Lola T70S GT เวอร์ชันถนน ใช้เครื่องยนต์ไม่ตรงรุ่นเหมือนกับเวอร์ชันสนามแข่ง โดยใช้เครื่องยนต์ Chevrolet บลอคใหม่ แบบ วี 8 สูบ ความจุ 6.2 ลิตร ให้กำลังสุทธิ 373 กิโลวัตต์/500 แรงม้า และแรงบิด 617 นิวทันเมตร/62.9 กก.ม.Highlight
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Lola T70 รถแข่งระดับแชมพ์ ที่เคยสร้างชื่อเสียงในช่วงกลาง-ปลายทศวรรษ 1960 และ Lola ได้กลับมาผลิตอีก หลังจากการฟื้นฟูบริษัทในปี 2565 โดยจำกัดจำนวนการผลิตแค่ 16 คัน
มีทั้งเวอร์ชันแข่งรหัส T70S และเวอร์ชันถนนรหัส T70S GT โดยคงความขลัง และคลาสสิคของยุค 1960 แต่ได้รับการปรับปรุงด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ใช้วัสดุที่ยั่งยืน และใส่ใจในทุกรายละเอียด
Lola ได้ทำการสแกน T70 เวอร์ชัน Mk3B ทั้งอ้างอิงจากเอกสารภาพร่าง แล้วสร้างใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งปฏิวัติการผลิตด้วยการผลิตแบบใหม่ของ Lola ที่เรียกว่า Lola Natural Composite System (LNCS) ซึ่งกำลังยื่นจดสิทธิบัตร แทนการใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสส์ Lola ใช้วัสดุที่ยั่งยืน ทั้งเส้นใยจากพืช, เส้นใยหินบะซอลต์จากภูเขาไฟ และเรซินจากอ้อยแปรรูป ที่เป็นของเหลือจากการผลิต
เวอร์ชันตัวแข่ง T70S ผลิตรุ่นต่อจากรุ่นเดิม ผ่านการรับรองเทคนิครถแข่งประวัติศาสตร์ (FIA Historic Technical Passport) จาก FIA ใช้เครื่องยนต์ Chevrolet 305 แบบ วี 8 สูบ ความจุ 5.0 ลิตร ให้กำลัง 395 กิโลวัตต์/530 แรงม้า และแรงบิด 576 นิวทันเมตร/58.7 กก.ม. ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ของ Hewland LG600 ตัวรถที่เบาลง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 327 กม./ชม.
ส่วน Lola T70S GT เวอร์ชันถนน ใช้เครื่องยนต์ไม่ตรงรุ่นเหมือนกับเวอร์ชันสนามแข่ง โดยใช้เครื่องยนต์ Chevrolet บลอคใหม่ แบบ วี 8 สูบ ความจุ 6.2 ลิตร ให้กำลังสุทธิ 373 กิโลวัตต์/500 แรงม้า และแรงบิด 617 นิวทันเมตร/62.9 กก.ม. ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ของง Hewland เช่นเดิม สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 321.9 กม./ชม. จากน้ำหนักมากขึ้น
ภายในคอกพิทแทบไม่ต่างกัน โดยรุ่น GT ตกแต่งวัสดุอัลคานทารา เพิ่มช่องเก็บหูฟังวิทยุสื่อสาร และช่องเก็บสัมภาระเล็กน้อย มีระบบปรับอากาศ นอกนั้นเหมือนกันหมด โดยรุ่น T70S GT สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร สำหรับราคาค่าตัวยังไม่ประกาศออกมา แต่น่าจะถูกจองหมดแล้ว

