เรื่องเด่น Quattroruote
JEEP AVENGER ปรับโฉมเอสยูวีพลังไฟฟ้ายอดนิยม
JEEP AVENGER (จีพ อเวนเจอร์) พร้อมสำหรับการปรับโฉมล่าสุด แม้จะยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเสียทีเดียว จากการเป็นรถรุ่นที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประเทศอิตาลี การปรับรายละเอียดด้านดีไซจ์นภายนอก และภายในห้องโดยสารมีเป้าหมายเพื่อยืดอายุของความสำเร็จนี้ให้ยาวนานขึ้น โดยมีกลิ่นอายที่ชวนให้นึกถึงรุ่น COMPASS (คอมพาสส์)
ด้วยตัวเลขยอดจดทะเบียนกว่า 48,000 คันภายใน 1 ปี และครองอันดับ 3 ในตารางรถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศอิตาลี ถือเป็นคำตอบที่ดีสำหรับเสียงวิจารณ์ก่อนหน้ากับความสงสัยในรถยนต์รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะขนาดตัวถังที่ค่อนข้างเล็ก การผลิตในประเทศโปแลนด์ หรือการไม่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (ซึ่งตามมาในภายหลัง) สรุปง่ายๆ คือ สเปคของเอสยูวีรุ่นนี้ให้ความรู้สึก “ไม่เหมาะสมกับยี่ห้อ JEEP มากพอ” สิ่งที่เกิดขึ้นชวนให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับรถร่วมค่ายรุ่น RENEGADE (เรเนเกด) รถยนต์สัญชาติอเมริกัน แต่ถูกรังสรรค์ให้มีขนาดตัวถังเหมาะกับภูมิภาคยุโรป และผลิตในประเทศอิตาลี ซึ่งข้อเท็จจริงตามที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้วไม่สำคัญว่ารถยนต์รุ่นนั้นๆ จะถูกผลิตที่ไหน หรือมีขนาดเท่าไร สิ่งที่นิยามความเป็น JEEP และมักจะเป็นตัวตัดสินความสำเร็จเสมอ คือ บุคลิกที่โดดเด่น และ AVENGER ก็มีจุดเด่นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อย่างเหลือเฟือ
สิ่งนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านงานออกแบบตัวถัง กับการรังสรรค์ที่เกิดขึ้นในเมืองตูริน สามารถถ่ายทอดเส้นสายออกมาได้หลากหลาย ภายใต้ตัวถังยาวไม่ถึง 4 ม. กับความบึกบึนสไตล์อเมริกัน ความชื่นชอบการผจญภัย และความร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี 2 องค์ประกอบหลังมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่ถูกวางตัวให้เน้นการใช้งานในตัวเมือง เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และยังทำหน้าที่เป็น JEEP คันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100 % อย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่ละทิ้งความหลากหลายของรุ่นย่อยที่มากมาย เพราะในตอนนี้ค่ายรถยังไม่อาจพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทั้งในด้านขุมพลัง (รวมถึงไฮบริด หรือเบนซิน) ระบบขับเคลื่อน (ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ 4 ล้อ) และรุ่นพิเศษอย่าง BLACK EDITION โทนเข้มสไตล์ BATMAN ที่เพิ่งเข้ามาวางจำหน่ายล่าสุด
การปรับโฉมเล็กน้อย
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ตามที่กล่าวมา รวมถึงอีก 250,000 เหตุผล (นั่นคือ จำนวนรถ AVENGER ที่จดทะเบียนทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน) เอสยูวีขนาดเล็กจาก JEEP สามารถพึ่งพาความสำเร็จเดิมต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง ใช้กระแสตอบรับจากตลาดเลี้ยงตัวเองไปก่อน อย่างไรก็ตาม ภาพรถทดสอบที่เริ่มปรากฏให้เห็นในช่วงหลังบ่งชี้ว่า AVENGER (ชื่อที่ชวนให้นึกถึงเหล่าซูเพอร์ฮีโรจากค่าย MARVEL) กำลังเตรียมเข้าสู่การปรับโฉมใหม่
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมครั้งใหญ่ แต่เป็นการไมเนอร์เชนจ์ตามวงจรการทำตลาด ซึ่งมักเกิดขึ้นกับรถยนต์ส่วนใหญ่เมื่ออายุทำตลาดผ่านไปประมาณ 3 ปี อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ช่วงเวลาดังกล่าวอาจถูกยืดออกไปเล็กน้อย หากไม่มีความล่าช้า AVENGER รุ่นปรับโฉมจะถูกเผยโฉมภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า และเริ่มวางจำหน่ายที่โชว์รูมในช่วงปลายฤดูร้อน การปรับดีไซจ์นของ JEEP รุ่นนี้ดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบ โดยไม่กระทบโครงสร้างตัวถังเดิม และเน้นการพัฒนาภายใต้ 2 แนวทางหลัก
แนวทางแรก คือ การปรับภาพลักษณ์ของรถยนต์ขนาดเล็กในค่ายให้สอดคล้องกับ JEEP COMPASS รุ่นใหม่ รายละเอียดที่เห็นได้ชัด คือ กระจังหน้าแบบ 7 ช่องอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ยังคงเป็นแบบปิดทึบ (ไม่ได้มีหน้าที่ระบายความร้อน) แต่ถูกออกแบบให้มีมิติมากขึ้น และติดตั้งไฟส่องสว่างคล้ายกับรุ่นพี่ขนาดใหญ่กว่า ช่วยเสริมความทันสมัยได้อย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารของ AVENGER ติดตั้งพวงมาลัยแบบใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับดีไซจ์นที่มุ่งเน้นความสดใหม่ โดยไม่ถึงขั้นยกเครื่องทั้งหมด วัสดุที่ถูกเลือกใช้ และรายละเอียดการตกแต่งจะถูกอัพเดทในหลายจุด แต่ยังคงรักษาการใช้งานได้จริงของห้องโดยสารเอาไว้ พร้อมพื้นที่จัดเก็บสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ จำนวนมากสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แนวทางถัดมา อาจไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังการยกระดับครั้งใหญ่ด้านระบบความบันเทิง เพราะหน้าจอสัมผัสบนคอนโซลกลางขนาด 10.3 นิ้ว มีแนวโน้มว่าจะยังคงถูกใช้งานต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนของระบบขับเคลื่อนก็เช่นกัน ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนสำคัญ โดยรุ่นไฮบริด (ทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ) ยังคงใช้พื้นฐานจากเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ขณะที่เวอร์ชันไฟฟ้าล้วนจะใช้แบทเตอรีขนาด 54 กิโลวัตต์ชั่วโมง จำนวน 1 ชุด ให้ระยะทำการสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ประมาณ 300 กม.
ยอดขายพุ่งทะยาน
แม้ RENEGADE จะมียอดขายลดลง แต่ AVENGER ยังคงมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับปี 2025 ถือเป็นรถยนต์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 3 ในประเทศอิตาลี ตามหลัง FIAT PANDA และ DACIA SANDERO
ทางเลือก B-SUV อีกรุ่น รุ่น RENEGADE ปรับโฉมเช่นกัน แต่เฉพาะประเทศบราซิล
ในภูมิภาคยุโรป JEEP RENEGADE ได้ยุติการทำตลาดไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในประเทศบราซิล RENEGADE กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน JEEP AVENGER ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดการผลิตสะสมทะลุ 700,000 คัน และกำลังเตรียมมีการอัพเดทผ่านการปรับโฉมล่าสุด ภาพสปายชอทที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นรถที่ได้รับการปรับปรุงรอบด้าน กระจังหน้าจะถูกออกแบบใหม่ โดยยึดแนวทางจาก JEEP COMPASS อีกครั้ง ขณะที่ไฟส่องสว่างเวลากลางวันจะยังคงเป็นรูปทรงกลม แต่ปรับเป็นแบบแอลอีดี แยก 4 ช่อง
การปรับโฉมยังครอบคลุมไปถึงบริเวณกันชนท้าย กับเส้นสายใหม่ที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารจะมีการติดตั้งหน้าจอระบบความบันเทิงขนาดใหญ่ขึ้น และวางตำแหน่งให้สูงกว่าเดิม โดย RENEGADE เวอร์ชันปรับโฉมสำหรับประเทศบราซิลมีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ จะมาพร้อมระบบไฮบริดขนาดเล็ก แบบ 48 โวลท์ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ โดยใช้เทคโนโลยีไฮบริดที่ผสานเครื่องยนต์สันดาปภายในที่รองรับทั้งน้ำมันเบนซิน และเอธานอล ทำงานร่วมกับกับระบบไฟฟ้า
ในอีกฟากหนึ่งของโลก ตลาดประเทศยุโรปยังคงรอคอย RENEGADE รุ่นที่ 2 หรืออย่างน้อย คือ รถยนต์รุ่นใหม่ที่จะมาสืบทอดจุดเด่นดังกล่าวต่อไป แม้ในตอนนี้จะยังไม่มีการยืนยันช่วงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็ตาม สัญญาณแรกอาจเริ่มปรากฏในเดือนพฤษภาคม ผ่านแผนการทำตลาดฉบับใหม่ เนื่องจากยังมีช่องว่างในไลน์อัพระหว่าง JEEP AVENGER และ JEEP COMPASS ที่รอการเติมเต็มอยู่
ส่วนท้ายดุดันกว่าเดิม
ส่วนท้ายของตัวรถ มีกรอบไฟท้ายสีดำเข้มต่อเนื่องกับตรงกลางของประตูบานท้าย ทีมงานผู้ออกแบบเสริมความแตกต่างเข้าไปเล็กน้อย โดยเฉพาะไฟท้ายรูปตัว X ชวนนึกถึงตัวลุยในอดีตที่ใช้งานกับการทหาร
การปรับโฉมในห้องโดยสาร เริ่มจากรูปทรงของพวงมาลัย และการอัพเกรดจอภาพระบบสัมผัสขนาด 10.3 นิ้ว
รูปทรงแบบรุ่น 4X4
รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ JEEP แต่ยังมีทางเลือกเครื่องยนต์ไฮบริดอีกด้วย โดยในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีกำลังสูงสุดที่ 110-156 แรงม้า การปรับโฉมโดยรวมมีรูปแบบใกล้เคียงกับรุ่นที่เพิ่งเปิดตัว รวมถึงรุ่นเครื่องยนต์สันดาปล้วนแบบเบนซิน



