ธุรกิจ
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ใครจะคิดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2568 จะร้อนแรงได้ระอุอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสงครามราคาที่ไม่มีแผ่ว ดันกันสุดเหวี่ยงจนถึงโค้งสุดท้ายกันเลย พบกับ 10 ข่าวเด่น ส่งท้ายปี 2568Highlight
ปี 2568 ถือเป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยร้อนระอุอย่างมาก โดยเฉพาะสงครามราคาจากค่ายรถยนต์จากจีน ที่แข่งขันกันแบบไม่มีแผ่ว และยังมีข่าวเด็ด ในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกมากมาย "นิตยสารฟอร์มูลา" รวบรวมไว้ 10 ข่าวเด่นในรอบปี
1. สงครามราคายังระอุ
สงครามราคา EV ในไทยอาจยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากแรงกดดันจากการแข่งขันของตลาด EV ในระดับโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ยังมีค่ายรถยนต์ EV รายใหญ่ที่ต้องเร่งระบายสตอคบางส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เข้าร่วมโครงการ EV 3.0 เพื่อรับเงินสนับสนุน ต้องเร่งผลิตคืนให้ได้ตามเงื่อนไข ทำให้ต้องระบายสตอคด้วยการลดราคา เป็นทางออกที่ไม่ต้องเสียค่าปรับ หรือต้องไปใช้โควตาผลิตตามโครงการ EV 3.5 ที่มีภาระการผลิตเพิ่มขึ้น
2. ภาษีสรรพสามิตใหม่
ไทยบังคับใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยจัดเก็บจากค่าการปล่อยไอเสีย หรือ CO2 เป็นหลัก โดยรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซีซีขึ้นไป โดยเฉพาะเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มจากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 40 % ขยับเพิ่มเป็น 50 %
ขณะที่เครื่องยนต์พลัก-อิน ไฮบริด (PHEV) มากกว่า 3,000 ซีซี ภาษีสรรพสามิตจาก 40 % จะลดลงเหลือ 30 % และหากเป็นรุ่นมีเครื่องยนต์พลัก-อิน ไฮบริด ขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี กรณีรถนำเข้าภาษีจะเพิ่มจาก 8 % เป็น 15 % แต่หากเป็นรุ่นที่ประกอบในประเทศ กรณีชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้มากกว่า 80 กม. เสียภาษี 5 % กรณีวิ่งได้น้อยกว่า 80 กม. เสียภาษี 10 %
มาตรการภาษีดังกล่าว ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ในกลุ่มที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซีซี เป็นหลัก จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 40 % จะถูกเพิ่มเป็น 50 % โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์พรีเมียมนำเข้าราคาตั้งแต่ 6,000,000 บาทขึ้นไป ต้องปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายอย่างแน่นอน
3. เพิ่มภาษีเบนซิน-ดีเซลใหม่
เวบไซท์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศอัตราภาษีสรรพสามิต น้ำมันดีเซล-เบนซิน (มีผลบังคับใช้ทันที)
น้ำมันเบนซิน 95 จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 6.50 บาท/ลิตร อัตราใหม่ 7.50 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 1 บาท
น้ำมันแกสโซฮอล 95 (E10) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.85 บาท/ลิตร อัตราใหม่ 6.75 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาท/ลิตร
น้ำมันแกสโซฮอล 91 (E10) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.85 บาท/ลิตร อัตราใหม่ 6.75 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาท/ลิตร
น้ำมันแกสโซฮอล 95 (E20) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.20 บาท/ลิตร อัตราใหม่ 6.00 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.80 บาท/ลิตร
น้ำมันแกสโซฮอล 95 (E20) จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 0.975 บาท/ลิตร อัตราใหม่ 1.125 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.15 บาท/ลิตร
น้ำมันดีเซล จากเดิมเก็บภาษีสรรพสามิต 5.99 บาท/ลิตร อัตราใหม่ 6.92 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.93 บาท/ลิตร
4. บอร์ดอีวีปรับเกณฑ์ EV 3-EV 3.5
บอร์ดอีวีเห็นชอบการปรับหลักเกณฑ์การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ชดเชยตามมาตรการ EV 3 และ EV 3.5 ให้นับยอดชดเชย 1.5 เท่า สำหรับการผลิตเพื่อส่งออก เพื่อจูงใจเอกชนให้ใช้ไทยเป็นฐานส่งออก พร้อมขยายเวลาจดทะเบียนอีก 1 เดือน และเพิ่มความเข้มข้นในการจ่ายเงินอุดหนุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการรับมือความผันผวนในตลาดยานยนต์โลก
5. นำเข้ารถโบราณได้ภาษี 45 %
ราชกิจจานุเบกษาประกาศเก็บภาษีสรรพสามิต “รถยนต์โบราณ” เป็นครั้งแรกในอัตรา 45 % ของราคาขายปลีกแนะนำ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 โดยกำหนดประเภทรถที่เข้าร่วมได้-จำกัดเฉพาะรถยนต์นั่ง, รถโดยสารไม่เกิน 10 คน, สเตชันแวกอน และรถแข่ง (ไม่รวมรถกระบะ และมอเตอร์ไซค์)
เกณฑ์อายุ-รถโบราณที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป และแยกพิกัดศุลกากรอีกกรณีหนึ่งสำหรับรถที่มีอายุเกิน 100 ปี ซึ่งถือเป็นวัตถุโบราณ สิทธิยกเว้นอากรศุลกากรขาเข้า-เฉพาะรถที่นำเข้าแบบสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) พร้อมเอกสารรับรอง
รถโบราณต้องมีมูลค่าขั้นต่ำ 2 ล้านบาท และมีอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป โดยเก็บภาษีในอัตรา 45 % ของราคาขายปลีกแนะนำ พร้อมมาตรการคืนภาษี หากนำเข้ารถโบราณมาบูรณะในประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศภายใน 2 ปี จะได้รับสิทธิ์คืนภาษีสรรพสามิตเต็มจำนวน
6. “กระบะพี่ มีคลังค้ำ”
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยายความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ “บสย. SMEs Pick-up” วงเงิน 10,000 ล้านบาท สิ้นสุดรับคำขอค้ำประกันภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 มุ่งช่วยผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่ของ บสย. เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อ เพิ่มโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ให้แก่ SMEs ที่มีความจำเป็นต้องใช้รถกระบะเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เช่น เกษตรกร ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขนส่งสินค้า ค้าขาย และฟูดทรัค เป็นต้น
7. ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว
คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ ว่าด้วยการขอ และการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์ได้ โดยยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับผู้ขอต่อใบอนุญาตขับรถที่ไม่มีเงื่อนไขด้านสุขภาพ หรือมีอายุไม่เกินเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ส่วนผู้ที่มีอายุ หรือมีเงื่อนไขทางสุขภาพต้องเฝ้าระวัง ยังคงต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพขั้นพื้นฐาน
8. สคบ. ควบคุมฉลากรถไฟฟ้า
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ออกประกาศให้รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งการกำหนดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค สร้างมาตรฐานในการซื้อ-ขาย และเพิ่มความโปร่งใสในตลาดรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำฉลากที่ชัดเจน ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่น เดือน และปีที่ผลิต รวมถึงเงื่อนไขการรับประกัน ประเภทของแบทเตอรี เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และมีข้อมูลครบถ้วน
9. หญิงไทยคนแรก
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท สื่อสากล จำกัด ก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกสอนหญิงคนแรกในประเทศไทย และทวีปเอเชีย ที่คว้าประกาศนียบัตร BMW Certied Instructor ระดับ 2 แสดงถึงทักษะด้านการขับขี่ รวมถึงการเป็นผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจาก BMW (บีเอมดับเบิลยู)
10. “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อลังการงานแสดง
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Motor Expo 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ทั้งยอดขายรถในงาน ปริมาณเม็ดเงินสะพัดในงาน และจำนวนผู้ชมงาน ช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงปลายปีได้เป็นอย่างดี


