NISSAN QASHQAI (นิสสัน กัชไก) สายพันธุ์ที่ 3 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดไว้ระหว่าง NISSAN JUKE (นิสสัน จูค) และ NISSAN X-TRAIL (นิสสัน เอกซ์-ทเรล) ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น ปล่อยมลพิษน้อยลง เพิ่มความหรูหรา และประโยชน์ใช้สอย รวมไปถึงตัวช่วยต่างๆ เพิ่มขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม และจำหน่ายในราคาที่สมเหตุผล
รูปทรงสวยงาม กะทัดรัด คล่องตัวกับการใช้งานในเมือง กระจังหน้าแบบ 3 มิติ มีลวดลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดเกราะของทหารญี่ปุ่นโบราณ ในส่วนของไฟหน้าซ่อนเป็นชิ้นเดียวกับกันชนด้านหน้า มาพร้อมไฟ DAYTIME RUNNING LIGHT ทรงเรียวยาว กันชนหลังออกแบบใหม่ ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยมีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 18-20 นิ้ว ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย และมีน้ำหนักตัวโดยรวม 2,180 กก.
พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง แผงหน้าปัดหุ้มด้วยวัสดุอัลคันทาราที่ดูดีมาก ติดตั้งหน้าจอกลางสำหรับอินโฟเทนเมนท์ ที่ได้รับการออกแบบใหม่ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานตามการสั่งการของ GOOGLE หรือ ANDROID AUTO ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียง มาพร้อม GOOGLE MAPS ที่จะเป็นระบบนำทางหลักของตัวรถ พร้อมฟังค์ชันมุมมองกล้องหน้า 200 องศา และกล้องมองรอบคัน 360 องศา รวมไปถึงระบบ INVISIBLE HOOD VIEW ที่จะช่วยในการมองเห็นภาพรถรอบคันในมุมสูง นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงภาพในรูปแบบ 3 มิติรอบคันด้วย ระบบเสียงจาก BOSE (โบช) ให้ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ
ขุมพลังของ NISSAN QASHQAI ใช้เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ ที่ใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยไม่ได้เชื่อมต่อกับล้อขับเคลื่อน เพียงแค่ทำหน้าที่ชาร์จไฟเข้าไปเก็บไว้ในแบทเตอรีขณะขับขี่ โดยระบบนี้จะผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 158 แรงม้า ที่จะสร้างพลังงานส่งผ่านไปยัง INVERTER เพื่อเก็บไว้ในแบทเตอรีแบบลิเธียม-ไอออน จาก PANASONIC (พานาโซนิค) ขนาด 2 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อใช้ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าต่อไป โดยตัวมอเตอร์ให้กำลังถึง 160 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 33.7 กก.ม. ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า โดยเพิ่มกำลังอีก 10 กิโลวัตต์ ในโหมดสปอร์ท เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ในเวลา 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 168 กม./ชม. มีการปล่อยปริมาณไอเสีย 119 กรัม/กม. การใช้งานโดยทั่วไปทำได้ดี แต่อารมณ์ในการขับขี่อาจจะให้ความรู้สึกที่จืดชืดไปสักหน่อย ขาดความเร้าใจไปพอสมควร
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร เทอร์โบ MILD-HYBRID พ่วงแบทเตอรี 48 โวลท์ ให้กำลัง 140 หรือ 160 แรงม้า มาเป็นตัวเลือกด้วย ส่วนระบบความปลอดภัย มีการปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ให้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบช่วยรักษาเลน เป็นต้น
NISSAN ยังคงใช้เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์กับรถหลายรุ่น เพื่อเป็นจุดขายในเรื่องการขับขี่ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิง โดยที่ไม่ต้องคอยชาร์จไฟฟ้าเข้าสู่แบทเตอรี...NISSAN QASHQAI เน้นรูปทรงที่สวยงามทันสมัย ความคล่องตัวในการใช้งาน อุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้ครบครัน เป็นรถที่ดูแลง่าย ไม่จุกจิก ราคาสูสีกับบรรดารถคู่แข่งที่เป็นรถทรงครอสส์โอเวอร์ ในตลาด
คุณรู้หรือไม่ ?
NISSAN QASHQAI ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ 4.5 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าดีที่สุดในกลุ่ม B-CROSSOVER SUV สามารถวิ่งได้ไกลถึง 1,200 กม./การเติมน้ำมัน 1 ถัง

