ทดสอบ(formula)
SUZUKI FRONX GLX PLUS ครอสส์โอเวอร์คันเล็ก แต่เด็ดเกินคาด !
ค่ายรถ SUZUKI ในบ้านเรา มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กับการตัดสินใจยุติการผลิตรถยนต์ในประเทศ ทดแทนด้วยการนำเข้าทั้งหมด การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จึงเว้นช่วงไปพอสมควร จนกระทั่งช่วงปลายปีที่แล้ว ได้เวลาของการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่สไตล์ครอสส์โอเวอร์ นั่นคือ SUZUKI FRONX (ซูซูกิ ฟรองซ์) เส้นสายที่มีความบึกบึนพอสมควร กับขนาดตัวที่กะทัดรัด รถคันนี้จะมีความลงตัวแค่ไหน เรามาทดสอบกัน
EXTERIOR ภายนอก
ไว้ลายค่ายรถเอสยูวี
แม้ SUZUKI FRONX จะเป็นครอสส์โอเวอร์ขนาดเล็ก จัดอยู่ในระดับบี-เซกเมนท์ แต่เส้นสายโดยรวมยังคงมีความบึกบึนในระดับที่พอเหมาะ สมกับเป็นรถยนต์จากค่ายรถที่เชี่ยวชาญรถยนต์สไตล์เอสยูวี (รวมถึงรถยนต์ขนาดเล็ก) หนึ่งในจุดเด่น คือ สันเหลี่ยมบนซุ้มโป่งล้อที่คมเข้ม ส่วนของกันชนหน้าออกแบบให้มีความต่อเนื่องกับชุดไฟหน้า รวมถึงไฟท้ายที่มีรูปทรงค่อนข้างโดดเด่นเช่นกัน ความบึกบึนดังกล่าวช่วยซ่อนขนาดตัวที่กะทัดรัด (ภายใต้ความยาว 3,995 มม. และระยะฐานล้อ 2,520 มม.) มีความปราดเปรี่ยวคล้ายรถยนต์สไตล์แฮทช์แบค มีจุดสังเกต คือ ล้อแมกมีขนาดค่อนข้างเล็กเพียง 16 นิ้วเท่านั้น หากเพิ่มขนาดเป็น 17 นิ้ว จะเสริมมาดสปอร์ทเข้มได้อีกพอสมควร
สำหรับคู่แข่งที่มีขนาดตัวในเซกเมนท์ใกล้เคียงกัน ได้แก่ TOYOTA YARIS CROSS (โตโยตา ยารีส ครอสส์) มีความยาวที่ 4,310 มม. และระยะฐานล้อ 2,620 มม. ยังคงมีขนาดตัวใหญ่กว่า SUZUKI FRONX เล็กน้อย รวมถึงความสูงของตัวถังที่ทาง YARIS CROSS มีมากกว่าเช่นกัน ถือเป็นจุดเสียเปรียบในแง่ของมิติตัวถังที่เทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน
INTERIOR ภายใน
นั่งสบาย แต่ออกแบบได้ไม่ทันสมัย
ห้องโดยสารของ SUZUKI FRONX มีความกว้างขวางของเบาะคู่หน้าที่ทำได้น่าพอใจ ตัวเบาะกระชับสรีระเล็กน้อย ทัศนวิสัยโดยรวมค่อนข้างปลอดโปร่ง กระจกหน้ามีขนาดใหญ่ จุดสังเกต คือ กระจกบานท้ายมีขนาดค่อนข้างเล็ก ต้องอาศัยกล้องมองภาพรอบคันขณะถอยจอด การออกแบบคอนโซลหน้าเน้นความคุ้นเคยจากรถยนต์ของ SUZUKI หลายรุ่น เห็นได้จากจอแสดงผลหลัก ปุ่มใช้งานระบบปรับอากาศ รูปทรงของพวงมาลัยแบบสปอร์ท หักมุมด้านล่างเล็กน้อย (คล้ายกับของ SWIFT) คันเกียร์ทรงยาวที่เรามีความรู้สึกว่า น่าจะออกแบบให้คันเกียร์ดูทันสมัยกว่านี้ ในแง่การใช้งาน และความคุ้นเคย ถือเป็นการออกแบบที่ลงตัวอยู่บ้าง แต่ในแง่ของความทันสมัย อาจไม่ใช่จุดเด่นของครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้
สำหรับเบาะนั่งด้านหลัง มีความกว้างที่น่าพอใจ ในรุ่นทอพใช้วัสดุหนังแท้ เบาะสามารถพับแยกได้ 60:40 มีจุดเก็บของเพิ่มเติมด้านล่าง (รวมถึงเบาะคู่หน้า) เมื่อพับเบาะลงอาจไม่ถึงกับราบต่อเนื่องกัน แต่สามารถเพิ่มความจุอย่างได้ผล อย่างไรก็ตาม การออกแบบให้ตัวรถมีหลังคาที่ลาดเท ทำให้การขนสัมภาระที่มีความสูงค่อนข้างมากอาจมีข้อจำกัดพอสมควร การขนสัมภาระโดยรวมเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในตัวเมืองมากกว่าการใช้งานแบบอเนกประสงค์เต็มตัว
ENGINE เครื่องยนต์
ไฮบริดขนาดเล็ก ประหยัดเกินคาด
SUZUKI FRONX ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พร้อมระบบไฮบริดขนาดเล็ก แบบที่เจอกันมาแล้วในรถยนต์ร่วมค่ายอย่าง ERTIGA HYBRID (แอร์ติกา ไฮบริด) และ XL7 HYBRID (เอกซ์แอล 7 ไฮบริด) กำลังสูงสุด 101 แรงม้า แทบไม่แตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาปล้วนในรุ่นเริ่มต้น การติดตั้งระบบไฮบริดขนาดเล็กจะมีผลดีในช่วงการใช้ความเร็วต่ำ และการสตาร์ทเครื่องยนต์กับระบบ AUTO START/STOP ด้วยไฟฟ้าจากระบบไฮบริดเช่นกัน คู่เปรียบเทียบสมรรถนะ คือ ครอสส์โอเวอร์สไตล์เอสยูวีขนาดเล็ก แต่ใช้เครื่องยนต์สันดาปล้วน ขนาด 1.5 ลิตร นั่นคือ HONDA WR-V (ฮอนดา ดับเบิลยูอาร์-วี) กำลังสูงสุด 121 แรงม้า มาดูสมรรถนะโดยรวมของแต่ละรุ่นกัน
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. SUZUKI FRONX ทำเวลาที่ 13.0 วินาที ส่วน HONDA WR-V ใช้เวลาที่ 12.7 วินาที ความแตกต่างของกำลังสูงสุดส่งผลให้เห็นตั้งแต่ช่วงอัตราเร่งในความเร็วตีนต้น แม้จะมีมอเตอร์ช่วยเสริมแรงเล็กน้อย แต่ในแง่ของการทำอัตราเร่งลักษณะนี้ ระบบไฮบริดขนาดเล็กของ FRONX ยังไม่มีบทบาทมากนัก
อัตราเร่งระยะ 0-1,000 ม. FRONX มีตัวเลขที่ 34.3 วินาที (ที่ความเร็ว 151.1 กม./ชม.) ขณะที่ WR-V ทำได้ที่ 34.1 วินาที (ที่ความเร็ว 156.1 กม./ชม.) ตัวเลขอัตราเร่งช่วงตีนปลายของ FRONX สูสีกับคู่แข่งมากๆ เราสังเกตว่าช่วงความเร็วปลายของครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้ทำได้ดีเกินคาด อัตราเร่งจะถูกส่งออกมาแบบต่อเนื่อง ค่อยเป็นค่อยไป ไต่ความเร็วได้มากเกินคาดเล็กน้อย จัดเป็นเครื่องยนต์แรงม้าน้อย แต่เน้นการส่งกำลังได้ไหลลื่นกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (ของ WR-V เป็นเกียร์อัตโนมัติแปรผัน)
อัตราเร่งยืดหยุ่นเสมือนการเร่งแซงที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. SUZUKI FRONX มีอัตราเร่งที่ 7.3 และ 9.2 วินาที ขณะที่ HONDA WR-V ทำได้ที่ 6.3 และ 8.5 วินาที การตอบสนองคันเร่งขณะการทำอัตราเร่งในส่วนนี้ ระบบไฮบริดขนาดเล็กยังคงไม่มีบทบาทมากนัก การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แต่การเร่งแซงช่วงความเร็ว 80-120 กม./ชม. มีความไหลลื่นต่อเนื่องที่น่าพอใจ
ถัดมา คือ หัวข้อของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. FRONX ทำตัวเลขได้ที่ 33.9/27.4/21.7 กม./ลิตร ในที่สุด จุดเด่นของระบบไฮบริดขนาดเล็กก็แสดงให้เห็นในหัวข้อการทดสอบนี้ ! กับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ทำได้ยอดเยี่ยมเกินคาด แทบจะเทียบกับเครื่องยนต์แบบไฮบริดเต็มตัว (FULLY HYBRID) ของรถยนต์บางรุ่นด้วยซ้ำ โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำที่มีการเสริมกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การใช้งานในตัวเมืองจะช่วยเพิ่มการประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่าเครื่องยนต์สันดาปล้วนระดับเดียวกัน ส่วนทาง HONDA WR-V มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 28.2/22.7/17.3 กม./ลิตร แม้จะถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่งสำหรับเครื่องยนต์สันดาปล้วน แต่ยังไม่ประหยัดเชื้อเพลิงเท่ากับ FRONX โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำ
SUSPENSION ระบบรองรับ
นุ่มหนึบเกินตัว
การปรับแต่งระบบรองรับของ SUZUKI FRONX ให้ความรู้สึกที่มั่นคง ผสมความหนึบได้อย่างพอเหมาะ แม้บุคลิกโดยรวมจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ค่ายรถ SUZUKI ทำได้ดีเสมอมากับรถยนต์ขนาดเล็กหลายรุ่น การขับขี่โดยรวมยังคงเน้นความนุ่มนวล แต่การบังคับควบคุมมีการตอบสนองที่ดี รอบรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างเหมาะสม รวมถึงช่วงความเร็วสูง ตัวรถมีเสถียรภาพที่ดีเช่นกัน แม้จะใช้ยางที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก และเป็นยางที่เน้นการประหยัดเชื้อเพลิงด้วย
ในรุ่นทอพ GLX PLUS ที่เรานำมาทดสอบ มีการติดตั้งระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนเมื่อมีรถแล่นมาด้านหลังขณะถอยออกจากที่จอด หลายออพชันไม่เคยติดตั้งในรถยนต์รุ่นไหนของ SUZUKI ที่ทำตลาดในบ้านเรา ทำให้ครอสส์โอเวอร์ขนาดเล็กรุ่นนี้ตอบสนองความคุ้มค่าในแง่ของอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน มีจุดสังเกตเพียงว่า ออพชันส่วนใหญ่จะติดตั้งมาในรุ่นทอพเท่านั้น
ครอสส์โอเวอร์มีสไตล์ สบายในเมือง
SUZUKI FRONX มาอยู่ในตลาดรถยนต์กลุ่มครอสส์โอเวอร์ขนาดเล็กที่มีคู่แข่งมากมาย แต่การมีเอกลักษณ์ และบุคลิกเฉพาะตัว (รวมถึงแฟนๆ ของค่ายรถแห่งนี้) ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งกับ “ของถนัด” ของค่ายรถแห่งนี้ กับการรังสรรค์รถยนต์ขนาดเล็ก แต่มีคุณลักษณะการขับขี่ที่ดีเกินตัว โดยเฉพาะเครื่องยนต์ไฮบริดขนาดเล็ก แม้ไม่โดดเด่นที่อัตราเร่ง แต่ยังคงความโดดเด่นในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิงที่ความเร็วต่ำ การขับขี่โดยรวมมีความลงตัวอีกด้วย จุดที่เราสังเกต คือ การออกแบบห้องโดยสารที่เน้นรูปแบบดั้งเดิมของค่าย ทำให้ถูกลดทอนความทันสมัยบางส่วน และเรื่องของราคาโดยรวมที่อยู่ในช่วง 569,000-799,000 บาท แม้จะยังน่าสนใจไม่น้อย แต่ปัจจุบันมีคู่แข่งทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด หรือแม้กระทั่งรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกอีกมากมาย แม้การเป็นรถยนต์นำเข้า (จากประเทศอินโดนีเซีย) หากทำราคาได้ย่อมเยากว่านี้อีกสักหน่อย จะดึงดูดความน่าสนใจของผู้ต้องการครอสส์โอเวอร์ขนาดเล็กใช้งานได้หลากหลายอีกไม่น้อย



