ธุรกิจ
Rolls-Royce แนะนำรุ่นพิเศษ 100 คันเท่านั้น

Rolls-Royce เสนอ Project Nightingale อัครยนตรกรรมผลิตพิเศษ (Coachbuild Collection) รุ่นแรก ได้แรงบันดาลใจจาก Rolls-Royce EX ที่ใช้ในการทดสอบความเร็ว ช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2460 (1920s) ผลิตจำกัด 100 คันทั่วโลก เริ่มส่งมอบช่วงปี 2571 เป็นต้นไปHighlight
Project Nightingale เป็นอัครยนตรกรรมผลิตพิเศษ (Coachbuild Collection) รุ่นแรก มีที่มาจาก Le Rossignol มีความหมายว่า ไนติงเกล เป็นชื่อของบ้านนักออกแบบ ภายในที่ดินของ เฮนรี รอยศ์ ใน เฟรนช์ริเวียรา รถคันนี้เป็นต้นแบบก่อนผลิตจริง (Production Concept) โดยการทดสอบทั่วโลกจะเริ่มขึ้นช่วงฤดูร้อนของยุโรปปีนี้ เปิดให้จองเฉพาะลูกค้าที่ได้รับเลือก ซึ่งมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับดีไซจ์นของ Rolls-Royce ผลิต 100 คันทั่วโลก เริ่มส่งมอบช่วงปี 2571
คริส บราวน์ริดจ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส กล่าวว่า เมื่อลูกค้า Rolls-Royce ขอให้เราสร้างสรรค์ผลงานสุดทะเยอทะยาน เราจึงตอบสนองด้วยการผสมผสานสามสิ่งที่ไม่เคยอยู่ร่วมกันในแบรนด์ของเรา คือ อิสระในการออกแบบตัวถังพิเศษ (Coachbuilding), ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนอันสงบเงียบแต่ทรงพลัง และสุนทรียะแห่งการขับรถเปิดประทุน ซึ่งการบรรลุเป้าหมาย ต้องใช้ทัศนคติที่กล้าหาญ แบบเดียวกับที่ผลักดันให้ เซอร์ เฮนรี รอยศ์ สรรสร้างรถทดสอบ "EX" ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2460 ส่งผลให้ Project Nightingale เป็นการแสดงออกที่หรูหราที่สุด ถึงสิ่งที่ Rolls-Royce สามารถทำได้ในปัจจุบัน
โดมากอต ดูเค็ค, ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส กล่าวต่อว่า Project Nightingale สร้างขึ้นบนหลักการออกแบบ ที่นิยามความเป็นแบรนด์นี้ได้อย่างน่าดึงดูดใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารที่โอ่อ่า ความเป็นระเบียบของพื้นผิวที่สมบูรณ์แบบ และความชัดเจน ของเส้นสายที่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้น ยังนับเป็นการนำหลักการไปพัฒนาสู่สิ่งใหม่ สำหรับผม ยนตรกรรมคันนี้เสมือนเป็นนิยามของสิ่งที่คาดไม่ถึง รวมถึงเป็นผู้กำหนดทิศทางของทุกสิ่งที่ตามมา
ตัวถังสีฟ้าอ่อน ผสมเกล็ดสีแดงละเอียด เป็นการรำลึกถึงโลโก้สีแดงของรถรุ่น "EX" ในอดีต ได้รับการออกแบบโดยผู้ที่หลงใหลในพื้นผิว ซึ่งผ่านการขัดเกลาอย่างไร้ที่ติ ผสานมนต์เสน่ห์ของตัวถังเปิดประทุนที่ดูลื่นไหล และสง่างาม ได้แรงบันดาลใจจากหลักการออกแบบ Streamline Moderne จากปลายยุค Art Deco ขณะที่อีกหนึ่งแรงบันดาลใจ คือ รถทดสอบรุ่น "16EX" และ "17EX"
ที่ได้นำเส้นสายจากรุ่น Phantom มาผลิตเป็นตัวถังอลูมิเนียม และสามารถสร้างสถิติความเร็วได้สูงกว่า 145 กม./ชม.
Project Nightingale ตัวถังยาว 5.76 ม. ใกล้เคียงกับรุ่น Phantom มุมมองด้านหน้าใหญ่อลังการ เนื่องจากไม่ต้องมีช่องรับอากาศขนาดใหญ่เหมือนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ นักออกแบบจึงสามารถสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องระหว่างตัวถังซ้าย-ขวา และกระจังหน้าแพนธิออน โดยขอบกระจังกว้างเกือบ 1 ม. แกะสลักจากโลหะชิ้นเดียว พร้อม 24 ซี่กระจัง ส่วนสัญลักษณ์ Spirit of Ecstasy ติดตั้งอยู่ด้านบน ให้ความรู้สึกลื่นไหล ราวกับกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว
ไฟหน้าแนวตั้งทรงเรียวยาว เสริมด้วยแถบโลหะปัดเงา พาดผ่านตัวถังจากไฟหน้าถึงไฟท้าย ด้านข้าง ผลกระทบของการออกแบบทรงตอร์ปิโดที่เน้นผู้ขับจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ฝากระโปรงหน้ากว้างนำไปสู่กระจกบังลมที่ลาดเอียง เสริมด้วยกระจกหน้าต่างสามเหลี่ยม (Quarterlight window) อันละเอียดอ่อน ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Phantom Drophead Coupe
เส้นตัวถังวิ่งต่อเนื่องจากหน้าสู่หลัง ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นแบ่งระหว่างตัวเรือและโครงสร้างส่วนบนของเรือยอทช์ การตั้งเส้นนี้ไว้สูงทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเข้าไปในรถ ส่วนที่พักเท้าผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากบันไดข้างของ Rolls-Royce ในอดีต ขณะที่ล้อขนาด 24 นิ้ว ใหญ่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน Rolls-Royce ชวนให้นึกถึงใบพัดของเรือยอทช์ที่กำลังหมุนอยู่ใต้น้ำ ด้านหลัง โป่งซุ้มล้อที่ผายออก สร้างความรู้สึกแข็งแกร่ง และมั่นคง ฝากระโปรงท้ายเปิดออกด้านข้างด้วยกลไกคานเหวี่ยง (Cantilever) ลักษณะเดียวกับกแรนด์เปียโน ปิดท้ายความอลังการด้วยดิฟฟิวเซอร์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพช่วงความเร็วสูง
ห้องโดยสารโทนสีฟ้า "Charles Blue" ตัดกับสีขาว "Grace White" แซมด้วยสีชมพู "Peony Pink" ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ป่าริมชายฝั่งริเวียรา เมื่อเปิดหลังคา ยนตรกรรมคันนี้กลายเป็นยานพาหนะแห่งการเดินทางที่เงียบสงบ แต่เมื่อหลังคาที่ทำจากผ้า Cashmere ปิดลง ภาพลักษณ์จะเปลี่ยนไปเป็นรถคูเปที่ดูสง่างาม ภายใต้ประสบการณ์ขับที่เงียบสงบ ผสานเสียงธรรมชาติที่เพิ่มความโรแมนติค เช่น เสียงหยดน้ำฝนบนผ้าใบ เสียงคลื่น เสียงลมผ่านต้นไม้ หรือเสียงนกร้อง พร้อมแสงสว่างจากดวงดาวแอลอีดี 10,500 ดวง โดยใช้รูปแบบของแสงสว่างจากคลื่นเสียงของนกไนติงเกล และเมื่อเปิดประตู ที่พักแขนก็เลื่อนไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นปุ่มควบคุมที่ทำจากโลหะที่ผิวสัมผัสเป็นเลิศ
ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งความเงียบ และการถ่ายทอดกำลังที่นุ่มนวล เป็นการตอกย้ำถึงแก่นแท้ของยนตรกรรม Rolls-Royce ที่ยาวนานกว่าศตวรรษ และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว Coachbuild Collection ผสมผสานจิตวิญญาณของนักทดสอบอย่าง เฮนรี รอยศ์ รวมถึงความหรูหราของยุค Art Deco ผลิตด้วยมือของวิศวกรชั้นเลิศที่ Home of Rolls-Royce ที่เมืองกูดวูด จำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก สะท้อนคุณค่าของยนตรกรรมที่ผ่านการรังสรรค์มาอย่างลึกซึ้ง นับเป็นประสบการณ์เหนือระดับ ที่สัมผัสได้เฉพาะในรถยนต์ Rolls-Royce


