ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Bentley Continental GT S สมาชิกใหม่ล่าสุดในเจเนอเรชันที่ 4 และถูกวางตำแหน่งเหนือรุ่นพื้นฐาน แต่ต่ำกว่ารุ่น Speed และ Supersports ซึ่งเป็นรุ่นเดียวที่ไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง และขับเคลื่อนล้อหลัง
Bentley Continental GT S มีสไตล์ต่างจาก GT รุ่นอื่น ด้วยการตกแต่งภายนอกสีดำ ทั้งชุดไฟหน้า, ชุดไฟท้ายรมดำ และปลายท่อไอเสียสีเข้ม ล้อติดรถจากโรงงานเป็นสีทูโทน แต่สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นล้อสีดำได้ lj;oภายในห้องโดยสารยังตกแต่งด้วยสีดำเปียโน และมีตัวเลือกชิ้นส่วนโลหะโครมสีเข้มแทนชิ้นส่วนอุปกรณ์โลหะ
Bentley Continental GT S ใช้สูตรสำเร็จเครื่องยนต์ วี 8 สูบ ไฮบริด พร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จนมีพละกำลังสูงกว่าเจเนอเรชันก่อน พร้อมระบบขับเคลื่อนพลังไฟฟ้าที่ยั่งยืน ทำให้มีกำลังเพิ่มอีก 95 กิโลวัตต์/128 แรงม้า และแรงบิดมากขึ้น 160 นิวทันเมตร/16.3 กก.ม. ทำให้ GT S ใหม่มีกำลัง 500 กิโลวัตต์/670 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 930 นิวทันเมตร/94.8 กก.ม.
Bentley Continental GT S เดินทางด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางถึง 48 กม. ทั้งยังเป็น Continental GT S รุ่นแรกที่มีระบบปรับมุมเลี้ยวล้อหลัง และลิมิเตดสลิปทำงานด้วยระบบไฟฟ้า รวมทั้งระบบป้องกันการโคลงแบบแอคทีฟ และระบบควบคุมเสถียรภาพอิเลคทรอนิคส์ที่ใช้ในรุ่น Speed ที่มีสมรรถนะร้อนแรงกว่า
สำหรับตัวเลขสมรรถนะ Bentley Continental GT S อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที เหนือกว่าเจเนอเรชันเดิม 0.5 วินาที แต่ความเร็วสูงสุดลดลงเหลือ 306 กม./ชม.

