บทความ
รถไฟฟ้าไฟไหม้ รับมืออย่างไรไม่ให้เป็นระเบิดเวลา

แม้สถิติทั่วโลกจะชี้ว่ารถ EV มีโอกาสเกิดไฟไหม้น้อยกว่ารถยนต์น้ำมันหลายเท่า แต่ด้วยคุณลักษณะของแบทเตอรีที่เมื่อไหม้แล้วจะมีความร้อนสูงจัด ดับยาก และปล่อยแกสพิษร้ายแรง จึงสร้างความกังวลใจให้สังคมไม่น้อย การทำความเข้าใจพฤติกรรมของไฟไหม้รถ EV และเรียนรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวข้ามความกลัว และใช้นวัตกรรมนี้ได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจในทุกการเดินทางHighlight
เมื่อยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาคู่กันในหน้าข่าวกระแสหลัก และสร้างความกังวลใจให้ผู้ใช้รถไม่น้อยก็คือ "ข่าวไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้า" แม้ว่าตามสถิติแล้ว อัตราการเกิดเพลิงไหม้ของรถ EV ในบ้านเราจะน้อยกว่ารถยนต์สันดาปภายใน (ICE) แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงกลับอยู่ที่ "ปัจจัยภายใน"
หัวใจสำคัญที่กรณีไฟไหม้รถไฟฟ้านั่นก็คือ "แบทเตอรี" ซึ่งเป็นส่วนเดียว และส่วนสำคัญที่สุดในการใช้พลังงาน จุดสังเกตของแบทเตอรีรถยนต์ เมื่อเกิดกรณีไฟไหม้นั้น จะใช้เวลาในการดับยากกว่าปกติ และปล่อยสารเคมีอันตรายสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปหลายเท่า ดังที่เป็นกระแสข่าวในช่วงที่ผ่านมา ในกรณีของรถยนต์ไฟฟ้ายุโรปอย่าง Volvo EX30 (โวลโว อีเอกซ์ 30) ที่ไฟไหม้ติดกันถึง 2 เคสในระยะเวลาใกล้ๆ กัน หรือแม้แต่ Porsche Taycan (โพร์เช ไทย์คาน) ที่มีปัญหาไฟไหม้ขณะจอดอยู่เฉยๆ
หัวใจหลักของปัญหา คือ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Thermal Runaway มันคือปฏิกิริยาลูกโซ่เคมีที่เกิดขึ้นจาก "การลัดวงจรภายในเซลล์แบทเตอรี" เมื่อได้รับความเสียหายจากการชน กระแทก ไฟฟ้าลัดวงจร หรือความร้อนสะสมเมื่อเซลล์หนึ่งร้อนจนคุมไม่อยู่ ความร้อนที่คายออกมากลับไปเร่งปฏิกิริยามันจนเกิดการลุกไหม้ และระเบิดจากภายในส่งต่อความร้อนไปยังเซลล์ข้างเคียงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมา คือ
ความร้อนสูงจัด : อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 1,000 องศาเซลเซียส ได้ในเวลาไม่กี่นาที
แกสพิษรั่วไหลจากแบทเตอรี : ตัวแบทเตอรีจะปล่อยแกสคาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ และไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นกรดกัดกร่อนที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรงออกมาอย่างรวดเร็ว
แบทเตอรีปล่อยออกซิเจนภายนอก : แบทเตอรีที่เกิด Thermal Runaway จะปล่อยออกซิเจนออกมาจากสารเคมีภายในตัวเอง ทำให้การใช้ถังดับเพลิงเคมีแห้งทั่วไปไปฉีดพ่นเพื่อตัดออกซิเจนนั้นไม่ได้ผล
ความร้อนที่สูงมีโอกาสปะทุซ้ำ (Re-ignition) : แม้การควบคุมเพลิงดูดับสนิทแล้ว แต่ความร้อนที่สะสมอยู่ภายในแพคแบทเตอรีสามารถทำให้ไฟกลับมาลุกโชนใหม่ได้อีกครั้ง หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง หรือเป็นวัน
หรือแม้แต่การ Overcharge ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสูงต่อตัวรับแบทเตอรี อาจจะต้องคอยสังเกตความผิดปกติจากจุดหลวมบางส่วน ที่ควรให้ศูนย์บริการรถยนต์เป็นคนเชคสภาพ
สิ่งที่ทำได้ในกรณีคุณกำลังพบสิ่งผิดปกติ เช่น มีควันพวยพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถ มีกลิ่นไหม้เคมีรุนแรง หรือระบบแจ้งเตือนระบบแรงดันไฟฟ้ารั่วทำงาน สิ่งที่จำเป็นต้องยอมรับให้ได้ คือ ความเสียหายที่มากกว่าครึ่งคัน และเพื่อให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยที่เข้มงวด มีวิธีดังนี้
คำแนะนำการชาร์จรถยนต์ หลายคนชอบชาร์จจนเต็ม 100 % แล้วทิ้งไว้นานๆ หากไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล สิ่งที่ช่วยได้ คือ การตั้งจำกัดการชาร์จไว้ที่ 80-90 % จะช่วยลดความร้อนสะสมของแบทเตอรีได้ดีกว่า รวมถึงบริเวณใต้ท้องรถหากขับรถไปครูดหิน ลุยหลุมลึก หรือเนินหลังเต่าอย่างรุนแรง ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเชคสภาพแผ่นกันกระแทก และแพคแบทเตอรีทันที
รถไฟฟ้าเมื่อต้องเข้าสู่ที่พักอาศัย ควรเข้าจอดในที่ปลอดภัย และไม่ควรอยู่ใต้อาคาร หลีกเลี่ยงการจอดใต้อาคาร ที่จุดชาร์จ หรือใกล้ชุมชน ถ้าทำได้ หากกรณีเกิดไฟไหม้แล้ว ให้รีบพาผู้โดยสารทั้งหมดลงจากรถโดยด่วน เดินออกห่างจากตัวรถให้ไกลที่สุดอย่างน้อย 30 เมตร และอยู่เหนือลมเสมอ เพื่อป้องกันการสูดดมสารเคมีเป็นพิษ หรือสะเก็ดระเบิดจากแบทเตอรี
สิ่งที่เจ้าของรถต้องรีบทำต่อ คือ การโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง (199) หรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (1669) โดยทันที ต้องเน้นย้ำระบุข้อมูลสำคัญกับเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนว่า "เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)" เพื่อให้หน่วยกู้ภัยเตรียมอุปกรณ์เฉพาะทางมาถูกประเภท โดยเฉพาะการใช้โฟมพิเศษ โฟมผสมสารเคมี F-500 (Encapsulator Agent) เป็นโฟมที่สามารถลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว และยับยั้งปฏิกิริยาเคมีของแบทเตอรีได้
การดับไฟรถ EV เป็นศาสตร์ใหม่ที่ต้องใช้ยุทธวิธีแตกต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไป หน่วยกู้ภัยบ้านเราถือว่ารวดเร็ว ปัจจุบันทั่วโลกมีวิธีรับมือหลักๆ อย่าง EV Fire Blanket ผ้าคลุมดับไฟ เป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ผ้าคลุมนี้ทำจากวัสดุพิเศษ เช่น ซิลิคา หรือไฟเบอร์กลาสส์เคลือบสารทนความร้อนสูงทนได้เกิน 1,000 องศาเซลเซียส แม้จะไม่สามารถดับ Thermal Runaway ด้านในได้สนิททันที (เพราะแบทเตอรีคายออกซิเจนเอง) แต่การคลุมทิ้งไว้จะช่วยจำกัดความเสียหายได้อย่างดีเยี่ยม จนกว่าอุณหภูมิจะค่อยๆ ลดลง และเข้าควบคุมสถานการณ์ได้
ถึงแม้ว่าอัตราการเกิดไฟไหม้ในรถยนต์ไฟฟ้าจะมีสถิติที่ต่ำกว่ารถยนต์น้ำมันอย่างเห็นได้ชัด แต่ลักษณะการเกิดเพลิงไหม้ของแบทเตอรีในรถยนต์ไฟฟ้า นั้นมีความซับซ้อน รุนแรง และต้องการยุทธวิธีในการดับไฟที่เฉพาะเจาะจง หัวใจสำคัญที่สุดในการรับมือไม่ใช่การพยายามเข้าไปดับไฟด้วยตัวเอง แต่คือการมี "สติ" รีบพาตัวเอง และผู้โดยสารออกจากตัวรถให้เร็วที่สุด ไปยังพื้นที่เหนือลมที่ปลอดภัย และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยมืออาชีพ การเรียนรู้ และเข้าใจพฤติกรรมของนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยในทุกการเดินทาง


