อีกความพิเศษของ 70 Edition คือ การฉลองการผลิตครบรอบ 70 ปี (Platinum Anniversary) โดยพ่นสีภายนอกตัวรถเป็นสีเงิน Verbier และภายในหุ้มเบาะหนังแท้สีแดง Cranberry นอกจากนั้นยังมี 70 Edition สีเดียวกับรถที่คว้าชัย ด้วยสีเขียว British Racing Green และหุ้มเบาะด้วยหนังกลับสีเขียว
Jaguar ได้ร่วมมือกับ Jeweler Deakin & Francis ในการผลิตป้ายเคลือบเงินสำหรับติดรถ, พวงกุญแจ และป้ายติดแดชบอร์ดที่ใช้ชิ้นส่วนถังน้ำมันของรถ C-Type ที่ใช้แข่งเมื่อปี 2496
ขุมพลังของ Jaguar C-Type รุ่นพิเศษ ใช้เครื่องยนต์แบบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.4 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงผ่านคาร์บูเรเตอร์ Weber 40 DCOE จำนวน 3 ตัว ให้กำลังสูงสุด 220 แรงม้า (164 กิโลวัตต์)
Jaguar เปิดตัว C-Type รุ่นพิเศษ ในเดือนมกราคม 2565 และทยอยส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว แต่ละคันใช้เวลาในการสร้างถึง 3,000 ชม. ด้วยกระบวนการสร้างบอดีด้วยระบบ CAD จากนั้นจึงใช้วิธีการประกอบรถแต่ละคันด้วยวิธีแบบดั่งเดิม
หากต้องการครอบครอง Jaguar C-Type 70 Edition แต่ไม่ต้องการจ่ายเงินมากขนาดนั้น สามารถออกแบบรถ Jaguar C-Type ผ่านเวบไซท์ https://classicvisualiser.jaguar.com โดยสามารถเลือกสีตัวถัง, แผ่นติดเบอร์รถแข่ง, ป้าย, และสีเบาะ ได้ตามต้องการ
แผนก Jaguar Land Rover Classic คงมียอดสั่งจองรถคลาสสิคอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ C-Type แต่ยังมี D-Type เวอร์ชันใหม่ และ E-Type เวอร์ชันต่างๆ อีกด้วย

