือเป็นการรุกเข้าสู่ตลาดประเทศอิตาลีอย่างเป็นทางการของบแรนด์ในเครือ GEELY GROUP เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในตลาดที่อาจยังไม่คุ้นชื่อมากนัก พวกเขาเลือกใช้ไม้เด็ดด้วยการรับประกันนานถึง 6 ปี และสำหรับลูกค้าในประเทศอิตาลี 1,000 รายแรก การรับประกันนี้จะถูกขยายเป็นตลอดอายุการใช้งาน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์
งานประกอบน่าพอใจ คุณภาพเกินราคา
บรรยากาศภายในห้องโดยสารของ STARRAY มีความลงตัวเกินคาด วัสดุบนแผงคอนโซลกลางเป็นผิวสัมผัสนุ่ม แทรกด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ตรงกลาง การประกอบทำได้เรียบร้อย และใส่ใจในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ยังมีบางจุดที่สะท้อนการลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของที่ประตูซึ่งขาดวัสดุดูดซับเสียง ผนังห้องเก็บสัมภาระที่ใช้พลาสติคแข็ง รวมถึงรูเกลียวที่เปิดโล่งบริเวณประตูบานท้ายข้างใต้ป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นผลจากการออกแบบเผื่อสำหรับหลายตลาดที่ใช้รูปทรงป้ายทะเบียนแตกต่างกัน
รถทดสอบของเราเป็นรุ่นย่อย LAUNCH EDITION ซึ่งปกติมีราคาสูงกว่ารุ่นพื้นฐาน PRO ที่ 3,000 ยูโร แต่ในช่วงเปิดตัว ราคาโดยรวมของรุ่นย่อยดังกล่าวถูกลดลงมา นั่นหมายความว่า ด้วยงบไม่ถึง 35,000 ยูโร ผู้ซื้อจะได้รถที่ติดตั้งหลังคาซันรูฟพาโนรามิค การแสดงผลสะท้อนกระจกหน้า เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่งฝั่งผู้ขับ ระบบระบายอากาศในเบาะ และชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน รองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ 2 เราพบว่าบนทางหลวง ระบบช่วยเหลือการขับขี่เหล่านี้ทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจ เพิ่มความสบายในการเดินทาง โดยเฉพาะด้านความเงียบในห้องโดยสาร ผู้โดยสารด้านหลังก็ได้รับประโยชน์เต็มที่จากพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง ซึ่งจากการวัดจากศูนย์ทดสอบของให้ตัวเลขเฉลี่ยถึง 400 มม.
การตอบสนองนุ่มนวล ไม่เน้นความเร้าใจ
บุคลิกโดยรวมของ STARRAY สอดคล้องกับการทำงานของระบบขับเคลื่อนไฮบริด อย่างชัดเจน โดยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 218 แรงม้า จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเป็นหลัก ขณะที่เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ กำลังสูงสุด 99 แรงม้า ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบทเตอรีขนาด 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง เมื่อกดคันเร่งเต็มที่ ขุมพลังทั้ง 2 รูปแบบจะทำงานร่วมกันอย่างนุ่มนวล ไม่มีอาการกระชาก แม้ในโหมด POWER โดยมีอีกอีก 2 โหมด คือ EV และ HYBRID ระบบจะเลือกเปลี่ยนจังหวะการทำงานอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ขับต้องการอัตราเร่งเพิ่มเติม ให้สมรรถนะที่เพียงพอสำหรับรถครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่
หากมองในแง่ความสปอร์ท STARRAY ไม่ใช่รถที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจคนรักการขับขี่แบบเร้าใจ ช่วงล่างที่ถูกปรับแต่งมาให้เน้นความนุ่มนวล และพวงมาลัยที่ตอบสนองค่อนข้างช้า และขาดความเฉียบคม ถือเป็นข้อจำกัดหลัก โดยเฉพาะในการขับแบบเน้นสมรรถนะ พวงมาลัยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นชัดเจนในจังหวะหักหลบกะทันหัน ขณะที่การยึดเกาะถนนยังไม่โดดเด่นนัก ส่งผลให้ระยะเบรคยาวบนพื้นผิวที่ลื่น หรือมีแรงเสียดทานไม่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ฉุกเฉิน STARRAY แสดงให้เห็นถึงการบังคับควบคุมที่ไว้ใจได้ ระบบอีเอสพีเข้ามาทำงานอย่างทันท่วงที ช่วยลดอาการอันเดอร์สเตียร์ในช่วงต้น และป้องกันการเสียอาการของตัวรถในช่วงท้าย ทัศนวิสัยโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เสริมด้วยกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ภาพคมชัด และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ เมื่อมีรถแล่นผ่านด้านขณะถอยหลัง
ฟังค์ชันครบ แต่ใช้งานผ่านจอมากไป
จุดที่ควรปรับปรุง คือ การควบคุมฟังค์ชันบางรายการยังต้องทำผ่านหน้าจอแสดงผลหลัก โดยเฉพาะการตั้งค่าระบบช่วยเหลือการขับขี่ เช่น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน หรือการเตือนการจำกัดความเร็ว ซึ่งอาจรบกวนสมาธิขณะขับขี่ หากมีปุ่มลัดสำหรับการตั้งค่าที่ใช้บ่อยจะช่วยได้มาก อย่างไรก็ดี จุดที่ควรชื่นชม คือ ระบบปรับอากาศยังคงใช้ปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิม ไม่ต้องพึ่งเมนูดิจิทอลทั้งหมด ซึ่งใช้งานง่ายกว่าในชีวิตประจำวัน
ผู้ขับสามารถตั้งค่าระดับพลังงานของแบทเตอรีที่ต้องการเก็บไว้ระหว่างขับขี่ได้ (สูงสุดที่ 85 %) เพื่อสำรองพลังงานไว้ใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากปล่อยให้ระบบจัดการเอง STARRAY จะเน้นการขับด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก และเมื่อชาร์จเต็มจากปลั๊กไฟฟ้าที่บ้าน (มีความจุแบทเตอรีที่ 16.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางประมาณ 70 กม. แม้ตัวเลขนี้จะไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางรายที่ให้ระยะทางไกลกว่า แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การรองรับการชาร์จถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง แบบ AC สูงสุดที่ 6.6 กิโลวัตต์ และแบบ DC สูงสุด 30 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ ในกรณีที่แบทเตอรีหมด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกลับทำได้ดีเกินคาด วัดได้เฉลี่ย 17.1 กม./ลิตร และสูงถึง 25 กม./ลิตร บนทางหลวง ซึ่งตอกย้ำให้เห็นความคุ้มค่าของ STARRAY ไม่ได้มาจากราคาจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้งานในระยะยาวด้วย
ผสมกลิ่นอายรถยุโรป
ระบบขับเคลื่อนไฮบริดของรถรุ่นนี้ ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ขนาด 1.5 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด โดยมอเตอร์ขนาดเล็กทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จเข้าสู่แบทเตอรี ส่วนมอเตอร์หลักกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า ทำหน้าที่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำในรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัวสามารถทำหน้าที่ชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบทเตอรีได้ในจังหวะที่ชะลอความเร็ว โดยแบทเตอรีมีความจุที่ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบยังสามารถส่งแรงบิดไปยังล้อโดยตรงได้ (การทำงานแบบคู่ขนาน) ผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตราทดคงที่
เครื่องยนต์บลอคนี้ใช้รหัสพัฒนา คือ BHE15 ถูกพัฒนา และผลิตโดยบริษัท AUROBAY ซึ่งในปี 2023 ได้เปลี่ยนสถานะจากการเป็นบริษัทในเครือ VOLVO/GEELY ไปอยู่ภายใต้บริษัท HORSE POWERTRAIN เป็นบริษัทร่วมทุนสัดส่วน 50:50 ระหว่างกลุ่ม RENAULT และ GEELY เอง ในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้าหลัก ผลิตโดยบริษัทร่วมทุน UAES ระหว่าง ZHONGLIAN AUTOMOTIVE ELECTRONICS, BOSCH และ SAIC (หนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์จีน) ขณะที่มอเตอร์ผลิตกระแสไฟฟ้าผลิตโดย GEELY ผ่านบริษัทลูกอย่าง INFIMOTION
ข้อมูลจำเพาะ
ข้อมูลจากผู้ผลิตของรถทดสอบ
เครื่องยนต์
- เบนซิน วางด้านหน้า
- แบบ 4 สูบเรียง
- กระบอกสูบ 73.4 มม.
- ช่วงชัก 88.6 มม.
- ความจุ 1,499 ซีซี
- อัตราส่วนกำลังอัด 13.5:1
- กำลังสูงสุด 73 กิโลวัตต์/99 แรงม้า ที่ 6,000 รตน.
- แรงบิดสูงสุด 125 นิวทันเมตร/12.8 กก.ม. ที่ 4,000-5,000 รตน.
- เสื้อสูบ และฝาสูบใช้วัสดุโลหะน้ำหนักเบา
- ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ พร้อมวาล์วแปรผัน 4 วาล์วต่อลูกสูบ (สายพานโซ่)
- ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงอีเลคทรอนิคส์
ระบบไฮบริด
- การส่งกำลังแบบคู่ขนาน
- มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน (วางด้านหน้า)
- กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 262 นิวทันเมตร/26.7 กก.ม.
กำลังสูงสุดทั้งระบบ
- 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า
แบทเตอรี
- แบบลิเธียม-ไอออน (ลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟท)
- กำลังไฟฟ้า 400 โวล์ท
- ความจุ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง
การรองรับการชาร์จไฟฟ้า
- แบบ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์
- แบบ DC สูงสุด 30 กิโลวัตต์
ระบบส่งกำลัง
- ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
- ชุดควบคุมการส่งกำลัง
รูปแบบตัวถัง
- ตัวถังวัสดุโลหะ 2 กล่อง 5 ประตู 5 ที่นั่ง
- ระบบรองรับด้านหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
- ระบบรองรับด้านหลัง มัลทิลิงค์ 3.5 จุดยึด คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
- ชอคอัพแบบไฮดรอลิค
- ระบบเบรคแบบ จาน คู่หน้ามีช่องระบายความร้อน เอบีเอส อีเอสพี
- พวงมาลัย ฟันเฟือง และตัวหนอน ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
- ความจุถังน้ำมัน 51 ลิตร
ยาง
- GOODYEAR EFFICIENTGRIP PERFORMANCE SUV 235/50 R19 99V
- ชุดปะยางฉุกเฉิน
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ระยะฐานล้อ 2,760 มม.
- ความกว้างฐานล้อคู่หน้า/หลัง 1,640/1,630 มม.
- ความยาว 4,740 มม. กว้าง 1,910 มม. สูง 1,690 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,845 กก. น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 2,205 กก. น้ำหนักลากจูงสูงสุด 2,215 กก.
- ความจุที่เก็บสัมภาระท้าย 428-2,065 ลิตร
สถานที่ผลิต
- เมืองหางโจว (ประเทศจีน)
จุดแข็ง
สิ่งที่สะดุดตาเป็นอันดับแรกของเอสยูวีพลัก-อิน ไฮบริดคันนี้ คือ อัตราส่วนความคุ้มค่าของราคาโดยรวม และอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้ามา สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ คือ การรับประกันระยะยาวสูงสุดถึง 6 ปี สำหรับลูกค้า 1,000 รายแรก การรับประกันแบบไม่จำกัดระยะเวลา ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่าได้อย่างชัดเจน ขณะที่ภายในห้องโดยสารมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง นั่งสบาย พร้อมงานตกแต่งที่ดูดีมีคุณภาพ ใส่ใจในรายละเอียดทั้งด้านวัสดุ และความสะดวกสบายโดยรวม ช่วยสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกภูมิฐานเกินค่าตัว
จุดอ่อน
ฟังค์ชันการใช้งานแทบทั้งหมด รวมถึงการตั้งค่าระบบช่วยเหลือการขับขี่ ถูกรวมไว้ในหน้าจอแสดงผลหลักแบบสัมผัส อาจรบกวนสมาธิขณะขับขี่ หากมีปุ่มใช้งานแบบดั้งเดิมมากขึ้นอีกเล็กน้อยจะดีกว่านี้มาก รวมถึงปุ่มใช้งานระบบปรับอากาศ จะช่วยให้การใช้งานมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกประเด็น คือ การตอบสนองของพวงมาลัยที่สามารถปรับปรุงได้ โดยเฉพาะในจังหวะหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน พวงมาลัยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลต่อความรู้สึกมั่นใจของผู้ขับ
รุ่น 1.5L EM-I LAUNCH EDITION
ราคา
- ของรถทดสอบ 37,900 ยูโร (ประมาณ 1,127,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)
เครื่องยนต์
- เบนซิน 4 สูบเรียง + มอเตอร์ไฟฟ้า ความจุ 1,499 ซีซี
กำลังสูงสุด
- 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
- จากการทดสอบ 41.7 กม./ลิตร
- จากผู้ผลิต 88.3 กม./ลิตร
ความคุ้มค่าโดยรวม
- การชาร์จจากครัวเรือน 6.81 ยูโร/100 กม.
ความคุ้มค่าโดยรวม
- การชาร์จจากสถานีบริการ 11.85 ยูโร/100 กม.
อัตราการปล่อยไอเสียเฉลี่ย
- จากการทดสอบ 54 กรัม/กม.
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งการผลิตไฟฟ้าเพื่อชาร์จสู่แบทเตอรีผ่านชุดสร้างกระแสไฟฟ้า หรือส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อโดยตรง
ชุดโครงสร้างที่ครอบคลุมมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว (ตามนี้ที่แสดงไว้ในภาพด้านบน) รวมถึงชุดเฟืองส่งกำลังเอาไว้ข้างใน ส่วนด้านบนเป็นตำแหน่งของตัวแปลงกระแสไฟแบบ AC/DC
อุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งอยู่ใต้พื้นตัวถัง คือ แบทเตอรีความจุ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยเซลล์แบบ BLADE และใช้เทคโนโลยีลิเธียม–ไอออน ฟอสเฟท สำหรับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
ระบบรองรับด้านหลังใช้โครงสร้างแบบมัลทิลิงค์แบบ 3.5 จุดยึด ขณะที่ด้านหน้าเป็นช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัท

พื้นที่ใช้สอย, ทัศนวิสัย, การทดสอบสมรรถนะ, อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ความสะดวกสบาย, การประเมินผลของ QUATTRORUOTE
จักรวาลของค่าย GEELY
กลุ่มค่ายรถ GEELY ถือครองบแรนด์รถยนต์จำนวนมาก ทั้งโดยตรง และผ่านการร่วมทุนกับผู้ผลิตรายอื่น ซึ่งมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ทำตลาดอยู่ในประเทศอิตาลี นี่คือ แผนภาพฉบับย่อที่จะช่วยให้ผู้อ่านทำความเข้าใจกับ “ค่ายรถในเครือ” ในจักรวาลของยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนรายนี้ได้ง่ายขึ้น
แม้ชื่อบแรนด์ GEELY จะเพิ่งเริ่มต้นทำตลาดในประเทศอิตาลีได้ไม่นาน แต่กลุ่ม ZHEJIANG GEELY HOLDING กลับมีบทบาทในอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคยุโรปมานานหลายปี ผ่านผู้ผลิตชั้นนำที่อยู่ในความครอบครอง หนึ่งในการดำเนินงานสำคัญ คือ การเข้าซื้อกิจการ VOLVO (โวลโว) ในปี 2010 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของบริษัทจากประเทศจีนรายนี้บนแผ่นดินยุโรป นับแต่นั้นเป็นต้นมา ค่ายรถจากสวีเดนยังคงพัฒนารถของตนเองอย่างค่อนข้างเป็นอิสระ พร้อมอาศัยการทำงานร่วมกับกลุ่มในด้านระบบขับเคลื่อน (โดยเฉพาะไฮบริด และมอเตอร์ไฟฟ้า) รวมถึงเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ทันสมัย
การขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้น GEELY เดินหน้าเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากค่าย PROTON (พโรตอน) และตามมาด้วยบริษัทลูกอย่าง LOTUS (โลทัส) ในปี 2017 เพียง 1 ปีถัดมา LI SHUFU ผู้ก่อตั้ง และเจ้าของ ZHEJIANG GEELY HOLDING ได้เข้าซื้อหุ้น 9.69 % ของกลุ่ม DAIMLER (ไดม์เลร์) จากประเทศเยอรมนี ไม่นานหลังจากที่ผู้ถือครองบแรนด์ MERCEDES-BENZ (เมร์เซเดส-เบนซ์) ปฏิเสธการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นผ่านการเพิ่มทุน
ในขณะนั้น GEELY AUTOMOBILE HOLDINGS LIMITED ชี้แจงว่าไม่ได้เข้าร่วมการซื้อหุ้นดังกล่าวโดยตรง แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูต่อ “ความเป็นไปได้ในการสำรวจความร่วมมือในอนาคตระหว่าง ZHEJIANG GEELY HOLDING และ DAIMLER” และอย่างที่มักเกิดขึ้นในโลกอุตสาหกรรม คำพูดก็กลายเป็นความจริงอย่างรวดเร็ว ในปี 2019 กลุ่มค่ายรถยนต์จากเมืองหางโจว และชตุทท์การ์ท ได้เริ่มต้นการผลิตรถ SMART (สมาร์ท) รุ่นใหม่ เริ่มจากรุ่น #1 ตามด้วย #3 และ #5 (และในอนาคตอันใกล้กับรุ่น #2)
ขณะเดียวกัน ภายใต้เงาจากค่ายรถกำแพงเมืองจีน ผลลัพธ์จากการลงทุนในภูมิภาคยุโรปก็เริ่มผลิดอกออกผล จากความร่วมมือกับ VOLVO ทำให้เกิดบแรนด์ LYNK & CO (ลิงค์ แอนด์ โค) ซึ่งเริ่มต้นจากตลาดในประเทศจีน ก่อนจะเข้ามาทำตลาดในยุโรปตั้งแต่ปี 2018 ด้วยเอสยูวีขนาดกลางรุ่น 01 และในเวลาต่อมายังขยายไลน์อัพด้วยรุ่น 08 ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยทั้ง 2 รุ่นเป็นรถยนต์แบบพลัก-อิน ไฮบริด ถัดมาไม่นาน คือ การถือกำเนิดของค่าย POLESTAR (โพล์สตาร์) อีกหนึ่งบแรนด์ที่มีรากฐานจาก VOLVO เช่นกัน แต่โฟคัสไปที่รถพลังงานไฟฟ้าล้วนอย่างชัดเจน ด้วยแนวคิดการออกแบบในสไตล์จีน-ยุโรป และการผลิตในเอเชีย
การขยายตัวของค่ายรถในเครือ
ในประเทศอิตาลี ปัจจุบันมีเพียงบางบแรนด์ในเครือของ GEELY ที่ทำตลาดอยู่แล้ว แต่ค่ายรถในเครือกลุ่มนี้กว้างขวางกว่านั้นมาก ดังที่เห็นได้จากแผนภาพประกอบ โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา GEELY ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศอิตาลีโดยตรง ด้วยเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 25 แห่ง (ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 แห่ง ภายในสิ้นปี 2026 และ 100 แห่งเมื่อระบบลงตัว) พร้อมศูนย์กระจายอะไหล่ในพื้นที่เมืองโนวารา
นอกจาก STARRAY ที่เราได้นำมาทดสอบแล้ว ไลน์อัพรุ่นเริ่มต้นยังรวมถึง EX5 เอสยูวีไฟฟ้าล้วน ซึ่งมีความยาวตัวถัง 4,620 มม. สั้นกว่า STARRAY อยู่ 120 มม. ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 218 แรงม้า ใช้แบทเตอรีแบบลิเธียม-ไอออน ความจุ 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง เอสยูวีจากจีนทั้ง 2 รุ่นมีจุดร่วมกันชัดเจน ทั้งงานออกแบบที่ทันสมัย อุปกรณ์มาตรฐานที่จัดเต็ม และนโยบายราคาที่โดนใจ โดย EX5 มีราคาเริ่มต้นที่ 38,900 ยูโร สำหรับรุ่น PRO และ 41,900 ยูโร สำหรับรุ่น LAUNCH EDITION เช่นเดียวกับ STARRAY ส่วนต่างราคานี้จะถูกชดเชยด้วยส่วนลดในช่วงเปิดตัว นอกจากนี้ ลูกค้า 1,000 รายแรก ยังได้รับการรับประกันตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย
บแรนด์รถยนต์ที่หลากหลาย
เมื่อพิจารณาไปยังบรรดาบแรนด์รถยนต์ภายใต้กลุ่มยานยนต์จากประเทศจีนรายนี้ ต้องยอมรับว่าน่าสนใจไม่น้อย ในบรรดาบแรนด์ที่ยังไม่ได้ทำตลาดในประเทศอิตาลี มีชื่อของ ZEEKR ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาเปิดตัวราวปี 2027
งบประมาณ 35,000 ยูโร เลือกคันไหนดี ?
การมองหาเอสยูวีพลัก-อิน ไฮบริดขนาดใหญ่ในระดับราคาเดียวกับ GEELY STARRAY EM-I ไม่ใช่เรื่องง่าย จากการสำรวจราคาจำหน่ายในตลาดประเทศอิตาลี เราพบว่า DFSK E5 (ดีเอฟเอสเค อี 5) คือ ทางเลือกเดียวที่มีขนาด และแนวคิดใกล้เคียงกัน แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ในรุ่น LUXURY ราคาก็ขยับขึ้นไปถึง 37,388 ยูโรแล้ว
รถยนต์จากประเทศจีนรุ่นอื่นๆ ที่ตั้งราคาประมาณ 35,000 ยูโร มักมาพร้อมระบบไฮบริดที่เรียบง่ายกว่า หรือยังไม่ถึงขั้นพลัก-อิน ไฮบริด เช่น MG HS (เอมจี เอชเอส) ซึ่งในเวอร์ชัน PHEV จะเริ่มต้นที่ 37,990 ยูโร ขณะที่ JAECOO 7 (เจคู 7) หากต้องการระบบพลัก-อิน ไฮบริด ต้องเตรียมงบไม่ต่ำกว่า 38,900 ยูโร อีกทางเลือกหนึ่ง คือ การลดขนาดตัวรถลง หากความใหญ่โตของตัวถังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ คุณอาจหันไปเลือก B-SUV ที่ให้อุปกรณ์มาครบครัน (บางรุ่นมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เช่น JUNIOR และ AVENGER) หรือเลือก C-SUV รุ่นพื้นฐาน ซึ่งยังอยู่ในกรอบงบประมาณเดียวกัน แต่แน่นอนว่าต้องยอมแลกกับพื้นที่ใช้สอย และความอเนกประสงค์ที่น้อยลง
ALFA ROMEO JUNIOR 1.2 145 HP HYBRID EDCT6 Q4 SPRINT 35,250 ยูโร
รูปแบบขุมพลังไฮบริด
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 107 กิโลวัตต์/145 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 9.1 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 19.2 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,170 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,540 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,575 กก.
JEEP AVENGER 1.2 TURBO 145 HP 4XE OVERLAND 34,200 ยูโร

รูปแบบขุมพลังไฮบริด
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 107 กิโลวัตต์/145 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 194 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 9.5 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18.5 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,090 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,530 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,530 กก.
TOYOTA YARIS CROSS 1.5 HYBRID 130 HP 5P E-CVT GR SPORT 35,550 ยูโร

รูปแบบขุมพลังไฮบริด
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 96 กิโลวัตต์/131 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 10.7 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.2 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,180 มม. กว้าง 1,770 มม. สูง 1,550 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,275 กก.
HONDA HR-V 1.5 HEV ECVT ELEGANCE 34,500 ยูโร

รูปแบบขุมพลังไฮบริด
กำลังสูงสุดทั้งระบบ 96 กิโลวัตต์/131 แรงม้า
สมรรถนะ
ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
0-100 กม./ชม. 10.6 วินาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18.5 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
ความยาว 4,360 มม. กว้าง 1,790 มม. สูง 1,580 มม.
น้ำหนักโดยรวม 1,455 กก.
KIA NIRO TRI-FUEL 1.6 GDI DCT HEV LPG 34,750 ยูโร

รูปแบบขุมพลัง ไฮบริด (เบนซิน/แอลพีจี)
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 93 กิโลวัตต์/126 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 11.3 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.2 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,420 มม. กว้าง 1,830 มม. สูง 1,550 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,556 กก.
NISSAN QASHQAI MHEV 140 CV N-CONNECTA 35,100 ยูโร

รูปแบบขุมพลัง ไฮบริดขนาดเล็ก
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 103 กิโลวัตต์/140 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 196 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 10.2 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 15.9 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,430 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,630 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,420 กก.
DFSK E5 1.5 PHEV 33,488 ยูโร

รูปแบบขุมพลัง พลัก-อิน ไฮบริด
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 165 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 15.0 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18.2 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,760 มม. กว้าง 1,870 มม. สูง 1,710 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,895 กก.
JAECOO 7 1.6 TGDI 33,900 ยูโร

รูปแบบขุมพลัง เบนซิน
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 108 กิโลวัตต์/147 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 10.3 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.3 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,500 มม. กว้าง 1,870 มม. สูง 1,680 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,599 กก.
MG HS HEV 34,490 ยูโร

รูปแบบขุมพลังไฮบริด
- กำลังสูงสุดทั้งระบบ 165 กิโลวัตต์/224 แรงม้า
สมรรถนะ
- ความเร็วสูงสุด 195 กม./ชม.
- 0-100 กม./ชม. 9.6 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18.2 กม./ลิตร
มิติตัวถัง และน้ำหนัก
- ความยาว 4,660 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,660 มม.
- น้ำหนักโดยรวม 1,735 กก.





