• ตอนนี้ทั้งสองบแรนด์ค่ายโสมขาวถือเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าของบ้านเราเลยก็ว่าได้ เพราะต่างก็ส่ง “รถไฟฟ้า” ออกสู่ตลาด ตัดหน้าค่ายรถยนต์จากแดนปลาดิบ เพื่อชิงความได้เปรียบ “มาก่อน ขายก่อน” • ฮันเด ไอโอนิก รถพลังงานไฟฟ้า 100 % ออกแบบโดยคำนึงถึง 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ รวมถึงหลักอากาศพลศาสตร์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศแค่ 0.24 เท่านั้น ส่วนความคิดเห็นของทีมนักออกแบบของเราต่อรถรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร ขอเชิญติดตาม
ภัทรกิติ์ : รถไฟฟ้าในตลาดโลก ถือว่ายังไม่เกิดอย่างจริงจังหลายประเด็น เช่น ผมว่าภายในไม่เกินอีก 10 ปี รถไฟฟ้าในปัจจุบันจะกลายเป็นของโบราณไป เป็นของที่ซื้อแล้วราคาตกเร็วมาก เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกวัน ตอนนี้ใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย เขาก็รอกันว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคของแบทเตอรีโซลิดสเตท ที่อยู่ในขั้นตอนทดลอง วิจัย และพัฒนา
อภิชาต : รถไฟฟ้า จะเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งคงไม่มีใครอยากใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ในเมื่อมีการปรับปรุงฟังค์ชันใหม่ตลอดเวลา และสิ่งที่เป็นปัญหาอีกอย่าง คือ การจัดการกับปัญหาขยะอีเลคทรอนิคส์เหล่านี้
ภัทรกิติ์ : ผมมองว่า ฮันเด ไอโอนิก คันนี้การออกแบบไม่ต่างจากรถธรรมดา
อภิชาต : มันคือแฮทช์แบคคันหนึ่ง
ภัทรกิติ์ : รูปร่างแบบนี้ถ้าไม่บอกใครจะรู้ไหมว่า มันเป็นรถไฟฟ้า
อภิชาต : ส่วนหนึ่งที่คิดว่าน่าจะใช่ คือ กระจังหน้าไม่มีช่องรับลม
ภัทรกิติ์ : คงต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้รถไฟฟ้าถึงจะดูออก
ฟอร์มูลา : มีช่องรับลมแค่ด้านข้างกับด้านล่าง
อภิชาต : คงต้องการอากาศภายนอกเพียงเล็กน้อย
ภัทรกิติ์ : แปลกดีครับ คงต้องการความลู่ลมระดับสูงสุด เรื่องรูปร่าง ผมว่าก็สวยดีนะครับ ไม่หวือหวา ร่วมสมัยพอดีๆ ถ้าจะเปรียบเทียบกับคันนี้ก็คงจะเป็น โตโยตา ปรีอุส พลัก-อิน ไฮบริด และนิสสัน ลีฟ
อภิชาต : ใช่เลยครับ
ภัทรกิติ์ : ระหว่าง ฮันเด ไอโอนิก กับ นิสสัน ลีฟ ผมว่า ฮันเด สวยกว่านะ ดูน่าใช้ แต่ถ้าเทียบกับ โตโยตา ปรีอุส รุ่นใหม่ ที่ไม่มีขายในบ้านเรา ค่ายสามห่วงทำรถให้ดูแปลกแตกต่าง
อภิชาต : ที่อาจารย์ป้องพูด มี 2 อย่าง คือ คุณทำพแลทฟอร์มใหม่เป็นรถอีวีเลย กับใช้รถพแลทฟอร์มร่วม ถอดเครื่องยนต์ออกแล้วใส่มอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไป ซึ่งอย่างหลังจะเห็นมาก เพราะต้นทุนต่ำสุด
ฟอร์มูลา : ฮันเด คือ อย่างหลังที่อาจารย์พูดถึง
อภิชาต : ใช่ครับ ซึ่งเหมาะอย่างที่อาจารย์ป้องว่า เป็นการทดลองตลาดของบริษัทรถยนต์
ฟอร์มูลา : รถรุ่นนี้เหมือน โตโยตา แคมรี ไฮบริด ที่มีการแชร์พแลทฟอร์ม กับเวอร์ชันเบนซิน และไฮบริด
ภัทรกิติ์ : ถือว่าสอบผ่านนะครับ
ฟอร์มูลา : นับเป็นยุคใหม่ของ ฮันเด แล้วใช่ไหมครับ
ภัทรกิติ์ : ทำได้ดีครับ รูปทรงแบบนี้ไปอยู่ที่ไหนในโลก ก็ไม่มีใครตำหนิอะไรได้
อภิชาต : กันชนท้ายดูรับกับกันชนหน้า แต่มีพื้นที่สีเทาเยอะหน่อยเท่านั้น
ภัทรกิติ์ : ด้านท้ายบริเวณสโลพแบนมาก เลยใช้ดีไซจ์นที่เป็นกระจกอยู่ด้านท้ายด้วย จะได้มองทะลุได้
อภิชาต : เหมือน โตโยตา ปรีอุส
ภัทรกิติ์ : ถามว่ากระจกหลังบานเล็กนั้นมีความจำเป็นไหม ผมว่าไม่มีความจำเป็นเลยนะครับ เพราะปัจจุบันการขับถอยหลัง แทบจะไม่มีใครหันหลังไปมอง เพราะมองไม่เห็นอะไรเลย
อภิชาต : มันดูไม่ลงตัว
ภัทรกิติ์ : ฝาท้ายเปิดขึ้นตามกระจก เฟรมอยู่ด้านใต้กระจกอีกที
ฟอร์มูลา : รถคันนี้แฮทช์แบค ที่หลอกเราให้เข้าใจว่าเป็นซีดาน เพราะอะไรเขาถึงต้องทำเส้นมาหลอกเรา
ภัทรกิติ์ : อยากให้เนี้ยบ สะอาดตา
อภิชาต : พื้นที่สีดำตรงบริเวณกระจกเป็นเหล็กทั้งนั้นนะครับ
ภัทรกิติ์ : สรุปว่าเป็นรถที่ดูดีทุกมุม ตั้งใจทำ แต่พอมาดูภายในจะจืดไปหน่อย ดูธรรมดา โดยเฉพาะคอนโซลกลาง ไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นรถไฟฟ้า
อภิชาต : พิเศษแล้วครับ โดยการใส่สีส้มเข้าไป
ภัทรกิติ์ : สีส้มเป็นแค่เติมความสดใสให้ชีวิตเล็กน้อย แต่จุดที่เห็นชัด คือ ไม่มีคันเกียร์ ทำให้ดูเป็นรถที่ทันสมัย ถามว่ารถคันนี้ตั้งใจออกแบบไหม ตั้งใจแน่นอน พยายามปรับระดับให้กลางๆ ไม่ทำให้คนแก่หัวใจวาย นั่งแล้วรู้สึกดี พวงมาลัยสวย ช่วงล่างดีไซจ์นแปลก ใช้ได้เลย แต่ยังไม่ก้าวสู่อนาคตเท่าที่ควร
อภิชาต : เหตุผลเดิมเลย มันเป็นการใช้พแลทฟอร์มร่วม ภายนอกภายในต้องเกี่ยวเนื่องกับรุ่นที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในติดตั้งอยู่ ฉะนั้น ตัวนี้ยังต้องเป็นฟีเจอร์แบบที่อาจารย์ป้องว่าคือ เปลี่ยนบางตัวเท่านั้น แต่ถ้าเป็นรถไฟฟ้าเพียวๆ การออกแบบภายในให้ตกเลยครับ
ฟอร์มูลา : รถคันนี้เหมาะกับใคร
ภัทรกิติ์ : สำหรับคนที่ต้องการจะล้ำที่สุดในนาทีนี้ และก็เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่จะไปทำเป็นรถฟลีท เพราะปัญหาเรื่องการเสียของรถไฟฟ้ามันน้อยมาก
อภิชาต : สำหรับผม รถคันนี้เหมาะกับเป็นรถฟลีท โดยไม่ได้มองถึงสมรรถนะของมัน แต่มองกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ชาย แต่ดูยังไม่ชัดเจนนะครับ เพราะ ฮันเด ยังใหม่สำหรับตลาดนี้ 
