ปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนที่มีเพียง 28 วัน ด้วยผลงานใหม่อีกแบบหนึ่งของค่าย TOYOTA MOTOR CORPORATION (โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน) คือ TOYOTA CROWN (โตโยตา คราวน์) รถเก๋งซีดานขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตเห็นได้บ่อยตามท้องถนนในกะลาแลนด์ แต่เดี๋ยวนี้เหมือนเป็นรถที่สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่ในแดนซากุระยังเป็นรถที่ใช้กันอยู่ทั่วไป และมียอดขายปีละหลายหมื่นคันนับเป็นรถอนุกรมเก่าแก่ อยู่ในสายการผลิตมายาวนานถึง 65 ปี รถรุ่นแรกซึ่งติดป้ายชื่อ TOYOPET CROWN (โตโยเปท คราวน์) เริ่มการผลิตเมื่อปี 1955 และมีการเปลี่ยนรุ่นรวม 2 ครั้ง ในปี 1962 กับ 1967 ส่วนรถรุ่นที่ 4 ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น TOYOTA CROWN (โตโยตา คราวน์) เริ่มการจำหน่ายเมื่อปี 1971 หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนรุ่นรถอนุกรมนี้อีก 10 ครั้ง ในปี 1974, 1979, 1983, 1987, 1991, 1995, 1999, 2003, 2008, 2012 และ 2018
รถรุ่นล่าสุดซึ่งนับนิ้วได้ว่าเป็นรุ่นที่ 15 เริ่มการจำหน่ายในเมืองปลาดิบเมื่อเดือนมิถุนายน 2018 เป็นรถ 4 ประตูซีดาน 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับเคลื่อนทุกล้อ ซึ่งมีตัวถังยาว 4.910 ม. กว้าง 1.800 ม. และสูง 1.455-1.465 ม. มีระบบขับให้เลือก 3 แบบ คือ ขับล้อหลังด้วยพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ 8AR-FTS) และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับล้อหลังหรือขับทุกล้อด้วยระบบขับไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 2,487 ซีซี 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ A25A-FXS) ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 105 กิโลวัตต์/143 แรงม้า ได้กำลังสุทธิสูงสุด 166 กิโลวัตต์/226 แรงม้า และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT สุดท้าย คือ ขับล้อหลังด้วยระบบขับไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 3,456 ซีซี 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า (รหัสเครื่องยนต์ 8GR-FXS) ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 132 กิโลวัตต์/180 แรงม้า ได้กำลังสุทธิสูงสุด 264 กิโลวัตต์/359 แรงม้า และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT
ส่วนรถที่นำมาบรรจุไว้ใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้ ไม่ใช่รถรุ่นใหม่แท้ที่จะนับได้ว่าเป็นรุ่นที่ 16 แต่เป็นรถรุ่นที่ 15 ซึ่งเพิ่งได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” และเริ่มการจำหน่ายทั่วเกาะญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2020 มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายจุดทั้งภายนอกภายในตัวถังที่มองเห็นได้ ตัวอย่างเช่น เพิ่มรูปแบบของกระทะล้อให้เลือกใช้ได้หลากหลายขึ้น เพิ่มสีตัวถัง เพิ่มการหุ้มเบาะด้วยหนังแท้ในรถบางโมเดล ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อมิติของตัวถัง คือ ยังคงยาว 4.910 ม. กว้าง 1.800 ม. และสูง 1.455-1.465 ม. เช่นเดิม
นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยน แปลงในส่วนอื่นๆ ที่ส่งผลในทางบวกเป็นอย่างมากต่อสมรรถนะการทำงานของระบบความปลอดภัย ตัวอย่างคือ ระบบ TOYOTA SAFETY SENSE ซึ่งเพิ่มฟังค์ชันการทำงานให้รถลดความเร็วได้เองโดยอัตโนมัติและจอดนิ่งในช่องทางที่กำลังวิ่งอยู่ เมื่อเกิดกรณีผู้ขับไม่สามารถบังคับควบคุมรถเพราะเกิดปัญหาทางกายภาพอย่างกะทันหัน กับระบบ PRE-CRASH SAFETY ที่ทำงานทั้งเวลากลางวัน และกลางคืน ซึ่งเมื่อเปิดไฟเลี้ยวขวาก็จะตรวจจับได้ว่ามีรถวิ่งสวนมา หรือมีคนเดินข้ามถนนหรือไม่ ? แต่เมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้ายก็จะตรวจจับแต่คนเดินข้ามถนน
ส่วนระบบขับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คือ ยังมีให้เลือกทั้งรถขับเคลื่อนล้อหลัง และรถขับเคลื่อนทุกล้อ ขุมพลังขับเคลื่อนก็ยังมี 3 แบบ คือ ขับด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า ขับด้วยระบบไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟซึ่งให้กำลังสุทธิสูงสุด 166 กิโล-วัตต์/226 แรงม้า และขับด้วยระบบไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟซึ่งให้กำลังสุทธิสูงสุด 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า
กล่าวโดยสรุปรถรุ่นใหม่นี้มีให้เลือกรวมทั้งสิ้น 17 โมเดล เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง 10 โมเดล และรถขับเคลื่อนทุกล้อ 7 โมเดล ค่าตัว MSRP ในญี่ปุ่นซึ่งรวม CONSUMPTION TAX หรือภาษีการบริโภคร้อยละ 10 ไว้แล้ว อยู่ระหว่าง 4.899-7.393 ล้านเยน หรือประมาณ 1.470-2.218 ล้านบาทไทย
TOYOTA CROWN

