เดือนนี้จัดให้ยักษ์รองเมืองปลาดิบแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ เพราะนำรถใหม่ของค่ายนี้มาบรรจุไว้ใน “ระเบียงรถใหม่” พร้อมๆ กัน 2 รายการ และเป็นรถอนุกรมสำคัญทั้ง 2 รายการ ที่กำลังอวดรูปโฉมโนมพรรณอยู่นี้ เป็นรถซึ่งติดป้ายชื่อ NISSAN MICRA (นิสสัน ไมครา) เมื่อจำหน่ายในทวีปยุโรป แต่ในญี่ปุ่น และในอีกหลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทย ป้ายชื่อจะเปลี่ยนเป็น NISSAN MARCH (นิสสัน มาร์ช)
เป็น SUPERMINI CAR ที่อยู่ในตลาดมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ และคว้ารางวัลต่างๆ มาแล้วมากมาย รวมทั้งตำแหน่งเกียรติยศ CAR OF YEAR หรือ “รถแห่งปี” ประจำปี 1993 และตำแหน่งเกียรติยศ JAPAN CAR OF THE YEAR หรือ “รถแห่งปีของญี่ปุ่น”ประจำปี 1992-1993
รถรุ่นแรก (รหัสโรงงาน K10) ซึ่งเป็นรถ 3 ประตูแฮทช์แบค 5 ที่นั่ง หรือ 5 ประตูแฮทช์แบค 5 ที่นั่ง ยาว 3.785 ม. กว้าง 1.560 ม. และสูง 1.395 ม. เริ่มการผลิตที่โรงงานในญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคม 1982 และอยู่ในสายการผลิตยาวนานกว่า 10 ปี จึงถูกแทนที่ด้วยรถรุ่นที่ 2 (รหัสโรงงาน K11) ในเดือนธันวาคม1992 ตามมาด้วยรถรุ่นที่ 3 (รหัสโรงงาน K12) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2002 รถรุ่นที่ 4 (รหัสโรงงาน K13) ในเดือนมีนาคม 2010 และรถรุ่นที่ 5 (รหัสโรงงาน K14) ในเดือนธันวาคม 2016
ส่วนรถรุ่นล่าสุดซึ่งเป็นรุ่นที่ 6 นี้ เพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2025 และมีกำหนดเริ่มการจำหน่ายในตลาดยุโรปก่อนสิ้นปี ความพิเศษของรถรุ่นนี้ก็คือ ไม่มีรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน จะมีแต่รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ เป็นรถ 5 ประตูแฮทช์แบค 5 ที่นั่ง ซึ่งจะใช้โรงงานของพันธมิตร คือ ยักษ์ใหญ่ RENAULT (เรอโนลต์) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง DOUAI ในภาคเหนือของฝรั่งเศสเป็นฐานการผลิต
ตัวถังยาว 3.974 ม. กว้าง 1.774 ม. และสูง 1.499 ม. ซึ่งมีช่วงฐานล้อยาว 2.541 ม. และมีน้ำหนักรถเปล่า 1,377-1,452 กก. ออกแบบที่ NSE หรือ NISSAN DESIGN EUROPE ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เป็นตัวถังออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่พื้นรถจรดหลังคา ซึ่งใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมทั้งพแลทฟอร์ม ร่วมกันกับรถพลังไฟฟ้าอีก 2 แบบของพันธมิตร คือ RENAULT 5 E-TECH (เรอโนลต์ 5 อี-เทค) ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และ RENAULT 4 E-TECH (เรอโนลต์ 4 อี-เทค) ที่ตามมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
เป็นรถที่ออกแบบ/พัฒนาโดยมีผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวในยุโรปเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จุดมุ่งหมายหนึ่ง คือ การออกแบบเพื่อลบล้างความคิดของผู้คนจำนวนหนึ่งที่กล่าวว่า รถอนุกรมนี้รุ่นก่อนๆ เป็น GRANDMA CAR หรือ “รถสำหรับคุณย่าคุณยาย” นอกจากเปลี่ยนสภาพจากรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ แล้ว ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของรถรุ่นใหม่นี้คือ การออกแบบตัวถัง แม้ว่าเป็นรถที่ออกแบบ/พัฒนามาพร้อมๆ กันกับรถ RENAULT E-TECH ของพันธมิตรยักษ์ใหญ่ แต่ทีมงานของฝ่ายญี่ปุ่นก็มีอิสระเต็มที่ในการทำงาน ผลลัพธ์ คือ ตัวถังที่ดูแปลกไปมากจากรถรุ่นก่อนๆ และมีจุดสะดุดตาสะดุดใจอยู่หลายจุด ตัวอย่าง คือ DAYTIME-RUNNING LIGHT รูปวงกลม ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถรุ่นที่ 3 ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2002
เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ขับเคลื่อนล้อหน้าที่มีระบบขับให้เลือก 2 ขนาด คือ ระบบขับระยะเดินทางมาตรฐาน STANDARD RANGE กับระบบขับระยะเดินทางยาว LONG RANGE
ระบบขับ STANDARD RANGE ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 90 กิโลวัตต์/122 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีขนาดความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งการชาร์จไฟ 10-100 % ด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จะใช้เวลา 3 ชม. 40 นาที และการชาร์จไฟ 15-100 % แบบเร่งด่วนด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่สถานีชาร์จไฟ ใช้เวลา 30 นาที เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP รถติดตั้งระบบขับแบบนี้ ซึ่งสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. จะวิ่งได้ไกล 319 กม.
ส่วนระบบขับ LONG RANGE เพิ่มขนาดมอเตอร์ไฟฟ้าเป็น 110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า และเพิ่มขนาดแบทเตอรีเป็น 52 กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นแบทเตอรีซึ่งการชาร์จไฟ 10-100 % ด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ใช้เวลา 4 ชม. 45 นาที และการชาร์จไฟ 15-100% แบบเร่งด่วนด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ใช้เวลา 30 นาที รถติดตั้งระบบขับแบบนี้ ซึ่งสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. จะวิ่งได้ไกล 419 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP
หากมีใครนำรถรุ่นนี้เข้ามาขายในประเทศไทย จะชักชวนให้คุณย่าคุณยายหลายท่านรีบซื้อไว้ใช้