ธุรกิจ
Scania ตั้งเป้าปี 2569 รุกบริการหลังการขาย

Scania ตั้งเป้าปี 2569 รุกหนักบริการหลังการขาย ชู 3 กลยุทธ์ ความพร้อมสถานที่ ทักษะฝีมือช่างมาตรฐานโลก เครื่องมือพิเศษเฉพาะศูนย์ พร้อมเปิดตัวบริการซ่อมสี และตัวถังHighlight
สแกนเนีย สยามฯ เปิดเกมรุกงานบริการหลังการขายปี 2569 เน้นสร้างความเชื่อมั่น อะไหล่แท้ศูนย์ คุมค่าใช้จ่ายได้ มัดใจกลุ่มลูกค้าเก่า-ใหม่ ด้วยมาตรฐานที่อู่นอกเทียบได้ยาก ลั่นชู 3 กลยุทธ์ ความพร้อมสถานที่ ทักษะฝีมือช่างมาตรฐานโลก และเครื่องมืออุปกรณ์พิเศษเฉพาะศูนย์ Scania (สแกเนีย) ที่ช่วยตรวจวิเคราะห์ปัญหาแม่นยำ ลดระยะเวลา ลดความเสี่ยง และความเสียหายจากการถอดประกอบจากการซ่อมบำรุง พร้อมเปิดตัวบริการซ่อมสี และตัวถังจากอุบัติเหตุ (Accident Repair) มาตรฐานสากล ล่าสุดยืนยันความพร้อมศูนย์บริการด้วยการได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือช่างระดับโลก Scania Top Team รอบภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย-แอฟริกา 2 สมัยต่อเนื่อง
ภูริวัทน์ รักอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เผยถึงทิศทาง และกลยุทธ์การดำเนินงานบริการหลังการขายในปี 2569 ว่าธุรกิจขนส่งเชิงพาณิชย์ทางบกยังคงความสำคัญในการเป็นตัวเชื่อมขนส่งสินค้าช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ และอุตสาหกรรมของไทย โดยรถบรรทุกที่มีประสิทธิภาพสูง คงทน ประหยัดเชื้อเพลิง และคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นเครื่องมือสำคัญ จากคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้รถบรรทุก Scania เป็นรถที่ตอบโจทย์ที่ผู้ประกอบการขนส่ง และลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งให้ความไว้วางใจ ทั้งการวิ่งงานในระยะใกล้ และระหว่างประเทศ รวมถึงรถขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง มีน้ำหนักมาก หรือรถที่ใช้ในกิจการพิเศษอย่าง รถดับเพลิง รถขนส่งน้ำมัน และสารเคมี ฯลฯ ที่ต้องการความปลอดภัยสูง ความไว้วางใจสะท้อนได้จากยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของรถขนส่งค่ายยุโรปติดต่อกัน 9 ปีต่อเนื่อง
นอกจากประสิทธิภาพของรถที่ผู้ประกอบการให้ความไว้วางใจแล้ว สิ่งที่ครองใจผู้ประกอบการได้อย่างเหนียวแน่น คือ การบริการหลังการขาย โดยกลยุทธ์สำคัญที่จะเน้นย้ำเพื่อรักษาฐานลูกค้าใหม่-เก่า ในปี 2569 คือ การให้บริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่บริการตรวจเชคสภาพรถ งานซ่อมที่มีคุณภาพ ความพร้อมด้านสตอคอะไหล่ บริการที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ และการติดตามผลหลังเข้ารับบริการ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานที่อู่ภายนอกเทียบชั้นได้ยาก
ภายใต้การดำเนินกลยุทธ์นี้ Scania จะสื่อสาร และสร้างความเข้าใจถึง 3 หัวใจหลัก ได้แก่ การดำเนินงานวิเคราะห์การซ่อมบำรุงด้วยเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะ (Diagnostic Software) ซึ่งเป็นโปรแกรมวิเคราะห์ที่สามารถระบุจุดเสีย และวิธีซ่อมได้อย่างแม่นยำลึกถึงรายละเอียดทุกชิ้นส่วนภายใน และยังอัพเดทตลอดเวลา ซึ่งอู่นอกมักไม่มี หรือไม่มีเวอร์ชันอัพเดท การมีระบบรวบรวมข้อมูล แลกเปลี่ยนความรู้ เคสปัญหา
วิธีการแก้ไขปัญหาจากศูนย์ Scania ทั่วโลก (Global Knowledge) ซึ่งระบบรวบรวมข้อมูลด้านเทคนิค (Technical Information-TI) นี้จะทำงานตลอดเวลาโดยหากรถ Scania จากทุกประเทศในโลกมีปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้น ข้อมูล และวิธีแก้ไขจะถูกส่งมาเตือนที่ศูนย์ไทยทันที ทำให้ช่างสามารถตรวจเชคเชิงป้องกัน (Preventive) ได้ก่อนที่รถลูกค้าจะเกิดปัญหา ซึ่งเป็นข้อมูลที่คนข้างนอกไม่มีทางเข้าถึงได้ นอกจากนั้น ทีมช่างยังสามารถเรียกดู ศึกษา และขอคำปรึกษากับทีมวิศวกรจากบริษัทแม่ได้ตลอดเวลา ทำให้ทุกปัญหา ทุกอาการที่เกิดขึ้นกับรถแก้ไขได้อย่างแม่นยำ ถูกวิธี ตรงตามขั้นตอน ลดเวลาการค้นหาสาเหตุ วิธีการซ่อม และประเมินระยะเวลาในการซ่อมบำรุงได้อย่างแม่นยำ
ทักษะฝีมือช่าง Scania ที่มีมาตรฐานเดียวกันระดับโลก (Scania Globel Standard Skills) ซึ่งช่าง Scania ทั่วโลกจะต้องได้รับการอบรม และทดสอบพัฒนาทักษะ หรือ Griffin Level ตลอดเวลา โดยมีตั้งแต่ระดับ 1 ถึง Master และในการปฏิบัติงานต้องดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานคู่มือการซ่อม (Standard Process) อย่างเคร่งครัด ไม่มีการข้ามขั้นตอน เพื่อป้องกันการเสียหายจากการซ่อม และการถอดประกอบ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพของการบริการหลังการขาย และหันมาใช้บริการศูนย์ Scania ทั่วประเทศมากขึ้น
พร้อมกันนี้ Scania ยังได้รุกเปิดบริการซ่อมสี และตัวถังจากอุบัติเหตุ (Accident Repair) มาตรฐานสากลขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเน้นที่ความปลอดภัยของโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่การคืนสภาพรถ และสีภายนอกที่สวยงามเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะโครงสร้างของหัวเก๋ง และแชสซีส์ ที่ต้องดัดดึงให้ได้ค่ามิติตามสเปคโรงงาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดหากเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ดังนั้นจึงได้มีการลงทุนเครื่องมือพิเศษสำหรับดึง และดัดแชสซีส์โดยเฉพาะ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้ารถใหม่ รถประกันภัยชั้นหนึ่ง และรถที่ต้องการความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการซ่อมบำรุงหลังเกิดอุบัติเหตุ ต้องการอะไหล่แท้ และมาตรฐานงานซ่อมระดับสูงอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ทาง สแกนเนีย สยามฯ ยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือช่างระดับโลก Scania Top Team รอบภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย-แอฟริกา อีกด้วย การได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในรอบภูมิภาคติดต่อกันถึง 2 ครั้งซ้อน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อม ทั้งด้านสถานที่ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือ ซึ่งเป็นเครื่องมือจริงที่ใช้ซ่อมรถลูกค้าทุกวัน ดังนั้น จึงเป็นการสะท้อนว่าศูนย์บริการ Scania ประเทศไทย มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ และคุณภาพคนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันกับระดับโลก
สำหรับการแข่งขัน Scania Top Team ในปีนี้มีตัวแทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมถึง 16 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กานา ฮ่องกง คาซัคสถาน นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ แทนซาเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไทย ซึ่งทีมผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ในการแก้ปัญหารถยนต์ขั้นสูงภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ซึ่งตัวแทนจากประเทศไทยคว้าอันดับ 3 ในกลุ่มแรก แม้จะพลาดโอกาสไปรอบชิงชนะเลิศที่สวีเดน แต่เราก็ได้แสดงศักยภาพ มาตรฐานงานซ่อม ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกบนเวทีนี้


